โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ทีมผู้ว่าฯ ประชาชน" กางนโยบายดูแลคน กทม. ตั้งแต่เกิดจนวาระสุดท้าย

Khaosod

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"ทีมผู้ว่าฯ ประชาชน" กางนโยบายดูแลคน กทม. ตั้งแต่เกิดจนวาระสุดท้าย เปิดแพ็กเกจ Baby Box จัดงบพัฒนา ศพด. ที่ละ 2 ล้าน เพิ่มรถรับส่งผู้ป่วยติดเตียง 3 เท่า ดันรีสกิล 2 แสนตำแหน่ง หวยใบเสร็จกระตุ้นเศรษฐกิจรายย่อย ลุยเขต low emission zone

วันที่ 29 พ.ค.69 ที่อาคารอนาคตใหม่ พรรคประชาชน จัดกิจกรรมเสวนา “เมืองที่ดูแลคนหน้าตาเป็นแบบไหน?” เพื่อพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงแนวทางในการพัฒนากรุงเทพมหานครฯ (กทม.) ระหว่างประชาชนกับทีมบริหารผู้ว่า กทม. ของพรรคประชาชน นำโดย นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร แคนดิเดตผู้ว่า กทม. นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม ทีมบริหารผู้ว่าฯ ประชาชน ด้านสวัสดิการ นายอมร พิมานมาศ ทีมบริหารผู้ว่าฯ ประชาชน ด้านงานโยธา นายไพโรจน์ บุญศิริคำชัย ทีมบริหารผู้ว่าฯ ประชาชน ด้านสาธารณสุข นายวรภพ วิริยะโรจน์ ทีมบริหารผู้ว่าฯ ประชาชน ด้านเศรษฐกิจ น.ส.เพียงพนอ บุญกล่ำ ทีมที่ปรึกษาผู้ว่าฯ ประชาชน ด้านการปฏิรูปภาครัฐ และนายเดชรัต สุขกำเนิด ทีมที่ปรึกษาผู้ว่าฯ ประชาชน ด้านคุณภาพชีวิต

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ปัญหาของกรุงเทพฯ หลายอย่างเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่เกี่ยวข้องถึงลูกหลานของเรา ทำให้เราคิดอยู่แค่ในกรอบการเลือกตั้ง 4 ปีไม่ได้ พรรคประชาชนอาสาเข้ามาทำกรุงเทพฯ ให้ง่ายขึ้น จึงมองถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องทำในอนาคตเพื่อคนกรุงเทพฯ และทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่แคร์คนเป็นสิ่งที่จับต้องได้ตั้งแต่เกิด แก่ เจ็บ จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ตนอยากให้ กทม. เข้ามาช่วยชาวกรุงเทพฯ ให้ง่ายขึ้นในทุกช่วงของชีวิต

นายชัยวัฒน์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ การจะทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่แคร์คน เรื่องสำคัญที่ขาดไม่ได้คือการรื้อโครงสร้างกฎหมายที่ล้าหลัง และการดูแลคนไม่ได้หมายถึงแค่การดูแลเฉพาะคนเมือง แต่ต้องรวมถึงคนที่ทำงานให้ กทม. ด้วย เราจะทำอย่างไรให้เขาสามารถทำงานได้อย่างมีคุณภาพ มีเกียรติโดยไม่ต้องพึ่งพาระบบใต้โต๊ะ

นายชัยวัฒน์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ เราจะทำเรื่องของการพัฒนาหลายย่านต่างๆ ในกรุงเทพฯ ให้กลับมาคึกคักและคนอยากมาเที่ยว โดย กทม. จะทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการและสนับสนุนด้านงบประมาณ หากต้องสร้างแลนด์มาร์กใหม่ หรือการพัฒนาภูมิทัศน์ กทม.ก็สามารถสนับสนุนได้ อย่างไรก็ตาม กรุงเทพฯ ยังมีปัญหายากๆ อีกหลายปัญหา เช่น ฝุ่น PM 2.5 การจราจร ขยะ น้ำท่วม ซึ่งต้องแก้ด้วยระบบ เพราะการแก้ปัญหายากๆ เหล่านี้ให้ดีที่สุดคือการป้องกันไม่ให้ปัญหาต่างๆ เหล่านี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ต้น สิ่งที่เราจะแก้ปัญหา จะต้องไม่แก้แบบลูบหน้าปะจมูก โดยทีมบริหาร กทม. ของพรรคประชาชนจะจัดการปัญหาอย่างเป็นระบบ แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างด้วยเป้าหมายคือการป้องกันไม่ให้ปัญหาเกิด ไม่ใช่แก้ปัญหาเมื่อเกิดขึ้นแล้ว

ด้าน นายวัลลภ กล่าวว่า กรุงเทพง่ายๆ เกิดจากความคิดที่เห็นตรงกันของทุกคนในทีมว่ากรุงเทพและชีวิตของผู้คนมันยาก หลายครั้งถ้าอยากง่ายต้องใช้เงินซื้อ ตนจึงอยากทำงานช่วยในด้านสวัสดิการ ที่ไม่จำเป็นต้องเลิศหรู แต่เป็นสวัสดิการพื้นฐานที่ทุกคนควรต้องได้รับอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม ปัญหาสำคัญหนึ่งของทั้งประเทศไทยและ กทม. ในปัจจุบันคือเด็กแรกเกิด เนื่องจากปัจจุบันอัตราการเกิดของประชากร น้อยกว่าอัตราการเสียชีวิต และประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยแล้ว ซึ่งปัญหาไม่ได้อยู่ที่การเกิดอย่างเดียว แต่ยังนำไปสู่ปัญหาสังคมและเศรษฐกิจด้วยจึงยิ่งต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพของเด็กเกิดใหม่ การพัฒนาการทางร่างกายตั้งแต่แรกเกิด ที่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็กที่ควรได้รับเท่าเทียมกัน แต่ในขณะเดียวกันการฝากครรภ์ก็เป็นเรื่องที่แม่หลายคนต้องคิดถึงเรื่องค่าใช้จ่าย

นายวัลลภ กล่าวต่อว่า ฉะนั้น ทีมผู้ว่าฯ ประชาชนจึงคิดนโยบายแรก Baby Box ออกมาเป็นแพ็คเกจ 2,000 บาทสำหรับมารดาที่ตั้งครรภ์ทุกคน เพื่อยกระดับคุณภาพของมารดาในการฝากครรภ์ รวมถึงมีแนวคิดสำคัญในการพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก (ศพด.) ให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและความยากลำบากของผู้ปกครอง ด้วยการพัฒนาให้ครูและพี่เลี้ยงมีมาตรฐาน มีปริญญาสำหรับครู และวุฒิบัตรการฝึกอบรมสำหรับพี่เลี้ยง วันเสาร์-อาทิตย์ ศพด. มีพื้นที่ว่างแต่ใช้งานน้อย ก็สามารถเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ให้ทั้งเด็กและผู้ปกครองได้ โดย กทม. จะเป็นผู้จัดสรรงบประมาณให้ ศพด. ที่ละ 2 ล้านบาท

นายวัลลภ กล่าวด้วยว่า ด้านผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งปัจจุบัน กทม. มีผู้ป่วยติดเตียง 15,000 คน ทีมผู้ว่าฯ ประชาชนเห็นว่าจะต้องมีรถบริการขนส่งผู้ป่วยติดเตียง ปัจจุบันแม้จะมีสิทธิบัตรทองที่เชื่อมโยงกับ สปสช. ให้บริการอยู่ แต่ก็ยังไม่เพียงพอสำหรับคนกรุงเทพ ทีมผู้ว่าฯ ประชาชนอยากเพิ่มให้มากถึง 3 เท่า โดยใช้งบประมาณราว 80 ล้านบาท ซึ่งจะขยายการครอบคลุมให้ถึงผู้ที่ตกหล่น เช่น ผู้ที่ต้องรับการฟอกไต หรือเป็นโรคที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างสะดวกด้วย

ขณะที่ นายไพโรจน์ กล่าวว่า สุขภาพเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ปัจจุบันคนกรุงเทพฯ ที่ใช้สิทธิบัตรทองเวลาจะไปหาหมอต้องออกไปรอตั้งแต่เวลา 05.00 น. ยิ่งกว่านั้นก่อนไปหาหมอต้องไปขอใบส่งตัวที่คลินิก ซึ่งเป็นความยุ่งยากที่ทำให้เกิดความเดือดร้อนของประชาชนมากมาย ซึ่งหากจะแก้ปัญหาแค่เรื่องใบส่งตัว ปัญหาก็จะไม่จบ ฉะนั้น จึงต้องแก้ปัญหาโดยยึดหลักว่า กทม. เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถขอ สปสช. เป็นเจ้าภาพในการบริหารจัดการระบบสุขภาพของกรุงเทพฯ เองได้ โดย กทม. จะเป็นตัวแทนในการประสานโรงพยาบาล คลินิกอบอุ่น ศูนย์บริการสาธารณสุข สามารถถ่ายเททรัพยากร เอื้ออุดหนุนโดยใช้งบประมาณของ กทม. เพื่อเติมเต็มได้

นายไพโรจน์ กล่าวต่อว่า เรื่องความเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต UCEP คือนโยบายที่ช่วยให้รอดชีวิตได้ คนที่เป็นหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลันอาจได้รับการดูแล และต้องพามาให้ถึงโรงพยาบาลภายใน 1 ชั่วโมง แต่กระบวนการก่อนมาถึงโรงพยาบาลก็มีความสำคัญ หลายรายเสียโอกาสในช่วงเวลาดังกล่าว และทำให้เสียชีวิตก็มี ข้อเสนอคือ กทม.สามารถเป็นผู้ประสานหรืออุดหนุนให้โรงพยาบาลทั้งหมดทั้งรัฐและเอกชน 128 โรงพยาบาล ในสภาวะที่รถติดสามารถใช้รถพยาบาลแอดวานซ์ออกไปรับในรัศมีรอบ 2-4 กิโลเมตรได้ ก็จะทำให้ช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตได้มากขึ้น

นายวรภพ กล่าวว่า หนึ่งในนโยบายที่ทีมผู้ว่าฯ ประชาชนตั้งใจทำคือเพิ่มทักษะให้คน เพราะคนคือผู้ที่จะมาพัฒนาเมืองร่วมกัน หนึ่งในนโยบายสำคัญคือศูนย์รีสกิล 2 แสนตำแหน่ง โดยดึงภาคเอกชนมาร่วมกับโรงเรียนฝึกอาชีพของ กทม. ที่มีอยู่หลายสิบแห่ง ดึงนายจ้าง กทม. มาช่วยอุดหนุนให้เกิดการจ้างงานและเพิ่มทักษะไปพร้อมกัน รวมถึงมีนโยบายค้าขายง่าย ซึ่งจะตอบโจทย์ความคาดหวังของผู้ประกอบการรายย่อย ที่กำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจฝืดเคืองในปัจจุบันได้ ด้วยนโยบายหวยใบเสร็จ ที่จะเป็นการแจกโปรโมชั่นชิงโชคบางอย่างให้ร้านค้ารายย่อย รวมถึงประชาชนที่ซื้อสินค้าและบริการจากร้านค้ารายย่อย โดย กทม. จะจัดสรรงบประมาณเป็นรางวัลรวม 10 ล้านบาทต่อเดือน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจรายย่อย

ด้าน น.ส.เพียงพนอ กล่าวว่า เรื่องที่เป็นปัญหาของทั้งระดับประเทศและ กทม. ก็คือปัญหาเชิงโครงสร้างโดยเฉพาะการปฏิรูปภาครัฐ หลักธรรมาภิบาล และปัญหาการทุจริต หากประเทศไทยแก้ปัญหาได้ทั้งสองเรื่องนี้ จะมีงบประมาณปีหนึ่งเพิ่มขึ้นได้ถึง 4-5 แสนล้านบาท สำหรับการปฏิรูปภาครัฐคือการแก้ปัญหาของระบบราชการ ทั้งเรื่องจำนวนข้าราชการที่ กทม. มีรวมกว่า 75,000 ราย ในขณะที่ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยแล้ว รัฐจะมีภาระเรื่องสวัสดิการ ผู้สูงอายุ และค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้น ในยุคดิจิทัลปัจจุบันเราสามารถใช้ระบบเข้ามาช่วยทำงานและลดจำนวนบุคลากรได้

น.ส.เพียงพนอ กล่าวด้วยว่า ด้านประสิทธิภาพและคุณภาพ สิ่งที่จะทำให้คน กทม. มีค่าใช้จ่ายที่น้อยลงและมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นผ่านการปฏิรูปภาครัฐของ กทม. คือต้นทุนใบอนุญาตต่างๆ ที่หลายเรื่องไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตในลักษณะนั้น แต่ที่ใบอนุญาตเหล่านั้นยังคงอยู่เพราะมีเงินใต้โต๊ะ นี่คือเรื่องที่ต้องอาศัยเจตจำนงทางการเมืองในการแก้ปัญหา ขณะเดียวกันการใช้งบประมาณก็ต้องใช้ให้ถูกต้อง นั่นคือการมีหลักธรรมาภิบาล

ขณะที่ นายเดชรัต กล่าวว่า การมีขนส่งสาธารณะที่ต่อยอดจากที่ กทม. มีอยู่และทำให้ทั่วถึงเป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญที่จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องฝุ่น PM 2.5 ได้ แต่ กทม.ยังขาดฟีดเดอร์ในช่วงสุดท้ายอยู่ ปัจจุบันมีการกำหนดไว้ 10 สายเบื้องต้นแล้วแต่ไม่มีคนมาวิ่ง และยังมีอีกกว่า 30 สายที่สามารถทำฟีดเดอร์เสริมเข้ากับระบบใหญ่คือรถไฟฟ้าได้ ซึ่งทีมผู้ว่าฯ ประชาชน จะเข้าไปผลักดันสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้น

นายเดชรัต กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ กทม.ไม่ได้มีเฉพาะรถที่สัญจรไปมาของผู้คน แต่ยังมีเรื่องการขนส่งสินค้า รถบรรทุก และรถเมล์ด้วย ซึ่งจะต้องมีการยกระดับมาตรฐานของรถเหล่านี้ กำหนดเขตควบคุมให้รถที่จะเข้ามา ต้องเป็นยานพาหนะที่ปล่อยมลพิษต่ำ ซึ่งจะทำแบบนั้นได้ต้องมีการกำหนดเขต low emission zone ซึ่งที่ผ่านมาแม้ กทม. จะดำเนินการอยู่ แต่ก็มีขอบเขตที่จำกัด จำเป็นต้องทำให้ขยายระยะเวลาเพิ่มขึ้น สร้างแรงจูงใจให้มากขึ้น และดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจังมากขึ้น

นายเดชรัตน์ กล่าวด้วยว่า ขณะที่ภาคการก่อสร้างและอุตสาหกรรม กทม. มีทั้งโรงงาน ไซต์ก่อสร้าง แพลนท์ปูน สิ่งเหล่านี้ต้องติดเครื่องมือตรวจวัด กล้องวงจรปิด เพื่อดูแลทั้งเรื่องฝุ่นและความปลอดภัย ส่วนที่เป็นโรงงานอุตสาหกรรมต้องตรวจวัดสิ่งที่เป็นมลพิษทางอากาศ ซึ่งปัจจุบันมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สามารถนำเข้ามาใช้ได้แล้ว เช่น อากาศยานไร้คนขับที่ติดกล้องตรวจความเข้มข้นของมลภาวะอุตสาหกรรม ซึ่งจะครอบคลุมมากกว่าที่ติดอยู่ปลายปล่องโรงงาน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : "ทีมผู้ว่าฯ ประชาชน" กางนโยบายดูแลคน กทม. ตั้งแต่เกิดจนวาระสุดท้าย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...