ไม่ใช่แค่เดาทาง! เบื้องหลังการเซฟจุดโทษของ “ยาสซีน บูนู”
เป็นอีกครั้งที่ยาสซีน บูนู นายทวารโมร็อกโกเซฟจุดโทษไว้ได้..โดยในเกมเมื่อคืน คีเลียน เอ็มบัปเป้ พลาดจุดโทษสำคัญในเกมที่ฝรั่งเศสเอาชนะโมร็อกโก
หลายคนอาจคิดว่าเขา "เดาทางเก่ง"แต่ความจริงแล้ว การเซฟจุดโทษของบูนู ไม่ใช่เรื่องของโชคเลย มันคือศาสตร์ที่ผสมทั้งข้อมูล จิตวิทยา และประสบการณ์เข้าไว้ด้วยกัน เขาทำได้อย่างไร ไปวิเคราะห์การเซฟสุดโหดของนายทวารชาวโมร็อกโกคนนี้กัน
เกาะติดทุกความเคลื่อนไหวฟุตบอลโลก 2026 กับ PPTV
บูนูคือหนึ่งในจอมเซฟจุดโทษของฟุตบอลโลก
ตลอดฟุตบอลโลก 2022 ต่อเนื่องมาจนถึงฟุตบอลโลก 2026 ชื่อของ ยาสซีน บูนู กลายเป็นฝันร้ายของนักเตะที่ต้องรับหน้าที่ยิงจุดโทษ ไม่ว่าจะเป็นช่วงดวลจุดโทษหรือจุดโทษระหว่างเกม เขามักทำให้คู่แข่งต้องเจอกับแรงกดดันมากกว่าผู้รักษาประตูทั่วไป
ข้อมูลจากออปต้าระบุว่า ตลอดฟุตบอลโลกทั้งสองครั้ง เขาเผชิญหน้ากับการยิงจุดโทษทั้งหมด 9 ครั้ง แต่กลับเสียประตูเพียง 2 ลูก เท่านั้น โดยแบ่งเป็นเซฟได้ 4 ครั้ง และอีก 3 ครั้ง คู่แข่งยิงหลุดกรอบไปเอง
ตัวเลขแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะโชค เพราะหากดูตลอดหลายปีที่ผ่านมา บูนูคือหนึ่งในผู้รักษาประตูที่มีอัตราการเซฟจุดโทษสูงที่สุดของโลกอย่างต่อเนื่อง
อาวุธที่น่ากลัวที่สุดของเขา…ไม่ใช่การพุ่ง
โชเซ่ หลุยส์ ซิลวาอดีตโค้ชผู้รักษาประตูของเซบีย่า ซึ่งเคยร่วมงานกับบูนูโดยตรง เคยอธิบายถึงจุดแข็งของลูกทีมไว้สั้น ๆ แต่ชัดเจนว่า
"He scares the players taking them."
หรือแปลตรงตัวว่า
"เขาทำให้คนยิงรู้สึกกลัว"
หลายคนอาจคิดว่าผู้รักษาประตูที่เซฟจุดโทษเก่ง ต้องเป็นคนที่เดาทางแม่นหรือมีปฏิกิริยาตอบสนองรวดเร็ว แต่สำหรับบูนู สิ่งที่ทำให้เขาแตกต่างคือ "การควบคุมจังหวะของคนยิง"
เขาจะยืนนิ่งให้นานที่สุด ไม่รีบแสดงท่าทีว่าจะพุ่งไปทางไหน ใช้สายตาสบกับคู่แข่ง และรอจนถึงวินาทีสุดท้ายก่อนตัดสินใจ สิ่งเหล่านี้ทำให้คนยิงเริ่มคิดมาก และยิ่งคิดมาก โอกาสผิดพลาดก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
ในเกมกับฝรั่งเศสเมื่อคืน เอ็มบัปเป้ไม่ได้เดินมายิงทันที แต่ต้องยืนรอเกือบ 3 นาที เพราะ VAR ใช้เวลาตรวจสอบจังหวะได้จุดโทษ
ระหว่างนั้น เขาต้องวางบอลใหม่ถึงสองครั้ง ขณะที่บูนูก็ยืนรออยู่ตรงหน้าโดยไม่แสดงอาการรีบร้อนแม้แต่น้อย
สุดท้าย เอ็มบัปเป้ยิงไม่เต็มเท้า และบูนูก็อ่านทางได้อย่างถูกต้อง
แน่นอนว่าไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าการรอคอยทำให้เอ็มบัปเป้ยิงพลาด แต่ในวงการ Sports Psychology มีงานวิจัยหลายชิ้นที่พบว่า ยิ่งนักเตะต้องใช้เวลาคิดนาน ความกดดันก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น และเมื่อถึงจังหวะยิง โอกาสที่จะเปลี่ยนใจหรือยิงไม่เป็นธรรมชาติก็สูงขึ้นตามไปด้วย
ฟุตบอลยุคใหม่…ผู้รักษาประตูไม่ได้พึ่งแค่สัญชาตญาณ
ทุกวันนี้ การรับมือจุดโทษไม่ได้อาศัยแค่การเดาทางอีกต่อไป
แทบทุกทีมชาติและทุกสโมสรระดับสูง ต่างมีทีมวิเคราะห์ข้อมูลคอยเก็บสถิติของนักเตะคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็นมุมที่ชอบยิง ความเร็วในการวิ่งเข้าหาบอล หรือแม้แต่พฤติกรรมเวลาถูกกดดัน
แต่สิ่งที่ทำให้บูนูแตกต่าง คือเขาไม่ได้ใช้แค่ข้อมูลเหล่านั้น เขายังผสมการอ่านภาษากายของคนยิงเข้าไปด้วย ทั้งจังหวะขยับตัว การวางเท้าหลัก หรือทิศทางของสายตา ก่อนจะตัดสินใจพุ่งในวินาทีสุดท้าย
หลายครั้งจึงดูเหมือนว่าเขา "เดาทางถูก" แต่แท้จริงแล้ว มันคือการอ่านเกมในเวลาเพียงเสี้ยววินาที
แม้หลายคนมองว่าการดวลจุดโทษ คือการวัดความแม่นยำของคนยิงกับปฏิกิริยาของผู้รักษาประตู แต่ในความเป็นจริง มันคือสงครามทางจิตวิทยา และบูนูคือหนึ่งในผู้รักษาประตูที่เข้าใจเรื่องนี้ดีที่สุด
เพราะหลายครั้ง สิ่งแรกที่เขาเอาชนะได้ ไม่ใช่ลูกฟุตบอล แต่คือ ความมั่นใจของคนยิง ตั้งแต่ก่อนที่บอลจะถูกสัมผัสเสียอีก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
"เอ็มบัปเป้" ทำสถิติเพิ่มในศึกฟุตบอลโลก หลังยิงประตูเกมชนะ โมร็อกโก
เอ็มบัปเป้" ลั่นสบายหายห่วง หลังเจ็บข้อเท้าเกมชนะ โมร็อกโก
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไม่ใช่แค่เดาทาง! เบื้องหลังการเซฟจุดโทษของ “ยาสซีน บูนู”
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com