โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แฉ 4 กระทรวงงุบงิบคำของบปี 70 กางคำขอสุดงง "เจ็ตสกี 8 ล้าน" ปลุก ปชช. จับตารัฐบาล

The Better

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE BETTER
'ไอซ์ รักชนก' แฉยับ 4 กระทรวงหลักเมินส่งข้อมูลคำของบประมาณปี 70 พร้อมกางตัวอย่างคำขอแปลกๆ อย่างเจ็ตสกี 4 สูบ มูลค่า 8 ล้านบาท ลั่นถ้ารัฐบาลดื้อดึงเตรียมรับบทลงโทษในคูหาเลือกตั้ง 3 ปีข้างหน้า

นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ ขึ้นบรรยายเปิดมุมมองการศึกษาการจัดทำงบประมาณในกิจกรรม "Hack งบ 70" ชี้งบประมาณคือเครื่องพิสูจน์ความจริงใจของนักการเมือง พร้อมเปิดรายชื่อกระทรวงที่ "ปิดเงียบ" ไม่ยอมส่งข้อมูลคำของบประมาณให้กรรมาธิการตรวจสอบ

นางสาวรักชนก ระบุว่า การจะขับเคลื่อนประเทศต้องอาศัย 3 องค์ประกอบหลักคือ "คน กฎหมาย และงบประมาณ" การศึกษางบประมาณจะช่วยให้ประชาชนรู้ว่ารัฐบาลมีความจริงใจที่จะทำตามสัญญากับประชาชนหรือไม่ โดยปกติก่อนจะเป็นเล่มงบประมาณฉบับจริง จะต้องมี "คำของบประมาณ" ซึ่งมักมีมูลค่าสูงกว่างบที่ได้รับจัดสรรจริงถึง 2 เท่า

ทาง กมธ. ได้ส่งหนังสือขอข้อมูลไปยังทุกกระทรวง กรม และหน่วยงานท้องถิ่น ซึ่งหน่วยงานท้องถิ่นต่างส่งข้อมูลกลับมาพร้อมเสียงสะท้อนว่าถูกสำนักงบประมาณตัดงบ ในขณะที่กระทรวงต่างๆ กลับหวงข้อมูล เพราะไม่อยากให้เห็นว่าตั้งคำของบประมาณไว้อย่างไร โดยมีการเปิดเผยรายชื่อ ดังนี้:

  • กระทรวงที่ไม่ส่งข้อมูลเลย: กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, กระทรวงพลังงาน, และกระทรวงสาธารณสุข

  • กระทรวงที่ส่งข้อมูลน้อยมาก: กระทรวงกลาโหม และกระทรวงการต่างประเทศ

  • กระทรวงที่ส่งข้อมูลแล้วแต่ถอนกลับ: กระทรวงแรงงาน และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ประธาน กมธ. ติดตามงบฯ ยังได้ยกตัวอย่างความผิดปกติของคำของบประมาณที่น่าตั้งข้อสังเกต เช่น กรณีของเทศบาลนครหาดใหญ่ ที่มีการขอตั้งงบประมาณจัดซื้อ เจ็ตสกีเครื่องยนต์ 4 สูบ 4 จังหวะ มูลค่าสูงถึง 8 ล้านบาท ควบคู่ไปกับคำของบห้องเรียนอัจฉริยะ

สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลตั้งงบปกติเพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชนจริงหรือไม่ หรือเลือกรอพึ่งแต่งบกลาง ซึ่งประชาชนสามารถใช้เป็นเกณฑ์วัดความใส่ใจของรัฐบาลได้

นางสาวรักชนก เน้นย้ำว่า การเปลี่ยนแปลงประเทศไม่ได้อยู่ในมือของพรรคการเมืองใด แต่เกิดจากเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชนที่รวมตัวกันตั้งคำถาม พร้อมยกตัวอย่างความสำเร็จจากพลังสังคม 2 กรณีล่าสุด:

  • การเบรกเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ: แนวคิดที่รัฐจะตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของพ่อแม่ หากลูกใช้สิทธิดูแลบิดามารดาเพื่อลดหย่อนภาษี ซึ่งเมื่อถูกสังคมและสื่อมวลชนวิจารณ์อย่างหนัก รัฐบาลก็ต้องยอมถอยและพิจารณาปรับลดเกณฑ์นี้ออกไป

  • โครงการ TH-AI Passport: ที่ถูกจับตาอย่างหนักจนรัฐบาลต้องยอมแก้ไขสัญญาจากการใช้งบประมาณแบบเหมาจ่าย โดยหวังว่าแรงกดดันนี้จะส่งผลให้สำนักงบประมาณตัดโครงการนี้ทิ้งทั้งโครงการในปีหน้า

"เมื่อไหร่ก็ตามที่เรารวมกันเป็นกลุ่มและร่วมกันชี้ว่าอะไรคือปัญหาของประเทศ ไม่ว่าจะอย่างไรผู้มีอำนาจก็ต้องฟัง สุดท้ายเราก็ยังมีอำนาจในมือด้วยการลงโทษในอีก 3 ปีข้างหน้าหากเขาไม่ฟังเสียงของเรา" นางสาวรักชนก กล่าว

ในช่วงท้าย นางสาวรักชนก ย้ำถึงความสำคัญของการถ่ายทอดสดการประชุมกรรมาธิการงบประมาณ แม้จะถูกค่อนขอดว่ามีคนดูเพียง 5-10 คน แต่แก่นแท้คือ "การป้องกันการทุจริตตั้งแต่ต้นทาง" ด้วยความโปร่งใส เพราะเงินทุกบาทคือภาษีประชาชน ใครที่อยากเข้ามาตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณก็ควรจะมีสิทธิขั้นพื้นฐานในการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างเสรี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...