ตร.คุมตัว 2 เยาวชนผู้ต้องสงสัยคดี "น้ององุ่น" เสียชีวิต จ.กาญจนบุรี
จากกรณีคดี "น้ององุ่น" ด.ญ.อายุ 7 ขวบ เสียชีวิตใต้กอไผ่กลางสวนยางพารา พื้นที่หมู่ 4 ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา เบื้องต้นไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย
ล่าสุดวันนี้ (6 มิ.ย.2569) พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (รอง ผบช.ภ.7) นำกำลังชุดสืบสวน เข้าตรวจสอบบ้านของน้ององุ่น ภายในหมู่บ้านทิโคร่ง หมู่ 4 ต.ปรังเผล เพื่อหาหลักฐาน
โดยเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวเยาวชน 2 คน เป็นชายและหญิง ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยคดีน้ององุ่น ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ สร้างความสะเทือนใจให้กับครอบครัวและชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก ซึ่งไม่คาดคิดว่าจะเป็นบุคคลใกล้ชิดกับครอบครัว
จากการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้น พบว่า "น้ององุ่น" เสียชีวิตภายในบ้าน หลังจากนั้นมีการนำศพไปซ่อนในตู้เสื้อผ้า ก่อนจะนำศพขึ้นรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ไปอำพรางทิ้งไว้ใต้กอไผ่ในสวนยางพารา ซึ่งอยู่ห่างจาก "บ้านน้ององุ่น" ไม่ถึง 1 กิโลเมตร ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เตรียมแถลงข่าวสรุปคดีอีกครั้ง ในช่วงบ่ายวันนี้
ตำรวจได้ควบคุมตัว เด็กหญิง อายุ 13 ปี พี่สาวของ "น้ององุ่น" และเยาวชนชายอายุ 17 ปี ซึ่งเป็นน้าของ "น้ององุ่น" มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังก่อเหตุทำร้าย "น้ององุ่น" จนเสียชีวิตและนำศพไปทิ้งกลางสวนยาง ในพื้นที่หมู่ 4 บ้านทิโคร่ง ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา
เบื้องต้นเด็กหญิงอายุ 13 ปี สารภาพกับตำรวจว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุทำให้ "น้ององุ่น" เสียชีวิต อ้างว่า เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ตนเองและ "น้ององุ่น" เกิดทะเลาะมีปากเสียงกันที่บ้าน จึงพลั้งมืออุดปากอุดจมูกของ "น้ององุ่น" จนเสียชีวิต จากนั้นได้ขอความช่วยเหลือจากนายแป๊ะ ซึ่งเป็นน้าชาย ช่วยกันนำศพไปซุกซ่อนไว้ในตู้เสื้อผ้า ก่อนจะนำศพใส่กระสอบไปทิ้งไว้ที่สวนยาง
ก่อนหน้านี้ตำรวจระดมกำลังชุดสืบสวน ลงพื้นที่เก็บรวบรวมพยานหลักฐาน เรียกสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง กว่า 30 ปาก รวมถึง มีการเก็บตัวอย่าง DNA มากกว่า 20 คน เพื่อเร่งคลี่คลายคดีโดยเมื่อวานนี้ (5 มิ.ย.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ลงพื้นที่ติดตามการสืบสวนสอบสวนด้วยตัวเอง
ซึ่ง ผบ.ตร.เน้นย้ำการทำคดีว่า อย่ารีบร้อนจนทำให้ผิดพลาด ให้ตรวจพิสูจน์อย่างรอบคอบและละเอียดที่สุด และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามลงมาช่วย ซึ่งคดีนี้มีข้อจำกัด เพราะพบแค่ศพ แต่ทรัพย์สินต่าง ๆ ของ "น้ององุ่น" มือถือ รองเท้าไม่ได้หายไป
แนวทางการสืบสวนสอบสวน มุ่งไป 3 ประเด็นหลัก คือ "น้ององุ่น" เดินทางไปยังจุดที่พบศพด้วยตัวเอง และมีโรคประจำตัวหรือไม่ มีคนล่อลวงพา "น้ององุ่น" ไปยังจุดเกิดเหตุ มีคนล่อลวง มีเจตนาพาไปที่เกิดเหตุเพื่อหวังให้เสียชีวิตหรือไม่ ส่วนประเด็นสุดท้าย คือถูกสัตว์มีพิษทำร้ายหรือไม่ เพราะในช่วงที่ทีมสืบสวนลงพื้นที่พบงูเห่าในพื้นที่
ขณะที่ ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส พูดคุยกับแม่ "น้ององุ่น" ก่อนหน้านี้ ซึ่งแม่ไม่เชื่อว่าลูกถูกสัตว์มีพิษทำร้าย เพราะโดยวิสัยปกติของลูก ไม่เคยไปเที่ยวเล่นในบริเวณที่พบศพ และยังเชื่อว่ามีบุคคลอื่นพาลูกไป จนเป็นเหตุให้เสียชีวิต
สำหรับคดีน้ององุ่น ตำรวจใช้เวลา 5 วัน จับกุมผู้ก่อเหตุได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย รวมทั้งตรวจสอบรายละเอียดแรงจูงใจในการก่อเหตุดังกล่าว
อ่านข่าว :
ผบ.ตร.ยันทำคดี “น้ององุ่น” ต้องรอบคอบ เบื้องต้นไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย
ผบ.ตร.ลงพื้นที่ติดตามคดี “น้ององุ่น” ยังไม่สรุปสาเหตุเสียชีวิต
ผลชันสูตร "น้ององุ่น" เบื้องต้นไม่พบร่องรอยถูกทำร้าย-ล่วงละเมิด ตร.ยังไม่สรุปสาเหตุเสียชีวิต