หนุ่มตลาดผักหารายได้เสริม ลอบวิ่งส่งยาบ้าทั่วตลาดศาลาลำดวน สุดท้ายถูกฝ่ายปกครองสระแก้วซุ่มรวบ
(28 พ.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝ่ายปกครองจังหวัดสระแก้ว เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “มหาดไทย ทำทันที Action 5” ด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแบบบูรณาการ ภายใต้การอำนวยการของ นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว, นายสุเทพ ชัยวัฒน์ ปลัดจังหวัดสระแก้ว และ นายประเสริฐ สิงห์ทอง ป้องกันจังหวัดสระแก้ว ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและหน่วยงานความมั่นคงเร่งกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติด หลังได้รับข้อร้องเรียนจากชาวบ้านว่ามีกลุ่มวัยรุ่นลักลอบจำหน่ายยาบ้าในพื้นที่ตลาดศาลาลำดวน สร้างความหวาดระแวงให้กับชุมชน
โดย นายบุรินทร์ ล่วงเขต ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดสระแก้ว ได้นำกำลังสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) จังหวัดสระแก้ว บูรณาการกำลังร่วมกับ ชุดปฏิบัติการพิเศษอำเภอเมืองสระแก้ว, หน่วยข่าวกรองทางทหาร กองกำลังบูรพา, กำนันสมบัติ แซ่อึ้ง กำนันตำบลสระขวัญ, ผู้ใหญ่บ้าน และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) วางแผนเข้าจับกุมผู้ต้องสงสัย
หลังสืบทราบว่ามีชายวัยรุ่นรายหนึ่ง ทราบชื่อต่อมาคือ นายเกียรติศักดิ์ หรือ “แบงค์” อายุ 29 ปี ซึ่งทำงานอยู่ในตลาดผัก มีพฤติการณ์ใช้รถจักรยานยนต์ตระเวนส่งยาบ้าให้กับกลุ่มวัยรุ่นและผู้ใช้แรงงานตามจุดนัดหมายต่าง ๆ ในเขตตลาดศาลาลำดวนเพื่อบังหน้า เจ้าหน้าที่จึงส่งสายลับวางแผนล่อซื้อและซุ่มสังเกตการณ์
กระทั่งถึงเวลานัดหมาย นายเกียรติศักดิ์ หรือแบงค์ ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามายังบริเวณริมบึงลำดวน เจ้าหน้าที่ที่ซุ่มอยู่จึงแสดงตัวเข้าโอบล้อมและขอตรวจค้นทันที ผลการตรวจค้นพบ ยาบ้าจำนวน 463 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในตัวและใต้เบาะรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ จึงควบคุมตัวมาสอบสวน
จากการสอบถามเบื้องต้น นายเกียรติศักดิ์ ให้การรับสารภาพโดยจำนนต่อหลักฐานว่า ยาบ้าทั้งหมดเป็นของตนจริง โดยตนได้อาศัยช่วงเวลาที่ทำงานอยู่ในตลาดผักเป็นฉากบังหน้าเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ ก่อนจะลักลอบวิ่งส่งยาบ้าให้กับลูกค้าในพื้นที่ตลาดศาลาลำดวนและชุมชนใกล้เคียงเพื่อเป็นรายได้เสริม
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมยังได้ขยายผลจับกุมผู้เสพในเครือข่ายเพิ่มได้อีก 3 ราย เพื่อส่งตัวเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาตามขั้นตอนต่อไป เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้จัดทำบันทึกจับกุมและควบคุมตัวนายเกียรติศักดิ์ พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสระแก้ว ดำเนินคดีในข้อหาจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย และจะเร่งขยายผลขุดรากถอนโคนเครือข่ายที่เหลือต่อไป