โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนุ่มใหญ่ ถูกกระบะเมาแล้วขับข้ามเลนมาชน แต่โดนข้อหาประมาทร่วม ตำรวจแจงอีกมุม

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 18 มิ.ย. เวลา 13.46 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. เวลา 13.45 น.
ภาพไฮไลต์

สงสัยมาก "หนุ่มใหญ่" ถูกกระบะเมาแล้วขับข้ามเลนมาชน จนแฟนสาวที่นั่งรถมาด้วยเสียชีวิต แต่โดนข้อหาประมาทร่วม ล่าสุดตำรวจชี้แจงเพิ่มเติมแล้ว

วันที่ 18 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชาย นาคตระกูล อายุ 57 ปี พร้อมลูกสาวชาวบ้านหมู่ที่ 2 ตำบลตะคร้อ อำเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์ ได้นำเอกสารที่ถูกแจ้งข้อหาประมาทร่วมและหลักฐานคลิปจากกล้องวงจรปิด จากกรณีที่ตนและแฟนถูกรถกระบะฝั่งตรงข้ามที่วิ่งสวนทางและเสียหลักข้ามเกาะมาพุ่งชน มาขอความเป็นธรรม โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 จนทำให้แฟนของนายสมชายที่นั่งมาด้วยเสียชีวิต ส่วนคู่กรณีคือ นายสุรินทร์ ไม้แก้ว ซึ่งขับกระบะสีขาว ทะเบียนนครสวรรค์ ที่สวนทางข้ามเกาะก็ได้เสียชีวิตเช่นกัน

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่บริเวณริมถนนท่าตะโก-นครสวรรค์ ใกล้กับเทศบาลตำบลท่าตะโก พบรถของนายสมชายและแฟนสาว ขับจากจังหวัดนครสวรรค์มุ่งหน้าเข้าตัวอำเภอท่าตะโก เพื่อจะผ่านไปยังอำเภอไพศาลี โดยเมื่อถึงจุดเกิดเหตุ ระหว่างนั้นมีรถกระบะสีขาวของนายสุรินทร์คู่กรณีที่เสียชีวิต ที่มุ่งหน้าออกจากอำเภอท่าตะโก ที่สวนทางอยู่คนละฝั่งถนนกัน เกิดเสียหลักชนเกาะกลางแล้วทำให้เกิดยางระเบิด และข้ามมาชนประสานงากับรถของตนอย่างแรง จนทำให้แฟนของตนเสียชีวิตคาที่

นายสมชาย เผยว่า ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุคดีเงียบมาเป็นระยะเวลา 4 เดือน จนวันนี้ 18 มิถุนายน 2569 ได้รับหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาว่าตนมีความผิดในข้อหาประมาทร่วม โดยมีข้อความตอนหนึ่งระบุไว้ว่า 'ก่อนเกิดเหตุชน 3 วินาทีตนขับรถแช่ขวาไม่แตะเบรกเลยตลอด 3 วินาที แสดงถึงความขาดความระมัดระวังซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นต้องมีตามนิสัยและพฤติการณ์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 49 วรรค 4 และในบริเวณที่เกิดเหตุเป็นทางขยาย 4 ช่องจราจรทางด้านซ้ายว่างอยู่ 2 ช่องทางไม่มีสิ่งกีดขวางและตามพ.ร.บ. จราจรทางบกมาตรา 34-35 ผู้ต้องหาคันนี้ (นายสมชาย) มีหน้าที่ต้องขับชิดช่องทางซ้ายอยู่แล้ว หากผู้ต้องหาปฏิบัติตามกฎหมายจราจรและชิดซ้ายหรือหักหลบเข้าช่องซ้ายเมื่อเห็นภัยอุบัติเหตุและการสูญเสียของผู้โดยสารย่อมไม่เกิดขึ้น ในคดีนี้ ผู้ขับขี่ทั้งสองฝ่ายต่างขับขี่ด้วยความประมาทไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน'

ทั้งนี้ ทำให้เกิดความสงสัยเป็นอย่างมาก เพราะในวันเกิดเหตุคู่กรณีก็มีลักษณะมึนเมา ซึ่งต่อมาวัดปริมาณแอลกอฮอล์ได้ถึง 299 มิลลิกรัม% ซึ่งก็มีการลงบันทึกไว้อย่างชัดเจน ตนมองว่าความประมาทและความไม่พร้อมของคู่กรณีต่างหากที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้"

ขณะที่ ลูกสาวของนายสมชาย กล่าวว่า "สงสัยตั้งแต่วันแรกที่ตำรวจเห็นกล้องวงจรปิดที่ระบุชัดเจนว่า คู่กรณีที่ขับรถชนกับพ่อตนเป็นฝ่ายผิดชัดเจน แต่พอผ่านไป 2-3 เดือน ได้กระแสมาตลอดว่าอุบัติเหตุครั้งนี้จะออกมาเป็นการประมาทร่วม ซึ่งพอถึงวันนี้ก็เป็นจริงๆ จึงอยากขอความเป็นธรรมให้กับพ่อของตนที่ต้องนอนรักษาตัว ขาทั้งสองข้างหักยังไม่สามารถเดินได้ และไม่ได้ทำงานมา 4 เดือนแล้ว ต้องหมดค่ารักษาไปกว่า 4 แสนบาท"

ทางด้าน ร้อยตำรวจเอกสุทธิกรรณ์ เอี่ยมสำอาง ร้อยเวรเจ้าของคดี ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า "เหตุที่ต้องแจ้งข้อหาประมาทร่วม เนื่องจากคู่กรณีฝ่ายที่ร้องเรียนขับรถชิดขวาบนถนน 4 เลน ซึ่งตามกฎหมายเมื่อถึงถนน 4 เลนจะต้องชิดซ้ายเท่านั้น ยกเว้นมีการกลับรถ ส่วนคู่กรณีที่เมาแล้วขับมาชนก็แจ้งข้อหาเดียวกัน ส่วนการฟ้องร้องค่าเสียหายก็ต้องไปฟ้องร้องกับญาติของผู้เสียชีวิตต่อไป".

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หนุ่มใหญ่ ถูกกระบะเมาแล้วขับข้ามเลนมาชน แต่โดนข้อหาประมาทร่วม ตำรวจแจงอีกมุม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...