โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ปานเทพ-ทนายปุย ยื่นศาลถอนประกัน “ทนายตั้ม”ส่อข่มขู่พยาน-พาดพิงศาล

Amarin TV

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
“ปานเทพ-ทนายปุย” บุกศาลยื่นถอนประกัน “ทนายตั้ม” ชี้ส่อข่มขู่พยาน-พาดพิงศาล

"ปานเทพ-ทนายปุย" บุกศาลยื่นถอนประกัน "ทนายตั้ม" ชี้ส่อข่มขู่พยาน-พาดพิงศาล

วันที่ 24 มิถุนายน 2569 นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากนายสนธิ ลิ้มทองกุล สื่อมวลชนอาวุโส พร้อมด้วยนางสาวอัจฉรา แสงขาว ทนายความของ "มาดามอ้อย" ผู้เสียหาย เดินทางไปที่ศาลอาญา เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวของ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ "ทนายตั้ม" ในระหว่างอุทธรณ์ รวมถึงยื่นฟ้องข้อหาหมิ่นประมาท กรณีกล่าวพาดพิงใส่ความ "นายสนธิ" หลายกรณี

โดยนายปานเทพระบุว่า วันนี้มายื่น 2 เรื่อง โดยเรื่องที่ 1 ก็คือ ขอเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ส่วนเรื่องที่ 2 คือตนได้รับมอบอำนาจจากนายสนธิ ลิ้มทองกุล สื่อมวลชนอาวุโส ให้ทำการยื่นฟ้องหมิ่นประมาทหลายกรณีที่เกิดขึ้นทั้งกรณีที่นายษิทรานั้นได้กล่าวพาดพิงใส่ความนายสนธิ

ส่วนตัวมองว่าความสำคัญในวันนี้ก็คือตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นคดีระหว่างนายษิทรา เบี้ยบังเกิดกับมาดามอ้อย ตนขอย้ำว่าอยู่ในฐานะผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากมาดามอ้อยในการดำเนินการหลายอย่าง ซึ่งเป็นที่เปิดเผยตั้งแต่สภาทนายความ

การที่เรามายื่นสืบเนื่องมาจากว่านายษิทราถูกจับและไม่ได้รับการประกันตัวเพราะอะไร อยากให้ทบทวนเป็นข้อๆ โดยข้อที่ 1 ตำรวจแจ้งว่านายษิทรา มีพฤติการณ์จะหลบหนี ข้อที่ 2 ในระหว่างการพิจารณาคดีจนถึงวันพิพากษาเห็นได้ชัดชัดเจนว่ามีโทษข้อหาฉ้อโกงและมีโทษรวมแล้ว 5 ปี 12 เดือน ซึ่งเป็นที่ถือว่าหนัก และข้อที่ 3 คือเมื่อนายษิทรา ออกมาแล้วก็พูดผ่านสื่อมาตลอดลักษณะที่ทำให้เชื่อได้ว่าผู้พิพากษาหรือศาลนั้นไม่ให้ความยุติธรรม

โดยอ้างอยู่ตลอดระหว่างออกหลายรายการว่าศาลไม่พิจารณาหลักนิติวิทยาศาสตร์ และกล่าวโทษไปถึงพยานว่ามีการให้การเท็จมีสินบนและไม่น่าเชื่อถือ ราวกับเป็นการกล่าวหากระบวนการที่ทำในชั้นศาลว่าไม่ยุติธรรม ซึ่งตนย้ำแล้วว่าในการแถลงข่าวของคุณมี่และคุณปีเตอร์ ที่ได้นำเสนอพยานหลักฐานที่เป็นนิติวิทยาศาสตร์ที่สุดคือเหตุการณ์แชตไลน์โลเคชั่น ระหว่างเกิดเหตุ ไม่ใช่หลังเกิดเหตุ จะมีการเอามาปะติดปะต่อมโนภาพ ไม่ใช่เลย ซึ่งศาลพิพากษาจากหลักนิติวิทยาศาสตร์พยานแวดล้อมพยานบุคคลและเหตุการณ์ประกอบการรวมถึงหลักฐานทางบัญชีการเงินด้วย ดังนั้นจะเห็นได้ว่าลักษณะการกล่าวหาต่อศาลยังไม่ถูกต้องทำให้โจทก์ และพยานโจทก์ย่อมเสียหายไปด้วย รวมถึงศาลก็เสียหายไปด้วย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประกาศออกมาแต่วันแรกว่าแค้นพยาน และแค้นบ้านพระอาทิตย์ ทั้งยังมีพฤติกรรมที่ส่อไปในทางข่มขู่ โดยมีลักษณะการประกาศว่าจะไปฟ้องและแจ้งความก่อนจะมีการแถลงข่าว " ซึ่งเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของพยานบุคคลเป็นอย่างมาก อย่าง "คุณมี่" หนึ่งในพยาน ก็หวาดกลัวทั้งข้อความข่มขู่ทางไลน์ ทั้งโทรศัพท์ที่โทรมาหลายสายกลางดึก ซึ่งผิดปกติ ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้ ตนได้มีการประมวลเหตุการณ์ทั้งหมดแล้วก็พิจารณาข้อกฎหมายจึงเห็นว่าควรจะยื่นถอนประกัน

ในวันนี้ตนมาเป็นเพื่อนกับทนายเท่านั้น และ เป็นตัวแทนนายสนธิ ลิ้มทองกุลมาฟ้องร้องนายษิทรา เบี้ยบังเกิดในข้อหาหมิ่นประมาทในหลายกรณี โดยมีหลายกรณีที่กล่าวหาใส่ร้ายนายสนธิ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นว่านายสนธิอยู่เบื้องหลังการฮั้วประมูล ทั้งที่ไม่มีโครงการดังกล่าว หรือกรณีที่กล่าวหาว่านายสนธิไปขอเงินจาก "มาดามอ้อย" ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

ด้านนางสาวอัจฉรา แสงขาว ทนายความ เปิดเผยว่า สาเหตุที่ต้องขอให้ศาลเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว "ทนายตั้ม" นั้น เริ่มมาจากพฤติกรรมของ "ทนายตั้ม" ในห้องพิพากษาคดีครั้งล่าสุด ที่ "ทนายตั้ม" ใช้คำพูดทำนองดูหมิ่นผู้พิพากษาในการพิจารณาคดี และตั้งแต่ก้าวขาออกมาจากเรือนจำ ก็ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนทำนองว่า ทนายตั้มก็พูดว่าไม่ได้รับความยุติธรรม ศาลรับฟังพยานบุคคล มากกว่าพยานวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ ยังให้สัมภาษณ์ให้ร้ายพยาน หรือบุคคลภายนอกด้วย รวมถึงเรื่องตั้งแต่ที่ทนายตั้มถูกจับตั้งแต่ ปี 2567 เป็นต้นมาระหว่างการพิจารณาคดีไม่เคยได้รับการประกันตัว จนมาถึงวันที่มีคำพิพากษาแล้วศาลมีคำพิพากษาออกมา ย่อมแสดงให้เห็นว่าการที่ศาลมีคำพิพากษาพยานหลักฐานต้องชัดเจนแล้ว

ดังนั้นจึงขอให้ศาลพิจารณาเรื่องเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว "ทนายตั้ม" และหากพฤติกรรมของ "ทนายตั้ม" เป็นการละเมิดอำนาจศาล หรือดูหมิ่นศาล ก็ให้เรียกไต่สวน หรือลงโทษ

นอกจากนี้ หากข้อกำหนดการวางเงินประกันน้อยเกินไป ก็ขอให้มีคำสั่งต้องวางเงินประกันเพิ่ม เพราะคดีนี้ให้วางเงินประกันเพียง 1 ล้านบาท ไม่ถึง 1 ใน 3 ของมูลค่าความเสียหาย 72 ล้านบาท หรือให้ติดกำไลอีเอ็ม เป็นต้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...