‘ยูเอ็น’ หั่นคาดการณ์ ‘เศรษฐกิจโลกปี 69’ โตแค่ 2.5% เซ่นพิษวิกฤติตะวันออกกลาง
"ยูเอ็น" ปรับลดคาดการณ์ การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกปี 69 เหลือ 2.5% จากเดิม 2.7% พร้อมเตือนวิกฤติตะวันออกกลาง กำลังกดดันเศรษฐกิจโลก ทั้งด้านเงินเฟ้อ พลังงาน อาหาร และความไม่แน่นอนในตลาดการเงิน
สหประชาชาติ (ยูเอ็น) เปิดเผยรายงาน “World Economic Situation and Prospects 2026” ฉบับกลางปี ระบุว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญแรงกดดันจากวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัว เงินเฟ้อกลับมาสูงขึ้น และเพิ่มความไม่แน่นอนในตลาดการเงินโลก
นักเศรษฐศาสตร์ของยูเอ็นคาดการณ์ว่า การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) โลก ในปี 2569 จะอยู่ที่ 2.5% ลดลงจากตัวเลขคาดการณ์เมื่อเดือนม.ค.ที่ระดับ 2.7% พร้อมเตือนว่า หากสถานการณ์เลวร้ายลง เศรษฐกิจโลกอาจเติบโตเพียง 2.1%
ขณะที่ในปี 2570 ยูเอ็นคาดว่า จีดีพีโลกจะขยายตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยสู่ระดับ 2.8%
รายงานระบุว่า วิกฤติตะวันออกกลางได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคพลังงาน ทำให้อุปทานพลังงานตึงตัว ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น รวมถึงต้นทุนค่าระวางเรือ และค่าประกันภัยเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน และทำให้ต้นทุนการผลิตทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น
แม้บริษัทพลังงานจะได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น แต่ต้นทุนดังกล่าวกลับกลายเป็นภาระต่อภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจทั่วโลก
รายงานยังระบุว่า ราคาอาหารเป็นอีกประเด็นที่น่ากังวลอย่างมาก เนื่องจากอุปทานปุ๋ยหยุดชะงัก ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตทางการเกษตรเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจทำให้ผลผลิตลดลง และผลักดันราคาอาหารให้สูงขึ้นตามไปด้วย
ยูเอ็นเตือนว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้หยุดแนวโน้มการชะลอตัวของเงินเฟ้อโลกที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2566 โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 2.9% ในปี 2569 จาก 2.6% ในปี 2568 ส่วนประเทศกำลังพัฒนาคาดว่าเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 5.2% จาก 4.2%
แม้ตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง อุปสงค์ผู้บริโภคที่ยังยืดหยุ่น รวมถึงการค้าและการลงทุนที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI จะยังช่วยสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจโลก
แต่ยูเอ็นมองว่า ปัจจัยดังกล่าวยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยผลกระทบเชิงลบจากวิกฤตที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมด โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิง และอาหาร มีแนวโน้มเผชิญความท้าทายมากที่สุด
รายงานยังชี้ว่า ผลกระทบจากวิกฤติครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างไม่เท่าเทียมกัน โดยภูมิภาคเอเชียตะวันตกได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด คาดว่าเศรษฐกิจของภูมิภาคจะเติบโตเพียง 1.4% ในปี 2569 ลดลงจาก 3.6% ในปี 2568
ทั้งนี้ สาเหตุไม่ได้มาจากผลกระทบด้านพลังงานเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน การหยุดชะงักของการผลิตน้ำมัน การค้า และภาคการท่องเที่ยวด้วย
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘อาเซียน’ เตือนเศรษฐกิจภูมิภาคเสี่ยงชะลอตัว เซ่นพิษสงครามตะวันออกกลาง
- ‘ยูเอ็น’ เตือน ‘เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก’ เสี่ยงถูก 'วิกฤติตะวันออกกลาง' กดดัน โตแค่ 4%
- 'ไอเอ็มเอฟ' เตือน 'เอเชีย' เสี่ยงช็อก 'ราคาพลังงาน' รอบใหม่ ฉุดเศรษฐกิจชะลอ
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg