ราคากุ้งฟื้น บอร์ดกุ้งเร่งแผนใหญ่ ชงกองทุน-ช่วยรายย่อยสู้ส่งออก
สืบเนื่องจากการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกุ้งทะเลไทย หรือ Shrimp Board ชุดใหม่ที่มี นายวัชรพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการอุตสาหกรรมกุ้งทะเลตลอดห่วงโซ่คุณค่า เรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการ และแนวทางแก้ปัญหาและพัฒนาอุตสาหกรรมกุ้งไทยทั้งระบบ ท่ามกลางความท้าทายทั้งด้านต้นทุนและมาตรการส่งออกที่ไทยโดนมาเลเซียระงับการนำเข้าชั่วคราว รวมถึงความก้าวหน้าการจัดทำ (ร่าง) แผนปฎิบัติการเพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหากุ้งทะเลเป็นวาระแห่งชาติ พ.ศ. 2569-2570 เพื่อยกระดับการผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันของอุตสาหกรรมกุ้งไทย
ราคาฟื้น-มาตรการช่วยเหลือกองหนุนพร้อมเสียบ
นายครรชิต เหมะรักษ์ นายกสมาคมเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทย และกรรมการ Shrimp Board เปิดเผยกับ”ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ขณะนี้สถานการณ์ราคากุ้งเริ่มปรับตัวดีขึ้นในระดับที่เกษตรกรพออยู่ได้ ทำให้ที่ประชุมยังไม่ได้มีการอนุมัติมาตรการช่วยเหลือด้านราคาในทันที อย่างไรก็ตาม ได้มีการจัดเตรียมโครงสร้างโครงการช่วยเหลือไว้พร้อมแล้ว หากเกิดวิกฤติราคาตกต่ำในอนาคต จะสามารถนำเข้าที่ประชุมเพื่อพิจารณาอนุมัติและใช้งานได้ทันที
"ตอนนี้เกษตรกรเริ่มมีความมั่นใจที่จะลงกุ้งต่อ และรู้สึกไม่โดดเดี่ยวเพราะท่านรัฐมนตรีลงมานั่งหัวโต๊ะรับฟังปัญหาด้วยตัวเองทั้งห่วงโซ่อุปสงค์และอุปทาน เพื่อหาทางออกระยะยาว"
ดัน "วาระแห่งชาติ" สู้ศึกต้นทุนและโรคกุ้ง แม้ราคาจะดีขึ้น แต่ปัญหาหลักของกุ้งไทยคือ "ต้นทุนการผลิต" ที่ยังสูงกว่าประเทศคู่แข่ง โดยเฉพาะค่าอาหารและค่าพลังงาน ที่ประชุมจึงเตรียมผลักดันอุตสาหกรรมกุ้งให้เป็น "วาระแห่งชาติ" โดยมุ่งเน้นไปที่
- การพัฒนาสายพันธุ์กุ้ง และการจัดการโรคกุ้ง
- การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรม มาใช้ในการเลี้ยงเพื่อลดต้นทุน
- การกำหนดมาตรฐานการเลี้ยง ที่เป็นสากลเพื่อการส่งออก
รับมือมาเลเซียเข้มงวด เสนอรัฐช่วยค่าตรวจสารรายย่อย
จากกรณีที่มาเลเซียชะลอการนำเข้ากุ้งไทยเนื่องจากมาตรการทางสุขอนามัยและสารตกค้าง นายครรชิต เสนอว่าไทยต้องเตรียมความพร้อมด้านเอกสารและการตรวจรับรองให้เข้มงวดขึ้น แต่ปัญหาสำคัญคือ ค่าตรวจสารตกค้างมีราคาสูงถึงประมาณ 6,000 บาทต่อตัวอย่าง ซึ่งเป็นภาระหนักสำหรับเกษตรกรรายย่อย
"ผมได้นำเรียนต่อท่านประธานว่า ในช่วงแรกนี้รัฐควรมีงบประมาณสนับสนุนค่าตรวจสารตกค้างให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้การค้าเดินหน้าต่อได้ไม่ติดขัด" โดยปัจจุบันเกษตรกรไทยได้ปรับตัวไปใช้รูปแบบการเลี้ยงแบบชีวภาพ (Bio-farming) และใช้จุลินทรีย์แทนยาปฏิชีวนะอยู่แล้ว
ชงตั้ง "กองทุนกุ้ง" และนิยาม "ต้นทุนที่แท้จริง"
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการเสนอจัดตั้ง "กองทุนอุตสาหกรรมกุ้ง" โดยมีโมเดลคล้ายกองทุนหมู หรือกองทุนอ้อยและยาสูบ ซึ่งอาจเก็บเงินสมทบจากการซื้อขายกุ้ง (เช่น ตันละ 1 บาท) เพื่อใช้เป็นเงินสำรองช่วยเหลือเกษตรกรยามวิกฤติ
ขณะที่ นายชนะ ตรีบุบผา ประธานฝ่ายวิชาการ สมาคมเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทย เน้นยำว่าภาครัฐต้องรับรอง "ราคาทุนที่แท้จริง" (เช่น กุ้งขนาด 100 ตัว/กก. ต้นทุนกี่บาท) เพื่อใช้เป็นดัชนีชี้วัดที่ชัดเจนในการออกมาตรการช่วยเหลือได้ทันท่วงทีเมื่อราคาตลาดต่ำกว่าทุน พร้อมเสนอให้ Shrimp Board เป็นบอร์ดถาวรที่ไม่ยึดโยงกับการเปลี่ยนผ่านของรัฐบาล เพื่อความต่อเนื่องในการทำงาน
เสียงสะท้อนจากพื้นที่ "กุ้งมาก..ราคาไม่ตก"
ด้าน นายอาทิตย์ พรสุข ประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งคุณภาพจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวทิ้งท้ายว่า "อยากเชิญชวนเกษตรกรกลับมาลงกุ้งให้เต็มระบบ เพราะทางห้องเย็นยืนยันแล้วว่าหากมีผลผลิตออกมา ห้องเย็นมีออเดอร์พร้อมรับซื้อแน่นอน กุ้งมากไม่ได้แปลว่าราคาจะตกต่ำเสมอไป หากเรามีการบริหารจัดการที่ดี"