โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฉันจะไม่กลับมา..

ไทยโพสต์

อัพเดต 2 มิถุนายน 2569 เวลา 2.26 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

มีใครเคยโดนมั้ย?

อยากรู้จริง ไม่ได้แกล้งถาม เพราะตั้งแต่เกิดมาจำความได้ ผมไม่เคยรู้-ไม่เคยเห็นจะมีใคร โดยเฉพาะพ่อค้า-นักการเมือง-ข้าราชการคนไหน..

เคยถูกศาลตัดสินลงโทษ “ประหารชีวิต” ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 มาตรา 149 ที่บังคับใช้อยู่!

และที่คุณสมชาย แสวงการ โพสต์หลายวันมาแล้วว่า.. “#โกงทั้งแผ่นดิน #ประหารชีวิต #อย่าให้คนโกงมีที่ยืนในสังคม #รัฐบาลอนุทิน #กล้ามั้ย

คณะกรรมการ คตท. ที่นายกฯ อนุทินตั้งขึ้นใหม่ เพื่อปราบคอร์รัปชัน จะกล้าหาญและเอาจริงแค่ไหน เป็นเรื่องที่สังคมไทยและนานาอารยประเทศ ต้องติดตาม

เพราะว่างานนี้ถ้าทำแค่ลดกระแส คงไม่สำเร็จ

ข้อเสนอที่ควรรับไว้พิจารณาคือ การมีเจตจำนงแน่วแน่ทางการเมืองของนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้นำรัฐบาล ‘หัวไม่ส่าย หางไม่กระดิก’

และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด รวดเร็วและจริงจัง ไม่ไว้หน้าใคร

โดยกฎหมายที่มีอยู่เดิมแล้ว คือประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 มาตรา 149 มาตรานี้ ที่มี ‘โทษประหารชีวิต’ จริงๆ ก็เห็นผลแล้วครับ”

ผมก็ไม่หวังว่าจะได้เห็นหรือเป็นไปได้ อีกอย่างการประหารชีวิตคนคดโกงชาติก็ไม่น่าจะเกี่ยวกับรัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรีไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม

เพราะแม้ในทางกฎหมาย มาตรา 148 และ 149 จะมีระวางโทษถึงขั้นประหารชีวิต แต่ที่ผ่านมาดูเหมือน “บรรทัดฐาน” ของศาล..

โทษประหารชีวิตมักสงวนไว้สำหรับความผิดต่อชีวิตและร่างกายขั้นร้ายแรงสุด หรือคดีที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐเป็นหลัก!

ซึ่งสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐ-นักการเมืองที่ทุจริต แม้โทษจะสูงมาก แต่ในทางปฏิบัติมักได้รับโทษ “จำคุกตลอดชีวิต” ก็สุดเพดานแล้ว

หนำซ้ำ..คนโกงชาติ โกงแผ่นดิน ยังจะได้รับการ “ลดโทษ”-“อภัยโทษ” ได้อีกต่างหาก.. จากโทษหนักสุด จำคุกตลอดชีวิต..

ติดคุก ตดไม่ทันหายเหม็นก็พ้นโทษ ออกมาโกง เอ๊ยใช้ชีวิตกับเงินที่ปล้นชาติ-ปล้นแผ่นดินอย่างหรูหรา-สบายใจเฉิบ!

ฉะนั้น ต่อให้รัฐบาล-นายกฯ อนุทินเด็ดขาดเอาจริงเอาจังแค่ไหน คอร์รัปชัน-โกงทั้งแผ่นดินก็ไม่มีวันจะหมดไป หรือเอาแค่เบาบางลงก็เห็นจะเป็นเรื่องยาก..

ตราบที่ “ศาล” ยังปรานี-มีเมตตา หรือไม่กล้า (กลัวบาป) ตัดสิน “ประหารชีวิต” ให้เห็นเป็นบรรทัดฐาน และมีการประหาร..ตายจริง!

อ้าว..ส่วนนั่นแม้ยังไม่ถึงตาย แต่หากยังไม่คิดหาหนทางปรับปรุง-แก้ไข ก็ไม่แน่ ผมกำลังพูดถึงเพจเฟซบุ๊ก “Phuket Times ภูเก็ตไทม์” ที่โพสต์หลายวันแล้วเช่นกัน..

“ภูเก็ต นทท.คุณภาพหายหมด ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเผย บ่นกันเยอะ ฉันจะไม่กลับมาเที่ยวภูเก็ตอีก มีแต่กลิ่นกัญชา ฉันต้องการมาพักผ่อนกับครอบครัว ไม่ใช่มาเดินดมกัญชา”

นี่อาจเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ นทท.ดีๆ ลดลงไปอย่างมาก โดยเฉพาะฝั่งยุโรป โดยทางฝั่งผู้ประกอบการได้กล่าวว่า

“ฝากเป็นกระบอกเสียงด้วยครับ ผมทำงานกับนักท่องเที่ยว ตอนนี้เรื่องกัญชาในจังหวัดภูเก็ตกับนักท่องเที่ยวเป็นปัญหามากครับ โดยนักท่องเที่ยวเขาบ่นเยอะมากๆ

เขาบอกว่า “ฉันจะไม่กลับมาเที่ยวภูเก็ตอีกแล้ว มีแต่กลิ่นกัญชา ฉันต้องการมาพักผ่อนกับครอบครัว มีทั้งเด็ก และผู้หญิง รวมทั้งผู้สูงอายุ

มันอันตรายมากสำหรับพวกเขา และเราไม่ต้องการมาเดินดมกลิ่นกัญชาแบบนี้”

ครับ..ผมเองก็มีประสบการณ์กับกลิ่นเอ๊ยปัญหานี้ครั้งไปเยือนถิ่น “เกาะสมุย” เหมือนกัน ที่นั่นก็น่าจะไม่ต่างไปจากภูเก็ต ถนนทั้งสองฟากละลานไปด้วยร้านกัญชา

คนที่ชอบก็สุขสำราญ ทอดน่องเดินไปสูดกลิ่นกัญชาไปอย่างมีความสุข แต่คนที่บ่นแบบระอาอย่างที่นักท่องเที่ยวต่างชาติสปีก..

“ฉันต้องการมาพักผ่อนกับครอบครัว ไม่ใช่มาเดินดมกัญชา” ก็มีไม่น้อย!

ผมว่า..ไหนๆ ก็เตรียมรื้อกฎระเบียบบ้านเมืองกันอยู่แล้ว รัฐบาลน่าจะได้ลองคิด-หยิบยก “กัญชาเสรี” มาทบทวน-พิจารณาใหม่ไปเสียทีเดียวดีไหม?

ปล่อยให้ขาย (เสรี) เพื่อสันทนาการอยู่แบบนี้ ก็อดห่วงการท่องเที่ยวไม่ได้ มันจะไม่แค่ “ฉันจะไม่กลับมาเที่ยวภูเก็ตอีกแล้ว” แต่จะ..

ทุกจังหวัดนี่สิ!.

สันต์ สะตอแมน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...