โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ใครก็ว่าแปลกๆ!! เก็บทอง 7 หมื่นคืนเจ้าของ แต่ถูกห้ามลงรูป

มุมข่าว

เผยแพร่ 31 พ.ค. เวลา 09.01 น. • B
เมื่อช่วงบ่ายสองของวันที่ 30 พ.ค. 2569 นายสมเดช ชื่นมะเริง วัย 50 ปี เจ้าของเขียงเนื้อบ้านเชียง ได้พบ สร้อยข้อมือทองคำ น้ำหนัก 1 บาท

เมื่อช่วงบ่ายสองของวันที่ 30 พ.ค. 2569 นายสมเดช ชื่นมะเริง วัย 50 ปี เจ้าของเขียงเนื้อบ้านเชียง ได้พบ สร้อยข้อมือทองคำ น้ำหนัก 1 บาท ตกอยู่บริเวณหน้าทางเข้า ร้านสะดวกซื้อ ในหมู่ 13 บ้านเชียง ด้วยหลักคิดที่ว่า ใจเขาใจเรา ซึ่งเข้าใจดีว่าเจ้าของตัวจริงคงกำลังร้อนรนกระวนกระวายใจเพราะทรัพย์สินมีมูลค่าสูงถึงเจ็ดหมื่นบาท นายสมเดชจึงไม่คิดเก็บไว้เป็นของตัวเอง และตัดสินใจนำไปมอบให้ผู้ใหญ่บ้านเพื่อช่วยประกาศตามหาเจ้าของให้มารับคืน

จุดเริ่มต้นของความคลางแคลงใจเกิดขึ้นเมื่อมีหญิงชาวบ้านเชียงคนหนึ่งเดินทางมารับสร้อยข้อมือโดยอ้างสิทธิ์เป็นเจ้าของ แต่กลับมีพฤติกรรมที่สร้างความแปลกใจให้กับคนในพื้นที่ ดังนี้ ปฏิเสธการเป็นข่าว: หญิงคนดังกล่าวห้ามไม่ให้นำภาพไปโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย โดยให้เหตุผลเพียงว่า "อายคน" และต้องการให้เรื่องจบแค่นี้

ไร้สินน้ำใจและคำขอบคุณ ไม่มีการมอบ สินน้ำใจ ให้กับผู้ที่เก็บของได้ แม้กระทั่งคำขอบคุณก็ไม่มี มีเพียงการถามไถ่สั้นๆ ว่าจะกินเบียร์หรือไม่ ซึ่งนายสมเดชได้ปฏิเสธไป โดยระบุว่าตนไม่ได้หวังรางวัลตอบแทนใดๆ

รอยร้าวจากดราม่าเก่า ก่อนหน้านี้ในชุมชนเคยมีเคสของ นายยอด คนเก็บขยะที่ เก็บแหวนทอง 1 สลึงส่งคืนเจ้าของ แต่ได้รับรางวัลตอบแทนเพียง 100 บาทจนเกิดเป็นกระแสวิจารณ์อย่างหนักมาแล้ว เมื่อมาเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยที่เจ้าของไม่มีน้ำใจให้คนทำดีอีก ชาวบ้านจึงตั้งคำถามถึงความเหมาะสม และลุกลามไปจนถึงความสงสัยว่าหญิงคนนี้คือเจ้าของตัวจริงแน่หรือไม่

ในการส่งมอบทรัพย์สินมีค่าคืนให้ผู้สูญหาย การตรวจสอบหลักฐานยืนยันตัวตนถือเป็นหัวใจสำคัญเพื่อป้องกันผู้ไม่หวังดีสวมรอย ล่าสุด นายสุรเชษฐ์ ภูมิศรีแก้ว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 13 ซึ่งอยู่ระหว่างติดธุระที่จังหวัดขอนแก่น ได้รับทราบเรื่องราวและข้อสงสัยของชาวบ้านแล้ว

เพื่อความโปร่งใสและยุติข้อครหาทั้งหมด ทางผู้ใหญ่บ้านได้เตรียมการทำบันทึกเพื่อขอดูภาพจาก กล้องวงจรปิด ของ ร้านสะดวกซื้อ ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ เพื่อใช้เป็นหลักฐานพิสูจน์ให้ชัดเจนว่า ผู้ที่มารับ สร้อยข้อมือทองคำ 1 บาท ไปนั้น เป็นเจ้าของที่ทำตกไว้จริงหรือไม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...