โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไม่ใช่แค่เดาทาง! เบื้องหลังการเซฟจุดโทษของ “ยาสซีน บูนู”

PPTV HD 36

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ไม่ใช่แค่ปฏิกิริยาที่รวดเร็ว แต่คือเกมจิตวิทยา ข้อมูล และการอ่านใจคู่แข่ง เบื้องหลังการเซฟจุดโทษของ ยาสซีน บูนู คืออะไรกันแน่?

เป็นอีกครั้งที่ยาสซีน บูนู นายทวารโมร็อกโกเซฟจุดโทษไว้ได้..โดยในเกมเมื่อคืน คีเลียน เอ็มบัปเป้ พลาดจุดโทษสำคัญในเกมที่ฝรั่งเศสเอาชนะโมร็อกโก

หลายคนอาจคิดว่าเขา "เดาทางเก่ง"แต่ความจริงแล้ว การเซฟจุดโทษของบูนู ไม่ใช่เรื่องของโชคเลย มันคือศาสตร์ที่ผสมทั้งข้อมูล จิตวิทยา และประสบการณ์เข้าไว้ด้วยกัน เขาทำได้อย่างไร ไปวิเคราะห์การเซฟสุดโหดของนายทวารชาวโมร็อกโกคนนี้กัน

เกาะติดทุกความเคลื่อนไหวฟุตบอลโลก 2026 กับ PPTV

บูนูคือหนึ่งในจอมเซฟจุดโทษของฟุตบอลโลก

ตลอดฟุตบอลโลก 2022 ต่อเนื่องมาจนถึงฟุตบอลโลก 2026 ชื่อของ ยาสซีน บูนู กลายเป็นฝันร้ายของนักเตะที่ต้องรับหน้าที่ยิงจุดโทษ ไม่ว่าจะเป็นช่วงดวลจุดโทษหรือจุดโทษระหว่างเกม เขามักทำให้คู่แข่งต้องเจอกับแรงกดดันมากกว่าผู้รักษาประตูทั่วไป

ข้อมูลจากออปต้าระบุว่า ตลอดฟุตบอลโลกทั้งสองครั้ง เขาเผชิญหน้ากับการยิงจุดโทษทั้งหมด 9 ครั้ง แต่กลับเสียประตูเพียง 2 ลูก เท่านั้น โดยแบ่งเป็นเซฟได้ 4 ครั้ง และอีก 3 ครั้ง คู่แข่งยิงหลุดกรอบไปเอง

ตัวเลขแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะโชค เพราะหากดูตลอดหลายปีที่ผ่านมา บูนูคือหนึ่งในผู้รักษาประตูที่มีอัตราการเซฟจุดโทษสูงที่สุดของโลกอย่างต่อเนื่อง

อาวุธที่น่ากลัวที่สุดของเขา…ไม่ใช่การพุ่ง

โชเซ่ หลุยส์ ซิลวาอดีตโค้ชผู้รักษาประตูของเซบีย่า ซึ่งเคยร่วมงานกับบูนูโดยตรง เคยอธิบายถึงจุดแข็งของลูกทีมไว้สั้น ๆ แต่ชัดเจนว่า
"He scares the players taking them."

หรือแปลตรงตัวว่า
"เขาทำให้คนยิงรู้สึกกลัว"

หลายคนอาจคิดว่าผู้รักษาประตูที่เซฟจุดโทษเก่ง ต้องเป็นคนที่เดาทางแม่นหรือมีปฏิกิริยาตอบสนองรวดเร็ว แต่สำหรับบูนู สิ่งที่ทำให้เขาแตกต่างคือ "การควบคุมจังหวะของคนยิง"

เขาจะยืนนิ่งให้นานที่สุด ไม่รีบแสดงท่าทีว่าจะพุ่งไปทางไหน ใช้สายตาสบกับคู่แข่ง และรอจนถึงวินาทีสุดท้ายก่อนตัดสินใจ สิ่งเหล่านี้ทำให้คนยิงเริ่มคิดมาก และยิ่งคิดมาก โอกาสผิดพลาดก็ยิ่งเพิ่มขึ้น

ในเกมกับฝรั่งเศสเมื่อคืน เอ็มบัปเป้ไม่ได้เดินมายิงทันที แต่ต้องยืนรอเกือบ 3 นาที เพราะ VAR ใช้เวลาตรวจสอบจังหวะได้จุดโทษ
ระหว่างนั้น เขาต้องวางบอลใหม่ถึงสองครั้ง ขณะที่บูนูก็ยืนรออยู่ตรงหน้าโดยไม่แสดงอาการรีบร้อนแม้แต่น้อย
สุดท้าย เอ็มบัปเป้ยิงไม่เต็มเท้า และบูนูก็อ่านทางได้อย่างถูกต้อง

แน่นอนว่าไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าการรอคอยทำให้เอ็มบัปเป้ยิงพลาด แต่ในวงการ Sports Psychology มีงานวิจัยหลายชิ้นที่พบว่า ยิ่งนักเตะต้องใช้เวลาคิดนาน ความกดดันก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น และเมื่อถึงจังหวะยิง โอกาสที่จะเปลี่ยนใจหรือยิงไม่เป็นธรรมชาติก็สูงขึ้นตามไปด้วย

ฟุตบอลยุคใหม่…ผู้รักษาประตูไม่ได้พึ่งแค่สัญชาตญาณ

ทุกวันนี้ การรับมือจุดโทษไม่ได้อาศัยแค่การเดาทางอีกต่อไป

แทบทุกทีมชาติและทุกสโมสรระดับสูง ต่างมีทีมวิเคราะห์ข้อมูลคอยเก็บสถิติของนักเตะคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็นมุมที่ชอบยิง ความเร็วในการวิ่งเข้าหาบอล หรือแม้แต่พฤติกรรมเวลาถูกกดดัน

แต่สิ่งที่ทำให้บูนูแตกต่าง คือเขาไม่ได้ใช้แค่ข้อมูลเหล่านั้น เขายังผสมการอ่านภาษากายของคนยิงเข้าไปด้วย ทั้งจังหวะขยับตัว การวางเท้าหลัก หรือทิศทางของสายตา ก่อนจะตัดสินใจพุ่งในวินาทีสุดท้าย

หลายครั้งจึงดูเหมือนว่าเขา "เดาทางถูก" แต่แท้จริงแล้ว มันคือการอ่านเกมในเวลาเพียงเสี้ยววินาที

แม้หลายคนมองว่าการดวลจุดโทษ คือการวัดความแม่นยำของคนยิงกับปฏิกิริยาของผู้รักษาประตู แต่ในความเป็นจริง มันคือสงครามทางจิตวิทยา และบูนูคือหนึ่งในผู้รักษาประตูที่เข้าใจเรื่องนี้ดีที่สุด

เพราะหลายครั้ง สิ่งแรกที่เขาเอาชนะได้ ไม่ใช่ลูกฟุตบอล แต่คือ ความมั่นใจของคนยิง ตั้งแต่ก่อนที่บอลจะถูกสัมผัสเสียอีก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"เอ็มบัปเป้" ทำสถิติเพิ่มในศึกฟุตบอลโลก หลังยิงประตูเกมชนะ โมร็อกโก

เอ็มบัปเป้" ลั่นสบายหายห่วง หลังเจ็บข้อเท้าเกมชนะ โมร็อกโก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไม่ใช่แค่เดาทาง! เบื้องหลังการเซฟจุดโทษของ “ยาสซีน บูนู”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...