โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ผลสำรวจของ Salesforce ชี้ว่า การใช้ AI ในชีวิตประจำวันอย่างแพร่หลายในประเทศไทย กำลังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างทั้งความไว้วางใจและความมั่นใจในการนำ AI มาใช้ในที่ทำงาน

Positioningmag

อัพเดต 18 พ.ค. เวลา 07.38 น. • เผยแพร่ 18 พ.ค. เวลา 07.27 น. • PR News

Salesforce (NYSE: CRM) ผู้นำด้าน AI CRM ระดับโลก เปิดเผยผลสำรวจล่าสุดที่ชี้ว่า การใช้ AI ในชีวิตประจำวันของพนักงานในตำแหน่งงานที่ใช้ความรู้เป็นหลัก ไม่ใช่นโยบายจากองค์กร เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความไว้วางใจและความมั่นใจในการใช้ AI ในที่ทำงาน โดย 67% ของผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่า การใช้ AI ในชีวิตส่วนตัวช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นในการใช้เครื่องมือ AI เพื่อการทำงานมากขึ้น ท่ามกลางการใช้งาน AI ส่วนบุคคลที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง นี่จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่องค์กรในประเทศไทยควรเร่งขับเคลื่อนการนำ AI มาใช้ในระดับองค์กร พร้อมสร้างมูลค่าทางธุรกิจผ่านการพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะและความเข้าใจด้าน AI อย่างแท้จริง
เมื่อความไว้วางใจใน AI เพิ่มสูงขึ้น พนักงานในตำแหน่งงานที่ใช้ความรู้ในประเทศไทยถึง 67% ระบุว่าการใช้ AI ในชีวิตประจำวันช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในการนำเครื่องมือ AI มาใช้ในที่ทำงานมากยิ่งขึ้น
การสำรวจโดย YouGov ที่ Salesforce ได้จัดทำขึ้น ครอบคลุมพนักงานในตำแหน่งงานที่ใช้ความรู้เป็นหลัก จำนวน 4,062 คนทั่วภูมิภาคอาเซียน โดยมีผู้ตอบแบบสำรวจจากประเทศไทยจำนวน 1,002 คน การสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทัศนคติและมุมมองของพนักงานที่มีต่อเทคโนโลยี AI และ Agentic AI


ช่องว่างด้านทักษะและความรู้ เป็นความเสี่ยงต่อการสร้างมูลค่าให้กับองค์กร
พนักงานในตำแหน่งงานที่ใช้ความรู้เป็นหลักเกือบทั้งหมดในประเทศไทย (95%) คาดว่าจะนำ AI และ AI Agents มาใช้ในการทำงาน และคาดว่างานของพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงไปในระดับหนึ่ง มีเพียง 5% ของพนักงานในตำแหน่งงานที่ใช้ความรู้เป็นหลักในประเทศไทยเท่านั้นที่คาดว่าจะไม่ใช้ AI Agents เลย ในขณะที่ 75% เคยมีปฏิสัมพันธ์หรือกำลังใช้งาน Agentic AI อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความเปิดกว้างอย่างชัดเจนในการนำ Agentic AI มาใช้ แต่ก็มีช่องว่างด้านทักษะและความรู้ที่กำลังเกิดขึ้น ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อธุรกิจในการใช้ประโยชน์จาก Agentic AI ได้อย่างเต็มศักยภาพ
พนักงานในตำแหน่งงานที่ใช้ความรู้เป็นหลักในประเทศไทยถึง 39% ต้องการความเข้าใจที่ดีขึ้นเกี่ยวกับทักษะที่จำเป็นในยุค AI ในขณะที่พนักงานส่วนใหญ่ยังคงได้รับการฝึกอบรมด้าน Agentic AI อย่างจำกัด
• พนักงานในตำแหน่งงานที่ใช้ความรู้เป็นหลักในประเทศไทยเพียง 30% เท่านั้นที่ระบุว่าบริษัทของตนมีการจัดฝึกอบรมเกี่ยวกับการใช้งาน AI Agents
• พนักงานเพียง 26% ระบุว่าบริษัทมีการลงทุนในเครื่องมือและแพลตฟอร์มใหม่ ๆ เพื่อสนับสนุนการแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับ AI Agents ระหว่างพนักงาน
• พนักงานเพียง 25% ระบุว่าองค์กรส่งเสริมให้ผู้จัดการและผู้บริหารแบ่งปันแนวทางการใช้งาน AI Agents เพื่อเป็นแบบอย่าง
บริษัทที่ไม่จัดหาโซลูชัน AI ระดับองค์กรให้กับพนักงาน อาจเผชิญความเสี่ยงจากการเพิ่มขึ้นของ Shadow AI ซึ่งหมายถึงการใช้เครื่องมือที่ไม่ได้รับอนุมัติและอยู่นอกเหนือการควบคุมขององค์กร การขาดการกำกับดูแลนี้ก่อให้เกิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่สำคัญ โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญ นอกจากนี้ ช่องว่างด้านทักษะยังทำให้ปัญหารุนแรงยิ่งขึ้น เนื่องจากพนักงานที่ขาดการฝึกอบรมอย่างเพียงพออาจใช้ AI โดยไม่มีความเชี่ยวชาญในการเขียนคำสั่ง (prompt engineering) และการตรวจสอบความถูกต้องของผลลัพธ์ ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจและก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนดต่าง ๆ


คุณอภิสิทธิ์ คุปรัตน์ ผู้บริหารและกรรมการผู้จัดการ Salesforce ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “ผลสำรวจของเราพบว่า พนักงานไทยมีความไว้วางใจใน AI เพิ่มมากขึ้น โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากความสนใจและความอยากเรียนรู้ด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม การใช้งาน AI ส่วนบุคคลเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอที่จะสร้างคุณค่าทางธุรกิจได้อย่างแท้จริง เพื่อให้องค์กรสามารถสร้างแรงส่งทางธุรกิจด้วย AI ได้ องค์กรจำเป็นต้องลงทุนในการพัฒนาทักษะที่เหมาะสม วางระบบการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ และจัดหาเครื่องมือระดับองค์กรที่พร้อมรองรับการเติบโตของยุค Agentic Enterprise ในประเทศไทย”
พนักงานในตำแหน่งงานที่ใช้ความรู้เป็นหลักในประเทศไทยพร้อมทำงานร่วมกับ AI ตราบใดที่มีความโปร่งใสและสามารถเข้าถึงเครื่องมือที่มีคุณภาพได้
เมื่อถูกถามเกี่ยวกับผลกระทบของ AI ต่อการทำงานในอนาคต พนักงาน 24% ระบุว่าคาดว่าจะนำ AI Agents มาใช้เพื่อทำงานบางส่วนแบบอัตโนมัติและเพิ่มประสิทธิภาพงานอื่น ๆ ในขณะที่ 32% มีความเชื่อว่าทักษะการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และ AI จะกลายเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในอนาคต
เมื่อการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์กับ AI กลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้น พนักงานในตำแหน่งงานที่ใช้ความรู้เป็นหลักในประเทศไทยต้องการความชัดเจน กรอบการทำงานที่มั่นคง และเครื่องมือคุณภาพสูง เพื่อให้รู้สึกมั่นใจในการใช้งาน AI agents สามปัจจัยสำคัญที่จะทำให้พนักงานสายงานความรู้รู้สึกมั่นใจมากขึ้นในการใช้ AI agents ในที่ทำงาน ได้แก่:
• ความโปร่งใสและการควบคุมในระดับสูง สามารถตรวจสอบได้ว่า AI Agent ดำเนินการอะไรและด้วยเหตุใด (41%)
• กรอบการกำกับดูแลที่ชัดเจน เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัย การรักษาความเป็นส่วนตัว และการปฏิบัติตามข้อกำหนดต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด (40%)
• การเข้าถึงเครื่องมือคุณภาพสูงที่ผ่านการอนุมัติแล้วได้อย่างสะดวก (40%)
คุณอภิสิทธิ์ กล่าวเสริมว่า “องค์กรไทยจำเป็นต้องมองว่าการนำเทคโนโลยี AI มาใช้คือการเปลี่ยนแปลงที่ให้ความสำคัญกับบุคลากรเป็นอันดับแรก (people-first transformation) นอกเหนือจากการจัดหาเครื่องมือ AI ที่น่าเชื่อถือแล้ว สิ่งสำคัญคือการเสริมสร้างความคล่องแคล่วด้าน AI (AI fluency) เพื่อให้พนักงานไทยสามารถทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างมั่นใจ และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่เป็นรูปธรรมได้อย่างรวดเร็วและในวงกว้าง ซึ่งจะช่วยเปลี่ยน AI จากเดิมที่เป็นแค่นวัตกรรมเทคโนโลยีให้กลายเป็นข้อได้เปรียบทางเศรษฐกิจของประเทศไทย”
เดิมพันที่สูงขึ้น: ผู้บริโภคไทยที่ให้ความสำคัญกับ AI เป็นอันดับแรก
การสำรวจครั้งนี้ยังเผยให้เห็นว่า การใช้ AI ในชีวิตประจำวันของพนักงานในตำแหน่งงานที่ใช้ความรู้เป็นหลักในประเทศไทยกำลังยกระดับความคาดหวังในฐานะผู้บริโภค ทำให้ AI กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันทางธุรกิจ โดยผู้ทำงาน 43% คาดหวังบริการที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะที่ 46% คาดหวังความแม่นยำที่สูงขึ้นและความผิดพลาดที่ลดลงจากธุรกิจที่ติดต่อด้วย และ 37% คาดหวังโซลูชันที่มีนวัตกรรมและความชาญฉลาดมากยิ่งขึ้น
มีผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 5% เท่านั้นที่ระบุว่าความคาดหวังของตนยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
ไฮไลท์สำคัญจากผลการสำรวจ
• การใช้ AI แพร่หลายในทุกช่วงวัย แม้ว่า GenZ จะเป็นกลุ่มที่ใช้งานมากที่สุด แต่ Millennials และ GenX ก็มีการใช้งานในระดับใกล้เคียงกัน
o จากการสำรวจพนักงานที่ใช้ความรู้เป็นหลักในประเทศไทย พบว่า Gen Z ใช้ AI ในการทำงานเป็นประจำทุกวัน (49%) สูงกว่า Millennials (37%) และ Gen X (39%)
o อย่างไรก็ดี Gen X (39%) มีแนวโน้มมองว่า AI Agents เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้สามารถทำงานนอกเหนือจากความเชี่ยวชาญของตนได้ มากกว่า Millennials (33%) และ Gen Z (36%)
• พนักงานที่ใช้ความรู้เป็นหลักในประเทศไทยได้มีปฏิสัมพันธ์หรือกำลังใช้ AI Agents ในการทำงาน และคาดหวังถึงประโยชน์สำคัญจากการใช้งาน
o 75% ของพนักงานที่ใช้ความรู้เป็นหลักในประเทศไทยได้มีปฏิสัมพันธ์หรือกำลังใช้ Agentic AI ในการทำงาน และส่วนใหญ่ (82%) เชื่อว่างานของตนจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างน้อยในระดับปานกลาง เมื่อมีการแบ่งงานร่วมกับ AI Agents
o 40% คาดว่า AI จะช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการทำงานให้เสร็จสมบูรณ์ ขณะที่ 33% คาดว่าจะช่วยยกระดับคุณภาพของงาน
o 44% คาดว่าจะใช้ AI Agents เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน นอกเหนือจากการทำงานอัตโนมัติในขั้นพื้นฐาน (20%)
• สามวิธีหลักที่ AI Agents กำลังช่วยเสริมศักยภาพผู้ทำงานในประเทศไทยในปัจจุบัน
o ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ลดความจำเป็นในการค้นคว้าเชิงลึก (44%)
o ช่วยในการเขียนและการสื่อสาร ประหยัดเวลาและความพยายาม (44%)
o ทำให้สามารถทำงานนอกเหนือจากความเชี่ยวชาญของตน ลดการพึ่งพาเพื่อนร่วมงาน (36%)
• สามทักษะสำคัญที่ผู้ทำงานในประเทศไทยเชื่อว่าจะมีความสำคัญสูงสุดในยุค Agentic Enterprise
o การวิเคราะห์และตีความข้อมูล (41%)
o ความรู้ด้าน AI (35%)
o การคิดเชิงสร้างสรรค์ (35%)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...