โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ศูนย์ดำรงธรรม…เมื่อประชาชนเลือกพึ่ง “กระแส” มากกว่า “ระบบ”

เดลินิวส์

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ศูนย์ดำรงธรรมทำหน้าที่รับเรื่อง ประสานงาน และติดตามผล แต่ไม่ได้มีอำนาจสั่งการทุกหน่วยงาน นั่นคือข้อเท็จจริง แต่ในมุมของประชาชน ข้อเท็จจริงนั้นอาจไม่สำคัญเท่ากับคำถามง่าย ๆ ว่า “แล้วเมื่อไรปัญหาจะได้รับการแก้ไข”

ครั้งหนึ่ง หากประชาชนได้รับความเดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่ดิน ถนนพัง โรงงานปล่อยมลพิษ นายทุนรุกที่สาธารณะ หรือถูกเอาเปรียบจากหน่วยงานใดก็ตาม “ศูนย์ดำรงธรรม” คือชื่อแรกที่หลายคนนึกถึง เพราะถูกออกแบบให้เป็นศูนย์กลางรับเรื่องร้องทุกข์และประสานงานเพื่อคลี่คลายปัญหา

แต่วันนี้ ภาพนั้นกำลังเปลี่ยนไปอย่างเงียบ ๆ

เมื่อเกิดปัญหา สิ่งแรกที่ประชาชนจำนวนไม่น้อยทำ ไม่ใช่เดินเข้าศาลากลางจังหวัด ไม่ใช่ยื่นหนังสือร้องเรียน หากแต่หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ถ่ายคลิป โพสต์ลงเฟซบุ๊ก ส่งเรื่องให้เพจข่าว ติดต่อรายการโทรทัศน์ หรือส่งข้อความหาอินฟลูเอนเซอร์ที่เชื่อว่าจะช่วยให้เรื่องดังได้

เหตุผลไม่ใช่เพราะคนไทยชอบเป็นข่าว

แต่เพราะหลายคนเชื่อว่า “ถ้าเรื่องไม่ดัง เรื่องก็ไม่เดิน”

ประโยคนี้อาจฟังดูเจ็บปวด แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า หลายเหตุการณ์ในสังคมไทยกลับเริ่มขยับอย่างรวดเร็ว หลังคลิปกลายเป็นไวรัล หลังแฮชแท็กติดเทรนด์ หรือหลังสื่อมวลชนลงพื้นที่นำเสนอข่าว

หลายหน่วยงานรีบลงพื้นที่ภายในไม่กี่ชั่วโมง ทั้งที่ก่อนหน้านั้นอาจมีหนังสือร้องเรียนวางอยู่บนโต๊ะเป็นเดือน

นี่ไม่ใช่ปัญหาของศูนย์ดำรงธรรมเพียงแห่งเดียว แต่เป็นภาพสะท้อนของระบบราชการทั้งหมด

ศูนย์ดำรงธรรมทำหน้าที่รับเรื่อง ประสานงาน และติดตามผล แต่ไม่ได้มีอำนาจสั่งการทุกหน่วยงาน นั่นคือข้อเท็จจริง

แต่ในมุมของประชาชน ข้อเท็จจริงนั้นอาจไม่สำคัญเท่ากับคำถามง่าย ๆ ว่า “แล้วเมื่อไรปัญหาจะได้รับการแก้ไข”

ประชาชนไม่ได้เดือดร้อนเพราะไม่เข้าใจขั้นตอนราชการ

ประชาชนเดือดร้อนเพราะปัญหายังอยู่ตรงหน้า

เมื่อระบบใช้เวลานาน ขณะที่โลกออนไลน์ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงในการสร้างแรงกดดัน ผู้คนจึงเลือกใช้เครื่องมือที่เห็นผลเร็วที่สุด

เรื่องที่น่าคิดจึงไม่ใช่ว่า ทำไมประชาชนถึงพึ่งเพจข่าว รายการโทรทัศน์ หรืออินฟลูเอนเซอร์

แต่คือ ทำไมประชาชนจึงรู้สึกว่า เสียงจากหน้าจอโทรศัพท์มีพลังมากกว่าหนังสือร้องเรียนที่ยื่นผ่านช่องทางราชการ

หากวันหนึ่ง การร้องเรียนผ่านระบบปกติได้รับการตอบสนองรวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้ ความจำเป็นที่จะต้องทำให้ทุกปัญหากลายเป็นข่าวก็จะลดลงเอง

เพราะไม่มีใครอยากเอาความทุกข์ของตัวเองไปโพสต์ให้คนทั้งประเทศเห็น

ไม่มีใครอยากยืนไลฟ์สดหน้าบ้านเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม

ไม่มีใครอยากให้ชีวิตตัวเองกลายเป็นคอนเทนต์

สิ่งที่ประชาชนต้องการ มีเพียงการรู้ว่า เมื่อร้องเรียนแล้ว จะมีคนรับผิดชอบ จะมีคนติดตาม และจะมีคำตอบที่ชัดเจน

ศูนย์ดำรงธรรมจึงควรเป็นมากกว่าศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ แต่ต้องเป็นศูนย์ที่สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่า ต่อให้ไม่มีแสงจากสื่อ ไม่มีเพจดัง ไม่มีรายการโทรทัศน์ หรือไม่มีอินฟลูเอนเซอร์มาช่วยขยายเสียง ปัญหาของประชาชนก็จะได้รับการแก้ไขด้วยมาตรฐานเดียวกัน

เพราะในสังคมที่ประชาชนศรัทธาต่อระบบ ความเป็นธรรมไม่ควรขึ้นอยู่กับยอดแชร์ ยอดไลก์ หรือจำนวนผู้ติดตาม

และความทุกข์ของประชาชน…ไม่ควรต้องรอให้เป็น “ไวรัล” จึงจะได้รับการเหลียวแล.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...