โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ศุภมาส ลุยยกระดับกฎหมาย Lemon Law มอบ ประเดิมชัย ฟังเสียงสะท้อนรอบด้าน ดันสิทธิ์ เปลี่ยน-ซ่อม-ฟ้อง คืนความเป็นธรรมให้ผู้บริโภค

สยามนิวส์

เผยแพร่ 59 นาทีที่แล้ว • สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)
วันที่ 2 มิถุนายน 2569 ณ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแล สคบ. มอบหมายให้ นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า หรือที่รู้จักกันในชื่อ กฎหมาย Lemon Law

วันที่ 2 มิถุนายน 2569 ณ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแล สคบ. มอบหมายให้ นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า หรือที่รู้จักกันในชื่อ กฎหมาย Lemon Law ซึ่งเป็นกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคในกรณีที่ซื้อสินค้ามาแล้วพบว่าชำรุดบกพร่อง ไม่ได้มาตรฐาน หรือไม่มีคุณภาพตามที่โฆษณาไว้ โดยกฎหมายนี้จะช่วยสร้างกลไกให้ผู้ซื้อสามารถเรียกร้องสิทธิ์ในการเปลี่ยนสินค้า ซ่อมแซม หรือคืนเงินได้อย่างเป็นธรรม เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างความเป็นธรรมให้ผู้บริโภค โดยมีนายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. เข้าร่วมด้วย

นางสาวศุภมาส กล่าวว่า ร่างกฎหมายนี้ยกร่างเสร็จตั้งแต่ปี 2567 เวลาผ่านมา ตนได้สั่งให้ สคบ. เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นใหม่ ให้สอดคล้องกับสิ่งที่ผู้บริโภคประสบในปัจจุบัน ก่อนกฎหมายเข้าสู่ชั้นกรรมาธิการ ซึ่งตัวร่างกฎหมายมีเจตนารมณ์กำหนดสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดของผู้ขายและผู้ซื้อให้ชัดเจน ช่วยให้ผู้บริโภคได้รับการแก้ปัญหาสินค้าชำรุดอย่างเป็นธรรม และผลักดันให้ผู้ประกอบการพัฒนาคุณภาพสินค้า เวทีครั้งนี้มีผู้แทนภาคประชาชนจากสภาองค์กรของผู้บริโภคและมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ผู้แทนภาครัฐหลายหน่วยงาน ภาคเอกชนกลุ่มยานยนต์ และสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย ร่วมให้ข้อเสนอแนะ

หลักการสำคัญของร่างกฎหมายนี้ คือ หากสินค้าชำรุดภายในเวลาที่กำหนด ให้สันนิษฐานว่าชำรุดมาตั้งแต่วันส่งมอบ โดยแบ่งสินค้าเป็น 3 ประเภท คือ สินค้าทั่วไป รถยนต์และจักรยานยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ระยะเวลาสันนิษฐานความชำรุดอยู่ที่ 6 เดือนสำหรับสินค้าทั่วไปและเครื่องใช้ไฟฟ้า ส่วนรถยนต์ 1 ปีหรือ 10,000 กิโลเมตร และจักรยานยนต์ 6 เดือนหรือ 5,000 กิโลเมตร นางสาวศุภมาสกล่าว

นอกจากนี้ สาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ยังระบุระยะเวลาการขอเปลี่ยนสินค้าไว้ว่า ผู้บริโภคสามารถขอเปลี่ยนสินค้าทั่วไปได้ภายใน 7 วัน และเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ภายใน 14 วัน นับแต่วันรับสินค้า ในกรณีที่มีการซ่อมแซมสินค้า ผู้ขายต้องซ่อมให้เสร็จภายใน 60 วัน ยกเว้นรถยนต์ภายใน 90 วัน ส่วนกรณีการเช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อมีสิทธิเช่นเดียวกับผู้ซื้อ และสามารถเลื่อนชำระงวดถัดไปได้ จนกว่าจะได้สินค้าที่ซ่อมเสร็จหรือเปลี่ยนใหม่ และสามารถขยายอายุความรถยนต์ จักรยานยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ เป็น 2 ปี นับตั้งแต่พบว่าสินค้าชำรุด

ทั้งนี้ นางสาวศุภมาส กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอยืนยันว่ากฎหมายฉบับนี้จะทำให้ผู้บริโภคที่เจอสินค้าชำรุดได้รับความเป็นธรรมและรวดเร็วขึ้น มีการระบุรายละเอียดความรับผิดชอบของผู้ขายที่ชัดเจน ไม่ปล่อยให้ผู้ซื้อต้องรับภาระในการซ่อมแซมเอง และขอขอบคุณสภาองค์กรของผู้บริโภคที่นำเสียงของพี่น้องประชาชนมาสะท้อนในเวทีนี้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...