โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

น้ำหนักเลข 4 เลข 5 ไม่ได้เข้าข่ายอ้วนเกินเกณฑ์แต่ก็ยัง ‘ปักปากกา’ หรือคนกำลังกลับมา ‘คลั่งผอม’ จนน่ากังวล? จากปากกาลดน้ำหนัก ทางเลือกที่แพทย์ใช้กับผู้ป่วยโรคอ้วน BMI เกิน สู่การเป็นเทรนด์ที่แม้แต่คนไม่อ้วนก็ยังหามาปัก

Mirror Thailand

อัพเดต 27 พ.ค. เวลา 01.35 น. • เผยแพร่ 27 พ.ค. เวลา 01.35 น.
ภาพไฮไลต์

ความจริงแล้วการ ‘ปักปากกา’ เป็นทางเลือกลดน้ำหนักที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาจแนะนำให้คนเป็นโรคอ้วน BMI เกิน กระทั่งมีปัญหาสุขภาพจึงต้องใช้ตัวช่วยเพื่อให้ค่าต่างๆ ลดลง เพื่อสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น แต่ดูเหมือนตอนนี้จะไม่ใช่คนที่มีปัญหาสุขภาพจริงๆ ที่ควรได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างเคร่งครัดที่เลือกจะปักอย่างเดียวแล้ว เพราะมันกลายเป็นเทรนด์ที่มีอยู่เต็มโลกโซเชียลฯ และบางคนก็ทำคอนเทนต์หรือรีวิวสิ่งนี้อย่างกับว่าทุกคนทำได้เป็น ‘ปกติ’ หรือง่ายๆ แม้ว่าเจ้าตัวจะ ‘ไม่ได้มีปัญหาสุขภาพ’ อะไรเลย บางคนน้ำหนักเลข 4 ปลายๆ เลข 5 ต้นๆ หรือเป็นคนที่รูปร่างสมส่วนอยู่แล้ว บ้างก็แทบจะพูดได้ว่าผอมอยู่แล้วด้วยซ้ำ กลับเลือกที่จะปักปากกาให้ตัวเองผอมลงไปอีก ลงลิฟต์แล้วลงลิฟต์อีก คล้ายกับว่าโลกกำลังหมุนกลับไปสู่ยุคที่ ‘Beauty Standard’ เข้มข้น และบางคนก็ต้องการ ‘ผอม’ ไม่ใช่เพราะอยากสุขภาพดี แต่เพราะความผอมคือสูตรสำเร็จของความสวย

การอยากมีหุ่นแบบใดนั้นเป็นสิทธิ์ส่วนบุคคล ขึ้นอยู่กับความชอบ แต่อิทธิพลของความ ‘ผอม’ และการบูลลี่คนที่มีรูปร่างอวบอ้วนกลับยังมีอยู่อย่างแพร่หลาย ทำให้หลายคนหมกมุ่นกับ ‘ตัวเลข’ บนตราชั่ง และโฟกัสที่รูปร่างผอมบางเพื่อให้ได้รับการยอมรับบางอย่าง จนหลายคนเลือกที่จะ ‘ปักปากกา’ เพื่อให้น้ำหนักลดลงโดยไม่ต้องใช้ระยะเวลานาน ราวกับว่ากระแสไม่กี่ปีก่อนที่คนในสังคมช่วยกัน empower ให้คนหันมาโอบรับความงามที่หลากหลายของคนทุกหุ่นที่เคยถูกพูดถึงอย่างมาก จะแผ่วเบาลงไปอย่างน่าเสียดาย

และนับว่าย้อนแย้งไม่น้อย ที่แม้ตอนนี้การออกกำลังกายจะกลายเป็นไลฟ์สไตล์หนึ่งหรือจะเรียกว่าเทรนด์ก็ไม่ผิด เพราะหลายคนก็นิยมออกไปวิ่ง เล่นพิลาทิส เข้าฟิตเนส เต้นแอโรบิก ลงแข่ง HYROX หรือมีอุปกรณ์อัจริยะมากมายใส่ติดตัวเพื่อประเมินสุขภาพเบื้องต้น ฯลฯ ซึ่งนับเป็นเรื่องดีที่คนให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น ทว่าอีกด้านหนึ่งเรากลับเห็นหลายคนที่ไม่ได้โฟกัสไปที่ ‘สุขภาพ’ แต่โฟกัสไปที่ค่านิยมความงาม และ Body Image จนเครียด หรือบางคนที่น้ำหนักน้อยแต่ก็ยังต้องการผอมลงอีกก็อาจเข้าข่าย ‘คลั่งผอม’ และยอมแลกกับปัญหาสุขภาพที่อาจตามมาจากปักปากกา

จากข้อมูลโดย พญ. ณัฐกานต์ มยุระสาคร ศูนย์เบาหวานและเมตาบอลิก ที่อธิบายไว้บนเว็บไซต์ของโรงพยาบาลพระราม 9 ระบุว่า ปากกาลดน้ำหนัก เป็นยาลดน้ำหนักชนิดหนึ่งในกลุ่มฮอร์โมน GLP-1 (Glucagon-like peptide-1) และกลุ่มฮอร์โมน GIP (Glucose-dependent Insulinotropic Polypeptide) ซึ่งปากกาลดน้ำหนักจะไปออกฤทธิ์ควบคุมสมองให้ลดความอยากอาหาร ไม่รู้สึกหิว ทำให้ผู้ใช้สามารถช่วยควบคุมการรับประทานอาหารได้ดีขึ้น นำไปสู่น้ำหนักตัวที่ลดลง นอกจากนี้ยายังลดการบีบตัวของกระเพาะอาหาร ทำให้การย่อยอาหารช้าลง อิ่มเร็วและอิ่มนานขึ้น ทั้งนี้ยังช่วยกระตุ้นให้ตับอ่อนหลั่งฮอร์โมนอินซูลินมากขึ้น ช่วยปรับสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งปัจจุบันปากกาลดน้ำหนัก ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของประเทศไทย และ องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกาเพื่อใช้ในการลดน้ำหนัก และยังเป็นยาที่ใช้รักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

ตามหลักแล้วปากกาลดน้ำหนักนั้นเหมาะกับผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน หรือ ดัชนีมวลกาย (BMI) มากกว่าหรือเท่ากับ 30 รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือมีปัญหาสุขภาพ เช่น เบาหวาน ความดันสูง ไขมันในเลือดสูง ไขมันพอกตับ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ และมีดัชนีมวลกายมากกว่า 27 ไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์ชนิด Medullary Thyroid Carcinoma หรือผู้ที่มีประวัติครอบครัวที่มีความเสี่ยงต่อมะเร็งไทรอยด์ ชนิด Medullary Thyroid Carcinoma ไม่เหมาะกับสตรีวางแผนตั้งครรภ์และให้นมบุตร ไม่เหมาะกับเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี หรือผู้ที่มีประวัติโรคตับอ่อนอักเสบ ผู้ป่วยโรคนิ่วในถุงน้ำดี ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางก่อนเริ่มยา ผู้ป่วยโรคไต ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางก่อนเริ่มยา และหากจะเข้ารับการผ่าตัดใดๆ ต้องหยุดยาก่อนผ่าตัด 1 สัปดาห์

ทั้งนี้ พญ. ณัฐกานต์ กล่าวว่าหากหยุดปักปากกา น้ำหนักก็อาจจะขึ้นมาได้ จึงต้องควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างเหมาะสม และสำหรับผลข้างเคียง ก็อาจมีผลต่อระบบทางเดินอาหาร มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน บางรายอาจมีอาการท้องเสีย หรือท้องผูก สำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ในภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อพิจารณาปรับลดยาชนิดอื่น และควรปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อรับการตรวจภาวะเบาหวานขึ้นตาก่อนเริ่มยา เนื่องจากมีความเสี่ยงก่อให้เกิดเบาหวานขึ้นตามากขึ้น ทั้งยังมีรายงานจากการศึกษาว่าพบนิ่วในถุงน้ำดีมากขึ้น ภาวะถุงน้ำดีอักเสบ ภาวะตับอ่อนอักเสบ หากมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียนมากผิดปกติควรปรึกษาแพทย์

นอกจากนี้ พญ. นพวรรณ กิติวัฒน์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคต่อมไร้ท่อและระบบเผาผลาญ ได้อธิบายไว้บนเว็บไซต์โรงพยาบาลบํารุงราษฎร์ว่า หากใช้โดยไม่มีการติดตามจากแพทย์ อาจเสี่ยงต่อผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ และแม้ยาฉีดลดน้ำหนักจะมีประโยชน์ต่อการควบคุมน้ำหนัก แต่ก็ “ไม่ควรถูกใช้โดยพลการ” การใช้ยาควรได้รับการประเมิน การดูแล และคำแนะนำอย่างใกล้ชิดจากแพทย์เฉพาะทาง เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด และย้ำว่าปากกาลดน้ำหนัก เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะอ้วนหรือมีโรคแทรกซ้อนจากความอ้วน และพยายามลดน้ำหนักด้วยวิธีพื้นฐานแล้วยังไม่เห็นผล

สิ่งที่เกิดขึ้นเพื่อใช้ ‘แก้ไขปัญหาทางสุขภาพ’ ตอนนี้กำลังถูกใช้เพื่อเป็นตัวช่วยในเรื่องของ ‘ความงามในอุดมคติ’ มากขึ้น เมื่อเราเห็นคนที่หุ่นสมส่วนอยู่แล้วหันมาใช้มันอย่างแพร่หลาย และน่ากังวลไปอีก เมื่อมีการหาซื้อกันได้ง่ายๆ โดยที่บางคนไม่ได้รับคำปรึกษาจากแพทย์เสียด้วยซ้ำ ซึ่งเสี่ยงอันตรายอย่างมากต่อสุขภาพหากใช้ผิดวิธี และไม่ผ่านการแนะนำอย่างถูกต้อง ทั้งยังมีโอกาสเจอของปลอม ไม่มีคุณภาพ และทำให้เกิดความเสี่ยงต่างๆ ตามมา กระทั่งในบางคลินิกก็ถูกตั้งคำถามบนโลกอินเทอร์เน็ตถึงเกณฑ์การอนุญาตให้ปักในคนที่น้ำหนักไม่ได้เกิน ไม่มีปัญหาสุขภาพ น้ำหนักน้อยอยู่แล้ว ทำให้หลายคนมองว่า นี่อาจเป็นการตลาดของคลินิกที่น่าเป็นห่วง หากเชื้อเชิญให้ผู้คนหันมาปักปากกากันโดยไม่มีหลักเกณฑ์ชัดเจน

ปัจจุบันการปักปากกาก็เป็นที่รู้จักในชื่อที่แตกต่างกันในแต่ละแบรนด์ที่ได้รับการรับรอง เช่น Ozempic, Wegovy, Saxenda, Mounjaro, Zepbound ซึ่งแต่ละแบบอาจมีข้อบ่งใช้และความเข้ากันกับร่างกายที่แพทย์จะต้องพิจารณาร่วมด้วย

ดร. Nicholas Cozzi ในฐานะคุณหมอ เขาได้เขียนถึงความกังวลเกี่ยวกับการที่หลายคนเลือกจะปักปากกาเพราะไล่ตามค่านิยมความงามที่สุดโต่งไว้บนเว็บไซต์ของ TIME ไว้ว่า “บางคนกำลังแลกเปลี่ยนความเสี่ยงทางการแพทย์เพื่อให้ได้รางวัลตามวัฒนธรรมความผอม และวิ่งตามหุ่นในอุดมคติโดยไม่เข้าใจว่ามันมีค่าใช้จ่ายที่ต้องแลกแอบแฝง” ซึ่งคุณหมอหมายถึงผลข้างเคียงระยะยาวทั้งทางร่างกายและจิตใจ และ “เดิมทียาเหล่านี้ได้รับการพัฒนาเพื่อช่วยผู้ป่วยโรคเบาหวานในการจัดการระดับน้ำตาลในเลือด แต่ตอนนี้กระแสที่คนแห่กันเพื่อไปให้ถึงความผอมบาง มันกำลังปรับเปลี่ยนว่าใครสามารถจะเข้าถึงยาได้บ้าง”

ขณะที่ในมุมจิตวิทยาเกี่ยวกับความรู้สึกอยากผอมจนต้องพึ่งการปักปากกานั้น ดร. Sarah Cox นักจิตวิทยา กล่าวว่าการปักปากกาอาจดึงดูดผู้ที่เป็นโรคพฤติกรรมการกินผิดปกติ (Eating Disorder) หรือผู้ที่มีความเสี่ยงจะเป็น กระทั่งคนที่มีประวัติหรือพฤติกรรมการกินผิดปกติ เธอแชร์ว่า หากผู้คนที่มีความเสี่ยงเหล่านี้ได้รับการปักปากกา “มันสามารถตอกย้ำถึงความรู้สึกมีคุณค่าของพวกเขา ซึ่งเชื่อมโยงกับขนาดของหุ่นและน้ำหนัก”

ซึ่งเมื่อเป็นแบบนั้นแล้ว แปลว่าเป้าหมายการลดน้ำหนักนี้อาจไม่เฮลตี้ เพราะมันไม่ได้เกิดจากความอยากจะสุขภาพดี แต่เรากำลังไล่ตามความรู้สึกมีคุณค่าบางอย่างของความรู้สึกว่า “ต้องผอมให้ได้” อยู่อย่างน่าเศร้า และหากวันใดเราทำไม่ได้ หรือหุ่นผอมไม่ได้อยู่อย่างยั่งยืน นั่นก็อาจส่งผลต่อความรักในตัวเอง และความเคารพในตัวเองก็อาจลดถอยลงก็เป็นได้

“การเด้งกลับของน้ำหนักนั้นสามารถกระตุ้นความรู้สึกผิด ความอับอาย และความไม่พอใจทางร่างกายได้อย่างแท้จริง ซึ่งสามารถผลักดันให้ผู้คนเกิดความผิดปกติด้านพฤติกรรมซึ่งพยายามจะลดน้ำหนักอีกครั้ง” ดร. Sarah Cox กล่าว

และวงจรนี้ก็จะไม่มีที่สิ้นสุด หากเราเอาตัวเองไปผูกกับค่านิยมของสังคมจนลืมที่จะรักในตัวเอง หรือโฟกัสที่ ‘สุขภาพที่ดี’ จริงๆ ของเรา

เราอยากบอกทุกคนว่า หุ่นทุกแบบ ร่างกายทุกแบบ นั้นมีความสวยงามเฉพาะตัวด้วยกันทั้งนั้น และเราควรเคารพหุ่นของกันและกันเสมอ อยากผอมได้ อยากอวบได้ อยากเป็นแบบไหนก็ได้ แต่ไม่ควรจะไปกล่าวว่าคนอื่นว่าสวยแบบไหนคือผิด และต้องถามตัวเองว่านั่นคือสิ่งที่เราต้องการทำเพื่อใคร เพื่อให้คนชอบ หรือเพื่อตัวเอง และที่สำคัญสิ่งที่ไม่ควรลืมนึกถึงเลยคือ ‘ความปลอดภัยในชีวิต’ และสุขภาพที่ดี ที่มีแต่เราเท่านั้นที่ดูแลมันเองได้ อย่าให้ใครมาตัดสินได้ว่า แบบไหนคือสวยที่สุด แบบไหนคือถูกต้องที่สุด เพราะความสวยไม่มีผิด ไม่มีถูก และไม่ได้มีสำเร็จรูปตายตัว เราไม่ต้องเป็นไปตามกรอบ หรือตามที่ใครๆ บอก เราก็สวยได้ โดยไม่ต้องแลกกับความเสี่ยงต่างๆ ในชีวิต

อ้างอิง:

https://www.bumrungrad.com/th/health-blog/february-2026/do-weight-loss-injection-pens-really-help-treat-obesity

https://praram9.com/th/articles/weight-loss-injection-pens

https://www.verywellhealth.com/weight-loss-injections-in-stomach-8726093

https://www.abc.net.au/news/health/2025-03-14/ozempic-eating-disorders-glp1-agonist-mental-health-screening/105036016

https://time.com/7311517/cost-weight-loss-drugs-skinny/

บทความต้นฉบับได้ที่ : น้ำหนักเลข 4 เลข 5 ไม่ได้เข้าข่ายอ้วนเกินเกณฑ์แต่ก็ยัง ‘ปักปากกา’ หรือคนกำลังกลับมา ‘คลั่งผอม’ จนน่ากังวล? จากปากกาลดน้ำหนัก ทางเลือกที่แพทย์ใช้กับผู้ป่วยโรคอ้วน BMI เกิน สู่การเป็นเทรนด์ที่แม้แต่คนไม่อ้วนก็ยังหามาปัก

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...