โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

พ่อเหยื่อรถไฟชนรถเมล์ ลั่น 5 ล้าน ก็ไม่คุ้มกับชีวิตลูกชาย

INN News

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • INN News

พ่อเหยื่อรถไฟชนรถเมล์ ลั่นให้ 5 ล้านก็ไม่คุ้ม“ หลังลูกชายต้องมาเสียชีวิตกลางทางก่อนถึงจุดหมายเพียง 3 สถานี จี้รัฐยกระดับความปลอดภัยระบบขนส่งสาธารณะ

วันนี้ (19 พ.ค.69) นายสันติ พ่อของนักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งผู้เสียชีวิตจากเหตุรถไฟชนรถเมล์ เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุลูกชายกําลังเดินทางไปหาเพื่อนย่านแยกพัฒนาการ อีกเพียง 3 ป้ายก็จะถึงจุดหมายแต่กลับมาเกิดอุบัติเหตุเสียก่อน

พ่อของผู้เสียชีวิต มองว่า การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะควรเป็นสิ่งที่ปลอดภัยที่สุด และไม่ควรเกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้น เพราะลูกชายยังอายุน้อย มีอนาคตอีกไกล พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลยกระดับมาตรการความปลอดภัยอย่างจริงจัง ไม่ใช่ “วัวหายล้อมคอก” เพราะหากไม่แก้ไขอย่างถาวร เหตุการณ์ลักษณะนี้ก็อาจเกิดขึ้นซ้ำอีก

นอกจากนี้ยังมองว่า อุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ใช่ความผิดของพนักงานเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความรับผิดชอบของทั้งองค์กร ทั้งการรถไฟฯ และ ขสมก. ที่ควรดูแลบุคลากรและระบบความปลอดภัยให้ดีกว่านี้ไม่ใช่ปล่อยให้พนักงานรับผิดเพียงลำพัง แล้วให้ผู้เสียหายไปฟ้องร้องกันเอง องค์กรควรออกมารับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นด้วย

ส่วนกรณีพบสารเสพติดในตัวคนขับรถไฟ พ่อผู้เสียชีวิตยอมรับว่า เรื่องนี้ไม่ควรเกิดขึ้น ส่วนตัวอยากตำหนิทางการรถไฟฯ มาก เพราะหลังเกิดเหตุ มีเพียง ขสมก. ที่ติดต่อและแสดงความเสียใจขณะที่การรถไฟฯ ยังไม่เคยติดต่อมาเลยแม้แต่ครั้งเดียวทำให้รู้สึกเหมือนพยายามลอยตัวและยังพบว่าพนักงานขับรถไฟเสพสารเสพติดอีก จึงมองว่าระบบตรวจสอบพนักงานควรเข้มงวดกว่านี้ไม่ใช่มาอ้างว่ารถเมล์จอดค่อมรางรถไฟอย่างเดียวก็ไม่ถูก

พ่อของผู้เสียชีวิตยังบอกด้วยว่า ลูกชายกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 ใกล้จะเรียนจบแล้ว ซึ่งการสูญเสียครั้งนี้ไม่คุ้มค่าเพราะลูกชายยังมีอนาคตอีกไกล "ถ้าโอนเงินมาให้ผม 5 ล้านแล้วฆ่าลูกของผมก็ไม่เอา"

โดยบทสนทนาครั้งสุดท้าย ลูกบอกเพียงว่าจะออกไปหาเพื่อน ก่อนจะมาเกิดเหตุสลด ทั้งนี้ครอบครัวต้องการรับร่างกลับไปบำเพ็ญกุศลให้เร็วที่สุด หากไม่มีขั้นตอนใดติดขัด ก็อยากนำร่างกลับได้ภายในวันนี้

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...