ศวข.นครศรีธรรมราช ร่วมคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ หนุนองค์ความรู้พันธุ์ข้าว–นวัตกรรมสู่เกษตรกร
ศูนย์วิจัยข้าวนครศรีธรรมราช ร่วม “คลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ” ครั้งที่ 3 ปี 2569 ณ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านพันธุ์ข้าว นวัตกรรมการผลิต การป้องกันศัตรูพืช และการแปรรูปเพิ่มมูลค่า พร้อมแจกเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทานและคู่มือวิชาการ สะท้อนความสำเร็จการบริการเกษตรกรกว่า 136 ราย
วันที่ 18 มิ.ย.69 นางดลตภร โพธิ์ศิริ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวนครศรีธรรมราช นำทีมเจ้าหน้าที่และนักวิชาการเกษตร รวมถึง นางสาวธัชพรรณ วรรณวาส นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ เข้าร่วมพิธีเปิดและเปิดบูธให้บริการใน "โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร" ครั้งที่ 3 ประจำปีงบประมาณ 2569 ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายสุวัฒน์ จันทร์สุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช มาเป็นประธานในพิธีเปิด ณ ศาลาประชาคมอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ตำบลสวนหลวง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อเดินหน้ายกระดับการให้บริการและแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างทั่วถึง
สำหรับการเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ ศูนย์วิจัยข้าวนครศรีธรรมราชได้จัดแสดงนิทรรศการองค์ความรู้เรื่องข้าวอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมสู่เกษตรกรโดยตรง ไฮไลต์สำคัญประกอบด้วยการให้ความรู้เกี่ยวกับพันธุ์ข้าวที่ผ่านการรับรองจากกรมการข้าว และการอนุรักษ์พันธุ์ข้าวไร่พื้นเมือง ควบคู่ไปกับแนวทางการป้องกันและกำจัดโรค รวมถึงแมลงศัตรูข้าวอย่างถูกวิธี นอกจากนี้ยังมีการสาธิตและจัดแสดงการแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก อาทิ ขนมบ้าบิ่นมะพร้าวอ่อนที่ทำจากข้าวเหนียวดำดาษ 20 และชาเขียวมะนาวสูตรพิเศษจากข้าวกล้องเม็ดฝ้าย 62 ซึ่งถือเป็นแนวทางในการสร้างรายได้เสริมให้แก่ครัวเรือนเกษตรกรได้เป็นอย่างดี
พร้อมกันนี้ ทางศูนย์วิจัยฯ ยังได้ร่วมส่งมอบความเป็นสิริมงคลและความรู้สู่ชุมชน ด้วยการแจกเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทานเนื่องในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2569 พร้อมทั้งแจกจ่ายเอกสารคู่มือวิชาการและองค์ความรู้เรื่องข้าวให้แก่เกษตรกรและผู้ที่สนใจนำไปปรับใช้ในการพัฒนาแปลงนาของตนเอง โดยตลอดการจัดงานพบว่ามีเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่หลั่งไหลเข้ามารับบริการและปรึกษาหารือ ณ "คลินิกข้าว" เป็นจำนวนมากถึง 136 ราย สะท้อนถึงความสำเร็จในการบูรณาการทำงานร่วมกับชุมชนเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรอย่างยั่งยืน