โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อินโดรามา เวนเจอร์ส ประกาศผลดำเนินงาน Q1/69 โต 89% จากการขับเคลื่อนโดยกลยุทธ์ IVL 2.0

การเงินธนาคาร

อัพเดต 18 พ.ค. เวลา 14.35 น. • เผยแพร่ 18 พ.ค. เวลา 07.34 น.

อินโดรามา เวนเจอร์ส ก้าวสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ ด้วย EBITDA ไตรมาส 1/2569 ที่เติบโตขึ้นร้อยละ 89 จากไตรมาสก่อนหน้า ขับเคลื่อนโดยกลยุทธ์ IVL 2.0 และการฟื้นตัวของอุตสาหกรรม

18พฤษภาคม 2569 – บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ ไอวีแอล ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ประกาศผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในไตรมาสแรกของปี 2569 ซึ่งสะท้อนสัญญาณการฟื้นตัวอย่างชัดเจนจากช่วงต่ำสุดของวัฏจักรอุตสาหกรรมในช่วงปี 2566–2568 โดยผลประกอบการดังกล่าวเป็นผลจากการดำเนินกลยุทธ์ IVL 2.0 อย่างมีวินัย ซึ่งช่วยเสริมความพร้อมให้บริษัทสามารถใช้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของตลาดเคมีภัณฑ์โลกได้อย่างเต็มที่

รายได้รวมในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 109.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส (QoQ) ขณะที่ EBITDA ตามรายงานทางการเงินเพิ่มขึ้นร้อยละ 89 จากไตรมาสก่อนหน้า สู่ระดับ 8.0 พันล้านบาท

การปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของปริมาณการขาย อัตรากำไรที่ดีขึ้น และสัดส่วนพอร์ตธุรกิจที่เอื้อประโยชน์มากขึ้น แม้ว่าจะได้รับผลกระทบบางส่วนจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งนี้ แนวทางการรายงานผลแบบ “Radical Clarity” ใหม่ของบริษัทฯ ซึ่งรวมผลกระทบจากความผันผวนของสินค้าคงคลังเข้าเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ ช่วยสะท้อนภาพผลการดำเนินงานได้อย่างโปร่งใสมากยิ่งขึ้น

ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งดังกล่าวส่งผลให้บริษัทสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานได้ถึง 8.8 พันล้านบาท โดยมีอัตราการแปลง EBITDA เป็นกระแสเงินสด (EBITDA conversion rate) อยู่ที่ร้อยละ 109 ขณะเดียวกัน การบริหารเงินทุนหมุนเวียนเชิงรุกช่วยลดเงินทุนหมุนเวียนลงได้ 3.2 พันล้านบาท แม้ว่าปริมาณการขายและราคาน้ำมันดิบจะปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งวินัยทางการเงินดังกล่าวส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Debt-to-Equity Ratio) ปรับดีขึ้นมาอยู่ที่ 1.73 เท่า จาก 1.83 เท่าในไตรมาสก่อนหน้า

นายอาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส กล่าวว่า “ไตรมาส 1/2569 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญอย่างชัดเจน การฟื้นตัวของเราได้รับแรงสนับสนุนทั้งจากปัจจัยภายนอกที่ปรับตัวดีขึ้น และการดำเนินการเชิงกลยุทธ์ภายใต้ IVL 2.0 ผ่านแนวทาง Radical Clarity และการดำเนินงานอย่างมีวินัย เรากำลังก้าวเข้าสู่ช่วงขาขึ้นของวัฏจักรอุตสาหกรรมด้วยสถานะที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม เราคาดว่าจะเห็นผลประกอบการปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นลำดับ การลดภาระหนี้ได้รวดเร็วยิ่งขึ้นสู่เป้าหมาย Net Debt/EBITDA ที่ระดับ 3 เท่า และความคืบหน้าที่แข็งแกร่งสู่เป้าหมายปี 2571 ของเรา”

ผลการดำเนินงานรายกลุ่มธุรกิจ

  • Combined PET (CPET): กลุ่มธุรกิจนี้โดดเด่นที่สุดในไตรมาสนี้ โดย EBITDA เพิ่มขึ้นร้อยละ 134 เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส สู่ระดับ 5.5 พันล้านบาท การฟื้นตัวได้รับแรงหนุนจากระดับปริมาณการผลิตที่กลับมาอยู่ในระดับปกติหลังการปิดซ่อมบำรุงตามแผน การปรับตัวดีขึ้นของส่วนต่างราคาในอุตสาหกรรม และความได้เปรียบด้านต้นทุนเชิงโครงสร้างที่เพิ่มขึ้นจากการบูรณาการธุรกิจ shale-to-PET ของบริษัทฯ ในทวีปอเมริกา
  • Indovida (ธุรกิจบรรจุภัณฑ์): กลุ่มธุรกิจนี้ยังคงแสดงความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยมี EBITDA อยู่ที่ 743 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 จากไตรมาสก่อนหน้า จากการฟื้นตัวในวงกว้างของตลาดสำคัญที่มีศักยภาพการเติบโต ทั้งนี้ การควบรวมกิจการที่เสนอร่วมกับบริษัท EPL Limited จะช่วยสร้างเครือข่ายธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่แข็งแกร่งเพื่อการเติบโตในระยะยาว
  • Indovinya (ธุรกิจสารลดแรงตึงผิว): EBITDA อยู่ที่ 1.7 พันล้านบาท ลดลงร้อยละ 7 เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส สาเหตุหลักมาจากแรงกดดันของตลาดในอเมริกาใต้และเหตุการณ์สภาพอากาศหนาวจัดในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม กลุ่มธุรกิจนี้มีแนวโน้มฟื้นตัวเชิงโครงสร้าง เนื่องจากปัญหาห่วงโซ่อุปทานคาดว่าจะช่วยหักล้างผลกระทบจากการนำเข้าสินค้าราคาต่ำจากเอเชียเข้าสู่ตลาดหลัก
  • Fibers: EBITDA เพิ่มขึ้นร้อยละ 70 จากไตรมาสก่อนหน้า สู่ระดับ 879 ล้านบาท ผลการดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนถึงการบริหารการผลิตอย่างมีวินัย เพื่อให้อุปทานสอดคล้องกับอุปสงค์ในตลาด โดยให้ความสำคัญกับกระแสเงินสดและการบริหารสินค้าคงคลังมากกว่าการเพิ่มปริมาณการผลิต ท่ามกลางตลาดกลุ่มยานยนต์และไลฟ์สไตล์ที่ยังชะลอตัว

การดำเนินกลยุทธ์และแนวโน้มธุรกิจ

ผลการดำเนินงานของอินโดรามา เวนเจอร์ส ได้รับแรงสนับสนุนจาก “ปราการการแข่งขัน” (competitive moats) ทั้ง 4 ประการ ได้แก่ โมเดลการดำเนินงานระดับโลกแบบ local-for-local การบูรณาการ shale-to-PET ที่โดดเด่น การกระจายตัวของตลาดปลายทาง และวินัยด้าน Sales & Operations Execution (S&OE) ที่ได้รับการยกระดับ จุดแข็งเหล่านี้เมื่อผสานกับการเปลี่ยนผ่านภายใต้ IVL 2.0 ช่วยเพิ่มศักยภาพในการใช้ประโยชน์จากราคานำเข้าที่สูงขึ้น และเสริมความแข็งแกร่งด้านกระแสเงินสด

อุตสาหกรรมโดยรวมเริ่มแสดงสัญญาณการฟื้นตัวเชิงโครงสร้าง จากการชะลอตัวของกำลังการผลิต PET ใหม่ และการปรับสมดุลของห่วงโซ่มูลค่าเอทิลีน ปัจจัยเหล่านี้ ประกอบกับความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เร่งให้ตลาดเข้าสู่ภาวะตึงตัวมากขึ้น กำลังสร้างสภาพแวดล้อมด้านอุปทานที่มีความสมดุลและมีวินัยมากขึ้น

สำหรับแนวโน้มในระยะข้างหน้า ฝ่ายบริหารคาดว่าโมเมนตัมเชิงบวกจะต่อเนื่องเข้าสู่ไตรมาสที่สอง โดยได้รับแรงหนุนจากราคาที่เอื้ออำนวย การใช้กำลังการผลิตของสินทรัพย์ที่มีความได้เปรียบเพิ่มขึ้น และการขยายตัวของอัตรากำไร ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้อินโดรามา เวนเจอร์ส สามารถสร้างการเติบโตของผลประกอบการอย่างต่อเนื่องเป็นลำดับ และเร่งความคืบหน้าสู่การบรรลุเป้าหมายเชิงกลยุทธ์และการเงินระยะยาวของบริษัทต่อไป

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...