'ณัฐพงษ์'ชี้ร่างแก้รัฐธรรมนูญภูมิใจไทย เพิ่มอำนาจสว.-ขัด 3 หลักการประชาชน
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ระบุว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทยขัดต่อ 3 หลักการสำคัญของพรรคประชาชน ทั้งการมีส่วนร่วมของประชาชน การป้องกันการผูกขาดอำนาจทางการเมือง และการไม่เพิ่มอำนาจให้สมาชิกวุฒิสภา พร้อมย้ำว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องยึดโยงกับประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพิ่มอำนาจให้กลุ่มการเมืองใดกลุ่มการเมืองหนึ่ง
นายณัฐพงษ์กล่าวถึงกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า พรรคประชาชนยืนยันข้อเรียกร้อง 3 ข้อ คือ ประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการตัดสินใจตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญต้องไม่เปิดช่องให้พรรคการเมืองใดผูกขาดอำนาจ และต้องไม่เพิ่มอำนาจให้ สว. ในกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
หัวหน้าพรรคประชาชนระบุว่า พรรคพร้อมลงชื่อสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของทุกพรรคการเมือง หากร่างดังกล่าวสอดคล้องกับ 3 หลักการนี้ แม้การเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องใช้เสียงฝ่ายค้านไม่น้อยกว่า 20% และมีคำถามถึงท่าทีของพรรคกล้าธรรม แต่พรรคประชาชนขอส่งข้อเรียกร้องเดียวกันไปยังทุกพรรคการเมือง
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า การที่นายกรัฐมนตรีออกมาแสดงความเห็นต่อการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยอ้างว่าเป็นเจตจำนงของประชาชนนั้น ยังไม่ถูกต้องทั้งหมด เพราะเจตจำนงของประชาชนคือการได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นกติกาสูงสุด มีความโปร่งใส และทำให้ประชาชนมีอำนาจอย่างแท้จริง
เมื่อถามว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทยสอดคล้องกับ 3 หลักการของพรรคประชาชนหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า จากรายละเอียดที่เห็นบางส่วน พบว่าขัดหลักการทั้ง 3 ข้อ โดยเฉพาะการไม่มีช่องทางให้ประชาชนเลือกผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง
ส่วนประเด็นการผูกขาดอำนาจ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า แม้ร่างดังกล่าวจะระบุให้เป็นไปตามสัดส่วนพรรคการเมือง แต่มีการแยกสัดส่วนระหว่าง สส. และ สว. จึงตั้งคำถามได้ว่าขณะนี้มีกลุ่มการเมืองใดครอบครองเสียงข้างมากใน สว. หรือไม่ หากมี เมื่อรวมกับเสียงในสภาผู้แทนราษฎร อาจทำให้กลุ่มการเมืองนั้นมีเสียงเกินครึ่ง และนำไปสู่การผูกขาดอำนาจได้
นายณัฐพงษ์กล่าวอีกว่า พรรคประชาชนไม่ได้เรียกร้องให้ตัดอำนาจ สว. ออกจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญเดิม แต่ปฏิเสธการเพิ่มอำนาจใหม่ให้ สว. ในกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยเห็นว่าร่างของพรรคภูมิใจไทยอาจทำให้ไม่ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง
ส่วนท่าทีในการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ยังต้องพิจารณารายละเอียดทั้งหมด รวมถึงบริบททางการเมืองในอนาคต โดยเฉพาะการเจรจาระหว่างวิป และลักษณะของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับที่จะเสนอเข้าสู่สภา
นายณัฐพงษ์ระบุว่า ประเด็นสำคัญคือการทำให้ร่างที่สอดคล้องกับ 3 หลักการมากที่สุดผ่านวาระ 1 เพื่อเข้าสู่การพิจารณาในชั้นกรรมาธิการวาระ 2 ซึ่งจะเป็นพื้นที่ต่อรองและปรับแก้รายละเอียดทางการเมือง
เมื่อถามถึงโอกาสจัดทำ MOA ฉบับที่ 2 นายณัฐพงษ์กล่าวว่า พรรคประชาชนไม่มีอำนาจไปต่อรองให้ฝ่ายใดลงนามใน MOA แต่จากสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน หลายฝ่ายกังวลว่าพรรคภูมิใจไทยจะมีอิทธิพลครอบคลุมทั้ง สส. สว. และองค์กรอิสระ ดังนั้นแนวทางของพรรคประชาชนคือยึดหลักประชาชนให้มากที่สุด และนำข้อเรียกร้องออกสู่สาธารณะ
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่านการแก้ไขมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 สุดท้ายต้องผ่านประชามติ หากร่างที่ผ่านสภามีลักษณะผูกขาดและไม่ยึดโยงกับประชาชน ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน และสามารถคว่ำร่างดังกล่าวได้ในอนาคต
ส่วนกรณีนายปดิพัทธ์ สันติภาดา อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 แสดงความคิดเห็นว่า รัฐบาลไม่ต้องเสียเวลา และให้ตั้งนายเนวิน ชิดชอบ พร้อมครอบครัวมาเขียนรัฐธรรมนูญได้เลยนั้น นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เป็นความเห็นส่วนตัวของนายปดิพัทธ์ ซึ่งอาจมีหลายคนเห็นไปในทิศทางเดียวกัน แต่ตนขอย้ำว่า ทุกเรื่องต้องยึด 3 หลักการเป็นสำคัญ
นายณัฐพงษ์กล่าวทิ้งท้ายว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชนจะเป็นหลักประกันว่า การแก้ไขมาตรา 256 จะไม่ผูกขาดอยู่ในมือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือแม้แต่พรรคประชาชนเอง โดยคาดว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชนจะแล้วเสร็จ และยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้.