วิจัยใหม่พบ ‘ซานซิงตุย’ เผยการผสมผสานวัฒนธรรมโบราณจีน
× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป
เฉิงตู, 11 ก.ค. (ซินหัว) — ผลการวิจัยใหม่เกี่ยวกับวัตถุสำริดโบราณจากแหล่งโบราณคดี “ซานซิงตุย” อันเลื่องชื่อของจีน ชี้ให้เห็นว่าอารยธรรมสู่โบราณ (Shu civilization) มีความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับวัฒนธรรมจากภูมิภาคอื่นๆ ของจีนยุคโบราณ นับเป็นหลักฐานชิ้นล่าสุดที่ช่วยพิสูจน์ถึง “เอกภาพบนความหลากหลาย” ของวัฒนธรรมจีน
สถาบันวิจัยโบราณวัตถุและโบราณคดีมณฑลซื่อชวน (เสฉวน) ได้เปิดเผยผลการวิจัยเมื่อวันศุกร์ (10 ก.ค.) ซึ่งการวิจัยนี้มุ่งศึกษารูปปั้นคนสำริดคุกเข่าเทินภาชนะจุนไว้บนศีรษะ ซึ่งถูกขุดพบจากหลุมบูชายัญหมายเลข 3 ในแหล่งโบราณคดีซานซิงตุยของมณฑลเสฉวน
โบราณวัตถุสำริดชิ้นประวัติศาสตร์นี้ ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนหลายชิ้นที่หล่อแยกกัน มีโครงสร้างที่ซับซ้อนและมีการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ สะท้อนถึงทักษะการหล่อสำริดอันยอดเยี่ยมของชาวซานซิงตุย โดยผลวิเคราะห์ส่วนประกอบของโลหะระบุว่าชิ้นส่วนต่างๆ ของโบราณวัตถุชิ้นนี้ทำขึ้นจากแร่ธาตุที่มาจากหลายภูมิภาคที่แตกต่างกันของจีน
กัวเจี้ยนโป รองนักวิจัยประจำสถาบันฯ กล่าวว่าตัวภาชนะสำริดที่เรียกว่า “จุน” น่าจะถูกผลิตขึ้นในแถบที่ราบภาคกลาง ขณะที่ตัวรูปปั้นคนและส่วนตกแต่งอื่นๆ นั้นถูกหล่อขึ้นในท้องถิ่นของซานซิงตุยเอง ชิ้นส่วนเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นแยกกันโดยช่างฝีมือคนละกลุ่มในช่วงเวลาและสถานที่ที่ต่างกัน ก่อนจะถูกนำมาประกอบเข้าด้วยกันที่ซานซิงตุย
กัวอธิบายว่ากระบวนการปรับแต่งและผสมผสานทางศิลปะนี้ ช่วยเติมความนัยทางวัฒนธรรมใหม่ๆ ให้กับโบราณวัตถุดังกล่าว โดยแสดงให้เห็นว่าวัฒนธรรมจากต่างภูมิภาคได้ไหลมารวมกัน และมีส่วนร่วมในการสร้างเอกภาพบนความหลากหลายให้กับอารยธรรมจีนได้อย่างไร
แหล่งโบราณคดีซานซิงตุย ตั้งอยู่ในเมืองกวางฮั่นของมณฑลเสฉวน เชื่อกันว่าเป็นซากอารยธรรมของอาณาจักรสู่โบราณที่มีอายุเก่าแก่ถึงราว 3,000-4,500 ปี และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในการค้นพบทางโบราณคดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกในศตวรรษที่ 20 โดยมีการค้นพบหลุมบูชายัญ 2 หลุมแรกในปี 1986 และพบเพิ่มอีก 6 หลุมในปี 2021
พื้นที่แกนกลางของแหล่งโบราณคดีซานซิงตุย ครอบคลุมอาณาบริเวณถึง 3.6 ตารางกิโลเมตร ซากอารยธรรมแห่งนี้มีชื่อเสียงโด่งดังจากโบราณวัตถุสำริดขนาดใหญ่และขนาดกลาง ซึ่งหลายชิ้นมีรูปลักษณ์ที่แปลกตาและสะดุดตา ตลอดจนการออกแบบที่ประณีตซับซ้อน
อย่างไรก็ดี การค้นพบครั้งล่าสุดนี้ได้ท้าทายข้อสันนิษฐานเดิมที่เชื่อกันว่าโบราณวัตถุเหล่านี้เป็นเพียงเรื่องเหนือจริงที่รังสรรค์ขึ้นจากจินตนาการของชาวสู่โบราณเท่านั้น เพราะรูปปั้นคนในงานวิจัยชิ้นนี้อยู่ในท่ากำลังประคองสิ่งของศักดิ์สิทธิ์ ก้มศีรษะคำนับพร้อมพนมมือ ซึ่งแม้เขาจะต้องเทินภาชนะน้ำหนักมากซึ่งบรรจุเปลือกหอยเบี้ยและของมีค่าอื่นๆ ไว้บนศีรษะ ทว่าใบหน้านั้นยังคงรักษาสีหน้าเคร่งขรึมและเปี่ยมด้วยความเลื่อมใสศรัทธา
กัวกล่าวว่าโบราณวัตถุที่ได้รับการออกแบบอย่างประณีตชิ้นนี้ไม่ใช่มายาคติที่จับต้องไม่ได้ แต่เป็นภาพสะท้อนที่เด่นชัดของพิธีกรรมบูชายัญที่มีอยู่จริง สะท้อนถึงการเคารพบูชาเทพเจ้าของบรรพบุรุษชาวสู่โบราณ
ภาพรูปปั้นคนเทินภาชนะบนศีรษะซึ่งปรากฏให้เห็นอยู่บ่อยครั้งนั้น สะท้อนให้เห็นทั้งความโดดเด่นเฉพาะตัวของอารยธรรมสู่โบราณ ในขณะเดียวกันก็แสดงถึงอิทธิพลอันลึกซึ้งที่ได้รับจากวัฒนธรรมแถบที่ราบภาคกลาง
ทั้งนี้ งานวิจัยเกี่ยวกับแหล่งโบราณคดีซานซิงตุยมีความคืบหน้าอย่างมั่นคง เนื่องจากมีการค้นพบใหม่ๆ เกิดขึ้นต่อเนื่อง โดยในปีนี้เพียงปีเดียว มีการเปิดเผยผลการค้นพบสำคัญหลายเรื่อง เช่น ชิ้นส่วนโบราณวัตถุที่ทำจากอุกกาบาตประเภทเหล็ก รวมถึงลูกปัดหินคาร์เนเลียน เป็นต้น