โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

10 วันแล้วตามหา ‘สีส้ม’ แมวพิการ มั่นใจยังมีชีวิตอยู่ เตรียมระดมกรงดัก-ใช้สุนัขดมกลิ่น

เดลินิวส์

อัพเดต 10 กรกฎาคม 2569 เวลา 0.11 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ภารกิจตามหา “สีส้ม” แมวพิการวัย 6 ปี ที่หายบนรถไฟสายใต้เข้าสู่วันที่ 10 ล่าสุดทีมงาน The Hope Thailand พบเบาะแสสำคัญเป็นรอยเท้าและรอยลากใต้ชานชาลาสถานีชุมพร มั่นใจน้องยังมีชีวิตอยู่ เตรียมระดมกรงดักและใช้สุนัขดมกลิ่นเร่งค้นหาต่อเนื่อง พร้อมเพิ่มเงินรางวัลนำจับเป็น 20,000 บาท ขณะที่กระแสข่าวพบกระดิ่งแมวบริเวณสถานีริมรางนั้น ยืนยันไม่ใช่ของสีส้มแต่อย่างใด

ความคืบหน้ากรณีการติดตามหา “สีส้ม” แมวพิการ เพศเมีย วัย 6 ปี ที่หายไปอย่างปริศนาบนขบวนรถไฟที่ 170 เส้นทางยะลา-สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ นั้น

สะเทือนใจ! ‘สีส้ม’ แมวพิการหายปริศนาบนรถไฟ หลังจนท.สั่งแยกเข้าตู้สัมภาระ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 9 ก.ค. นายพีระบุญ เจริญวัย หรือปุ๋ม ประธานมูลนิธิและองค์กรสวัสดิภาพสัตว์ The Hope Thailand ในฐานะคณะกรรมการพิจารณาแก้ไขปัญหาสัตว์จรจัดฯ และผู้ที่เข้ามาช่วยเหลือในเคสดังกล่าว ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวถึงสถานการณ์ล่าสุดว่า จากเมื่อวานนี้ (8 ก.ค.) ตนและทีมอาสาสมัครได้เดินเท้าค้นหาตามข้อมูลที่ได้รับ โดยเชื่อว่าแมวอาจจะตกรถไฟจากสถานีสวีมาจนถึงสถานีรถไฟชุมพร เป็นระยะทาง 31 กิโลเมตร ซึ่งทีมงานได้ทำการค้นหาตั้งแต่เช้าจนถึงมืด โดยมีสมมุติฐานว่าหากพนักงานทำความสะอาดบนรถไฟ (สงวนชื่อ-นามสกุล) ไม่ได้ให้ข้อมูลเท็จที่ระบุว่าเห็นแมวครั้งสุดท้ายที่อำเภอสวี และพนักงานรถไฟกะที่สองขึ้นมาพบว่าแมวไม่อยู่ที่อำเภอชุมพร จึงมีความเป็นไปได้ว่าแมวอาจจะตกรถในช่วงเวลา 03.00 น. ของวันที่ 29 มิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงเช้ามืดและสถานีรถไฟมีความมืด ประกอบกับชานชาลามีขนาดใหญ่และลึก ทำให้ในขณะนั้นอาจยังไม่มีผู้พบเห็น ตนจึงเห็นว่าไม่ควรตัดข้อสันนิษฐานที่ว่าแมวอาจจะยังอยู่ในพื้นที่ของสถานีรถไฟชุมพร โดยเฉพาะบริเวณชานชาลาที่สอง ซึ่งเป็นจุดที่รถไฟขบวนดังกล่าวเข้าจอด

จากการตรวจสอบเพิ่มเติมร่วมกับทีมงาน พบโพรงลึกยาวอยู่ใต้ชานชาลาที่สอง ซึ่งแมวสามารถเข้าไปหลบได้ รวมถึงอาจจะมุดเข้าสู่ใต้ชานชาลาที่สาม พื้นที่ด้านล่างของชานชาลามีลักษณะเตี้ย ทึบ และมืด ซึ่งในระหว่างการสำรวจ หนึ่งในทีมงานพบร่องรอยคล้ายรอยเท้าแมวและรอยลากยาวใต้ชานชาลาที่สอง กระทั่งเช้าวันนี้ ตนและทีมงานได้มุดเข้าไปสำรวจใต้ชานชาลาที่สองอีกครั้ง พบร่องรอยชัดเจนยิ่งขึ้น โดยพบรอยเท้าแมวที่เป็นรอยเท้าคู่สองข้างไม่ใช่การเดินสี่ขาปกติ และเป็นรอยลากไปเต็มพื้นดิน ซึ่งถือเป็นรอยเท้าค่อนข้างใหม่ เนื่องจากมีความลึกและยังไม่มีฝุ่นลงไปถม

ทั้งนี้เมื่อสอบถามเจ้าของแมว หรือ คุณยัง ถึงพฤติกรรมปกติพบว่า สีส้มสามารถขึ้นและลงบันไดได้ จึงสอดคล้องกับข้อสันนิษฐานว่าแมวอาจจะมุดออกจากชานชาลามาใต้ชานชาลาที่สอง แล้วปีนข้ามรางรถไฟไปมุดเข้าสู่ใต้ชานชาลาที่สาม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สัตว์สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ ตนได้เดินสำรวจตลอดความยาวของชานชาลาที่สามและพบรอยเท้ากับรอยรูดจำนวนมาก สิ่งที่ทำให้รู้สึกได้ว่าสัญญาณชีพของแมวสีส้มน่าจะยังอยู่ คือการพบร่องรอยการเดินเข้าออกตามรูหรือโพรงต่าง ๆ และภายในพื้นที่ดังกล่าวมีน้ำรวมถึงเศษอาหารจากขยะอยู่ อีกทั้งยังไม่พบซากสัตว์หรือกลิ่นเน่าเหม็นใด ๆ ทำให้มีความมั่นใจว่าสีส้มน่าจะยังมีชีวิตอยู่ โดยในเวลากลางวันแมวอาจจะหลบซ่อนตัวและออกมาในช่วงกลางคืนที่เงียบสงบ

สำหรับการวางแผนค้นหาในลำดับต่อไป ตนจะทำการระดมกรงดักแมวไปวางตามจุดที่พบรอยเท้า และได้ให้เจ้าของแมวอัดคลิปเสียงเรียกชื่อเพื่อนำไปเปิดให้น้องแมวได้ยิน รวมถึงจะนำสุนัขดมกลิ่นมาช่วยค้นหาในพื้นที่ใกล้เคียง แม้ว่าจะมีความหวังผลเพียง 20 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากไม่มีกลิ่นต้นฉบับของแมวมาประกอบก็ตาม ซึ่งตนได้ฝากทำความเข้าใจถึงประชาชนที่เรียกร้องให้นำสุนัขมาช่วยว่า วิธีดังกล่าวมีข้อจำกัด แต่ทางมูลนิธิจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนทั้งหมด

นายพีระบุญ ระบุต่อว่า ตนจะพักค้างแรมบริเวณชานชาลา เพื่อหาสีส้มตลอดทั้งคืน โดยวันนี้ครบ 10 วันแล้ว นับตั้งแต่แมวหายไป ความพยายามที่ผ่านมาของตนตั้งแต่ทราบเรื่องเมื่อ 6-7 วันก่อน ได้ส่งอาสาสมัครไปตรวจสอบที่ จ.ลำปาง ตามที่มีกระแสข่าวแต่ไม่พบตัว จากนั้นได้พาเจ้าของไปแจ้งเรื่องร้องเรียนกับผู้ว่าการรถไฟ เพื่อติดตามหาหลักฐานและลงบันทึกประจำวันที่ สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อเป็นหลักฐาน ก่อนจะเดินทางมาลุยค้นหาที่ จ.ชุมพร ด้วยตนเองต่อเนื่องเป็นเวลา 5 วัน มากกว่า 100 ชั่วโมงแล้ว

นายพีระบุญ กล่าวทิ้งท้ายถึงความร่วมมือว่า กำลังพลหลักมาจากมูลนิธิ The Hope Thailand ภาคประชาชน และอาสาสมัครในพื้นที่รวมถึงเพจเฟซบุ๊ก บ้านหลังสุดท้ายของหมาจรจัด แต่ก็ต้องให้เครดิตการรถไฟ ที่มีทีมงานที่รักสัตว์มาช่วยร่วมค้นหาโดยใช้รถตรวจราง รวมถึงการประชาสัมพันธ์เสียงตามสายและติดใบปลิวเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตนอยากให้การรถไฟดำเนินการมากที่สุดคือ การประชาสัมพันธ์ทุกช่องทางในพื้นที่สถานีรถไฟชุมพรอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ตนได้เพิ่มเงินรางวัลเป็น 20,000 บาท ให้แก่ผู้ที่พบเห็นและนำมาสู่การพบตัวแมวสีส้ม พร้อมทั้งยืนยันว่ากระแสข่าวการพบกระดิ่งแมวที่สถานีริมรางรถไฟแถววิสัยใต้นั้น ไม่ใช่ของน้องสีส้มแต่อย่างใด.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...