“อภิสิทธิ์” น้อมรับคำวินิจฉัยศาลรธน.ไฟเขียว พ.ร.ก.กู้เงิน จี้รัฐบาลแจงแผนรับมือหนี้สาธารณะพุ่ง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 9 ต่อ 0 ว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ในวงเงิน 200,000 ล้านบาทแรก สำหรับเยียวยาผลกระทบจากวิกฤต ตะวันออกกลาง และวงเงินอีก 200,000 ล้านบาท สำหรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน มีมติ 7 ต่อ 2 ว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ว่าพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะหนึ่งในผู้ร้องคดี รับทราบ เคารพ และน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่เนื่องจากขณะนี้ยังมีเพียงผลมติที่ประกาศออกมา ยังไม่ได้ทราบเหตุผลโดยละเอียด จึงต้องรอศึกษาคำวินิจฉัยฉบับเต็มก่อน จึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นต่อรายละเอียดได้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าพรรคยังมีความกังวลว่า หากคำวินิจฉัยครั้งนี้นำไปสู่การสร้างบรรทัดฐานใหม่เกี่ยวกับการกู้เงินของรัฐบาล ในกรณีที่รัฐบาลมีงบประมาณไม่เพียงพอ แม้จะอยู่ในภาวะเศรษฐกิจปกติ ก็อาจส่งผลกระทบต่อวินัยการเงินการคลังของประเทศ เพราะตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา กรอบวินัยการเงินการคลังที่กำหนดไว้ทั้งในรัฐธรรมนูญ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มีส่วนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยมีปัญหาหนี้สาธารณะอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับหลายประเทศ ดังนั้น พรรคจึงต้องการศึกษาว่า ศาลรัฐธรรมนูญใช้เหตุผลใดในการวินิจฉัย และกังวลว่าจะเกิดบรรทัดฐานใหม่ในการกู้เงินของรัฐบาลในอนาคต
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ประเด็นที่สองคือ การที่รัฐบาลสามารถกู้เงินครั้งนี้ จะทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ขยับเข้าใกล้เพดานร้อยละ 70 ซึ่งรัฐบาลเคยยืนยันต่อรัฐสภาว่าไม่มีแนวคิดขยายเพดานหนี้สาธารณะ พรรคจึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งชี้แจงแผนการคลังทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ว่าจะมีแนวทางเพิ่มรายได้หรือปรับลดรายจ่ายอย่างไร เพื่อไม่ให้ประเทศต้องกลับมาเผชิญปัญหาการกู้เงินเพิ่มหรือจำเป็นต้องขยายเพดานหนี้อีก และหวังว่าจะไม่ต้องมีการออกพระราชกำหนดกู้เงินในลักษณะนี้อีกในอนาคต