โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘ฟิทช์’ หั่นคาดการณ์ ‘เศรษฐกิจโลก’ ปีนี้โต 2.4% เหตุราคาน้ำมันพุ่ง จากวิกฤติตะวันออกกลาง

The Bangkok Insight

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

ฟิทช์ เรทติ้งส์ ปรับลดคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจโลก หลังสงครามสหรัฐ-อิหร่าน ดันราคาน้ำมันสูงขึ้น กระทบเงินเฟ้อ การบริโภค และต้นทุนภาคธุรกิจทั่วโลก

ฟิทช์ เรทติ้งส์ ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ลงเหลือ 2.4% ลดลง 0.2% จากประมาณการเดิม โดยระบุว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ กับอิหร่านที่ยืดเยื้อได้ผลักดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้น จนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง ทั้งผ่านแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ การบริโภคที่อ่อนแอลง และต้นทุนของภาคธุรกิจที่เพิ่มขึ้น

เศรษฐกิจโลก

การปรับลดคาดการณ์ครั้งนี้สอดคล้องกับมุมมองขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) โดยความขัดแย้งที่ดำเนินต่อเนื่องเข้าสู่เดือนที่ 4 ยังคงสร้างความผันผวนให้กับตลาดพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลก

ขณะเดียวกัน ฟิทช์ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เฉลี่ยในปี 2569 เป็น 87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากเดิม 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สะท้อนผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก โดยการปิดเส้นทางดังกล่าวเข้าสู่สัปดาห์ที่ 14 แล้ว และยังมีแนวโน้มเปิดใช้งานได้ยากก่อนเดือนกรกฎาคม เนื่องจากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังเผชิญอุปสรรค

อย่างไรก็ตาม ฟิทช์มองว่าสถานการณ์ปัจจุบันยังห่างไกลจากวิกฤตbราคาน้ำมันในทศวรรษ 2513 ซึ่งราคาน้ำมันที่แท้จริงเคยพุ่งแตะเกือบ 170 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อีกทั้งสัดส่วนการใช้น้ำมันต่อผลผลิตทางเศรษฐกิจโลกก็ลดลงราวครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับปี 2523

ภายใต้สมมติฐานหลัก ฟิทช์คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐ จะเติบโต 1.9% และเศรษฐกิจยูโรโซนจะขยายตัว 0.9% ซึ่งต่ำกว่าประมาณการเดิม ขณะที่เศรษฐกิจจีนถูกปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตเป็น 4.6% จากแรงหนุนของผลประกอบการทางเศรษฐกิจในไตรมาสแรกที่ดีกว่าคาด และภาคการส่งออกที่ยังคงแข็งแกร่ง

ฟิทช์ยังประเมินว่า หากสถานการณ์เลวร้ายลงจนราคาน้ำมันเฉลี่ยแตะ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลง 10% และภาวะสินเชื่อตึงตัวมากขึ้น เศรษฐกิจสหรัฐ อาจเติบโตเพียง 0.8% ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ขณะที่เศรษฐกิจยูโรโซนอาจขยายตัว 0.3% และจีนเติบโต 3.4%

ในด้านนโยบายการเงิน ฟิทช์คาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐ และธนาคารกลางอังกฤษ จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ตลอดปีนี้ ก่อนกลับมาปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปี 2570 ส่วนธนาคารกลางยุโรปมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิ.ย. ก่อนเปลี่ยนทิศทางในปีหน้า

ฟิทช์ระบุว่า แม้อัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันจะสูงกว่าปี 2564 อย่างมาก แต่ภาวะตลาดแรงงาน แรงกดดันด้านค่าจ้าง และการขยายตัวของนโยบายการคลัง ล้วนอยู่ในระดับที่อ่อนตัวกว่าช่วงก่อนหน้า

ทั้งนี้ ปัจจัยที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจโลกท่ามกลางความไม่แน่นอน คือการขยายตัวอย่างรวดเร็วของกิจกรรมด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยไบรอัน คูลตัน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของฟิทช์ ระบุว่า การใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศทั่วโลกที่เติบโตอย่างโดดเด่น กำลังช่วยลดผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระยะสั้น โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...