โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

รวบแร็ปเปอร์ดัง 11 ล้านวิว “ยัง เจ” ควงปืนแบงก์กันบุกยิงถล่มอริคามุ้ง

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • ข่าวเวิร์คพอยท์

(16 มิ.ย. 69) ชุดสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี, พ.ต.ท.พิเชฐ ปักเคธาติ รอง ผกก.สส., พ.ต.ท.ภคพล พลภักดี และ พ.ต.ต.บรรเทิง ทัพโยธา สว.สส. ได้ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม นายทีเจ โรเบิร์ต หรือ “ยัง เจ” อายุ 22 ปี นักร้องแร็ปเปอร์ชื่อดังชาวอุดรธานี, นายณัฐวุฒิ อายุ 22 ปี ชาวกรุงเทพมหานคร และนายป๊อบอาย (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ชาวอุดรธานี

พร้อมของกลาง อาวุธปืนแบงก์กันดัดแปลง 1 กระบอก โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยย่อมเล็งเห็นผล, ร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร, ร่วมกันยิงปืนโดยใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ และเสพยาเสพติดประเภท 5 โดยผิดกฎหมาย” โดยจับกุมได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครอุดรธานี

สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 21.15 น. วันที่ 13 มิถุนายน 2569 พ.ต.ท.อดุลชัย ขาวขำ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งจาก นายธนากร หรือ “โอม” อายุ 22 ปี ชาว จ.หนองบัวลำภู ว่าถูกนายทีเจ หรือ ยัง เจ เจ้าของเพลง “ซ้ำรอย” ยอดวิว 11 ล้าน และเพลง “ผู้พัน” ยอดวิว 2.8 ล้าน พร้อมพวกรวม 3 คน ขี่รถจักรยานยนต์บุกมาที่ห้องเช่าภายในซอยน้ำเค็ม ถนนทหาร ต.หมากแข้ง เขตเทศบาลนครอุดรธานี โดยนายทีเจได้ลงจากรถตะโกนเรียกชื่อตนหลายครั้งเพื่อให้เปิดประตู แต่ตนไม่ยอมเปิด นายป๊อบอาย อายุ 16 ปี ที่นั่งอยู่หน้าห้องเช่าจึงใช้ปืนเล็งและยิงใส่ห้องตน 1 นัด กระสุนฝังอยู่ที่ผนังห้อง ก่อนทั้ง 3 คนจะขับรถหลบหนีไป โดยมีกล้องวงจรปิดหน้าห้องเช่าเป็นหลักฐาน และหลังก่อเหตุนายยังเจยังนำคลิปวิดีโอขณะลงมือโพสต์ลงโซเชียลเพื่อท้าทายตนอีกด้วย

พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า หลังได้รับแจ้งสั่งการให้ชุดสืบสวนออกไล่ล่าจนทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหาหนีไปกบดานอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ขณะเข้าจับกุม “ยัง เจ” ยังคงเปิดเพลงแร็ปดังสนั่นห้องพัก ตรวจค้นพบอาวุธปืนแบงก์กันดัดแปลง กระสุนปืนขนาด .380 มม. รถจักรยานยนต์ฮอนด้าสีน้ำเงินไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และเสื้อผ้าชุดที่ใช้ก่อเหตุ จึงควบคุมตัวทั้งหมดมาสอบสวน

จากการสอบสวน นายทีเจ หรือ “ยัง เจ” ซึ่งมีอาการพูดจาวกวนคล้ายคนเมาตลอดเวลา ให้การรับสารภาพว่าบุกไปยิงนายโอมจริง เนื่องจากเคยเป็นเพื่อนเรียนมัธยมห้องเดียวกันและชอบแต่งเพลงแร็ปมาด้วยกัน แต่ต้องแยกทางกันเมื่อปลายปี 2568 เพราะอีกฝ่ายอิจฉาที่ตนดังกว่า และมีปัญหาผิดใจกันเรื่องที่ตนไปยุ่งเกี่ยวกับแฟนเก่าของนายโอมต่อหน้าเพื่อน อีกทั้งก่อนหน้านี้นายโอมเคยเอาเปิดระเบิดมาโยนใส่ตนแต่ระเบิดด้าน ตนจึงเก็บความแค้นไว้แล้วไปซื้อปืนมาในราคา 2.2 หมื่นบาท จนวันเกิดเหตุจึงชวนเพื่อนซ้อนสามบุกมาเพื่อเคลียร์ปัญหา แต่นายโอมไม่ยอมออกมา นายป๊อบอายจึงยิงปืนใส่ผนังไป 1 นัด กำลังจะยิงนัดที่ 2 แต่ปืนเกิดขัดลำกล้อง จึงพากันหนี

นอกจากนี้ ยังเจ ยังกล่าวอ้างด้วยอาการเพี้ยนว่า “กฎของแร็ปเปอร์ห้ามแจ้งความ ถ้าแจ้งจะถูกเรียกว่าเป็นหนู” พร้อมกับโชว์ร้องเพลง “ซ้ำรอย” สดๆ ให้ตำรวจฟังในห้องสอบสวน ก่อนจะยอมรับภายหลังว่าเริ่มเครียดที่โดนข้อหาพยายามฆ่า พร้อมยอมรับว่าตนมีบัตรผู้ป่วยจิตเวชและเคยรักษาตัวที่ รพ.หนองคาย มาก่อน

ด้าน นายธนากร หรือโอม ผู้เสียหาย กล่าวว่า อดีตเคยเป็นเพื่อนกันจริงแต่ตนแยกตัวออกมาทำทีมเพลงใหม่ ทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจและคอยโพสต์หาเรื่องบูลลี่ผลงานเพลงกันไปมา ส่วนเรื่องอดีตแฟนตนไม่ติดใจเพราะเลิกรากันไปนานแล้ว ยืนยันว่าอีกฝ่ายทำอะไรไม่มีเหตุผล ตอนนี้รู้สึกสบายใจที่ตำรวจจับกุมตัวได้ปล่อยให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย

พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี ระบุทิ้งท้ายว่า จากการสืบสวนขยายผล “ยัง เจ” ยอมรับว่าได้เสพสูตรค็อกเทลคิดเอง โดยนำยาอี ยาเค กัญชา มาผสมรวมกับยารักษาโรคซึมเศร้า ยาแก้อักเสบ ยาแก้ไข้ และสูดดมแก๊สไนตรัสออกไซด์ (แก๊สลูกโป่ง) เพื่อบิ้วอารมณ์ให้ไหลลื่นในการแต่งเพลง ซึ่งส่งผลอันตรายต่อระบบประสาทอย่างรุนแรง เบื้องต้นตรวจปัสสาวะไม่พบสารเมทแอมเฟตามีน จึงส่งตัวอย่างไปตรวจแยกสารอย่างละเอียดที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมเตือนวัยรุ่นว่า ยังเจมีค่านิยมที่ผิดๆ ที่คิดว่านักร้องแร็ปเปอร์หากติดคุกออกมาแล้วจะดังทุกคน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องและทำลายอนาคตอย่างสิ้นเชิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...