โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไทยเนื้อหอม "เศรษฐีโลก" หอบเงินเข้าประเทศพุ่ง เมืองไหนมาแรง? ธุรกิจอะไรรองรับ?

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ประเทศไทยกำลังได้รับความสนใจจากกลุ่มอภิมหาเศรษฐีทั่วโลก ทั้งการซื้อที่อยู่อาศัย การลงทุน และการย้ายถิ่นฐาน หลังคุณภาพชีวิตแข่งขันได้ ต้นทุนต่ำ และนโยบายรัฐเอื้อต่อการลงทุน

"ประเทศไทย"เนื้อหอม! อภิมหาเศรษฐีโลกหอบเงินเข้าไทย บ้าน-ลงทุน-วีซ่า ดันไทยสู่ศูนย์กลางความมั่งคั่งเอเชีย

Knight Frank ชี้ไทยติดกลุ่มประเทศความมั่งคั่งเติบโตเร็ว นักลงทุนทั่วโลกแห่ซื้อบ้าน ลงทุน และย้ายถิ่นฐาน จ่อขึ้นแท่นจุดหมายใหม่ของอภิมหาเศรษฐีโลก

ประเทศไทยกำลังถูกจับตามองในฐานะ "ศูนย์กลางความมั่งคั่งแห่งใหม่ของเอเชีย" หลังเกิดกระแสการย้ายเงินทุน ที่อยู่อาศัย และการลงทุนของกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูงจากหลายประเทศเข้าสู่ไทยมากขึ้น

กลุ่มที่เข้ามาไม่ใช่เพียงนักลงทุนทั่วไป แต่เป็น "Ultra-High-Net-Worth Individuals" (UHNWIs) หรือ "อภิมหาเศรษฐี"ซึ่งหมายถึงผู้มีสินทรัพย์เพื่อการลงทุนตั้งแต่ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป

รายงาน The Wealth Report 2026 ของ Knight Frank คาดการณ์ว่า จำนวนอภิมหาเศรษฐีในประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นถึง 26% ระหว่างปี 2026-2031 นับเป็นหนึ่งในอัตราการเติบโตสูงที่สุดของเอเชีย และสะท้อนว่าไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นตลาดความมั่งคั่งที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

การย้ายถิ่นฐานของคนรวยโลก ไม่ใช่เรื่องไกลตัว

แม้การเพิ่มขึ้นของอภิมหาเศรษฐีอาจดูเป็นเรื่องของคนรวย แต่ในความเป็นจริง กระแสดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจไทย ผ่านการลงทุน การจ้างงาน และการใช้จ่ายภายในประเทศ

Knight Frank ระบุว่า ปัจจุบันโลกมีอภิมหาเศรษฐีกว่า 713,000 คน และในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีผู้ก้าวเข้าสู่ระดับความมั่งคั่งเกิน 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐเฉลี่ย 89 คนต่อวัน

ขณะเดียวกัน เศรษฐีรุ่นใหม่มีแนวโน้มใช้ชีวิตแบบ "Dip In, Dip Out" คือมีบ้านหลายประเทศ กระจายทรัพย์สินหลายเขตเศรษฐกิจ และเลือกสถานที่อยู่อาศัยจากคุณภาพชีวิตมากกว่าสัญชาติ

หลังวิกฤตโควิด-19 นักลงทุนจำนวนมากจึงมองหา "Safe Haven" หรือฐานที่มั่นแห่งใหม่ โดยพิจารณาปัจจัยสำคัญ ได้แก่

* เสถียรภาพเศรษฐกิจ

* คุณภาพชีวิต

* ระบบสาธารณสุข

* ความปลอดภัย

* ศักยภาพของตลาดอสังหาริมทรัพย์

* ความสะดวกในการเดินทาง

* สิทธิประโยชน์ด้านวีซ่าและภาษี

ประเทศไทยจึงกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่ตอบโจทย์ครบถ้วน และสามารถมอบคุณภาพชีวิตระดับโลกในต้นทุนที่ต่ำกว่าหลายเมืองสำคัญของโลก

กรุงเทพฯ ภูเก็ต สมุย เชียงใหม่ และพัทยา ดาวเด่นของนักลงทุนต่างชาติ

เมืองสำคัญของไทยกำลังได้รับความสนใจจากกลุ่มนักลงทุนและผู้มีความมั่งคั่งจากจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ตะวันออกกลาง และยุโรป

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไทยได้รับความนิยม ได้แก่

* โรงพยาบาลเอกชนมาตรฐานสากล

* ศูนย์ Wellness และ Anti-Aging

* โรงเรียนนานาชาติ

* ระบบบริการและการท่องเที่ยว

* ค่าครองชีพที่แข่งขันได้

ด้านตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี ราคาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ ยังต่ำกว่าเมืองใหญ่หลายแห่งในเอเชีย ทำให้ได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะ "ภูเก็ต" ซึ่งกำลังเปลี่ยนบทบาทจากเมืองท่องเที่ยว สู่ศูนย์กลางการอยู่อาศัยของชาวต่างชาติระดับบน มีการลงทุนเพิ่มขึ้นทั้งโรงเรียนนานาชาติ โรงพยาบาลเอกชน ท่าจอดเรือยอชต์ และโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม

Family Office มองไทยเป็นฐานลงทุนแห่งใหม่

อีกหนึ่งสัญญาณสำคัญคือ การที่ **Family Office** หรือองค์กรบริหารความมั่งคั่งของตระกูลมหาเศรษฐี เริ่มหันมามองประเทศไทยมากขึ้น

ปัจจุบัน Family Office ทั่วโลกบริหารสินทรัพย์รวมหลายล้านล้านดอลลาร์ และเริ่มขยายการลงทุนเข้าสู่เศรษฐกิจจริง เช่น

* โรงแรม

* โลจิสติกส์

* ดาต้าเซ็นเตอร์

* พลังงาน

* อสังหาริมทรัพย์

ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านที่ตั้ง ซึ่งเชื่อมต่อจีน อินเดีย และอาเซียน ทำให้สามารถเป็นศูนย์กลางของห่วงโซ่เศรษฐกิจขนาดใหญ่ของโลกได้

รัฐเดินหน้าดึงเศรษฐีโลกผ่านวีซ่าและสิทธิประโยชน์

การเพิ่มขึ้นของกลุ่มคนมั่งคั่งในไทยไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลจากนโยบายภาครัฐที่ต้องการดึงดูดนักลงทุนและบุคลากรศักยภาพสูงจากต่างประเทศ

หนึ่งในมาตรการสำคัญคือ Long-Term Resident (LTR) Visa ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)

วีซ่าดังกล่าวเปิดโอกาสให้ผู้มีศักยภาพสูง ได้แก่

* Wealthy Global Citizens

* นักลงทุนรายใหญ่

* ผู้เกษียณอายุฐานะดี

* ผู้เชี่ยวชาญทักษะสูง

* Digital Nomads

สามารถพำนักในประเทศไทยได้นานสูงสุด 10 ปี พร้อมสิทธิประโยชน์ด้านการทำงาน การเดินทาง และภาษีบางส่วน ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในการดึงดูดคนมั่งคั่งจากทั่วโลก

BOI เผยคำขอลงทุนทะลุ 1.87 ล้านล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์

กระแสการย้ายถิ่นฐานของกลุ่มเศรษฐีเกิดขึ้นควบคู่กับการไหลเข้าของเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ

ข้อมูลจาก BOI ระบุว่า ในปี 2025 มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวม **1.876 ล้านล้านบาท** เพิ่มขึ้น **67%** จากปีก่อนหน้า และเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

อุตสาหกรรมที่ได้รับความสนใจมากที่สุด ได้แก่

* ดาต้าเซ็นเตอร์

* คลาวด์คอมพิวติ้ง

* ปัญญาประดิษฐ์ (AI)

* อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ

* พลังงานสะอาด

* ยานยนต์ไฟฟ้า

Thailand FastPass เร่งอนุมัติโครงการ ดึงเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่ประเทศ

ล่าสุด รัฐบาลเปิดตัวโครงการ "Thailand FastPass" เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักลงทุน ลดขั้นตอนการอนุมัติโครงการ และแก้ปัญหาคอขวดด้านกฎระเบียบ

มาตรการดังกล่าวมุ่งเร่งการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ดิจิทัล ดาต้าเซ็นเตอร์ พลังงานสะอาด และเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อผลักดันเม็ดเงินลงทุนจำนวนมากเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ความท้าทายคือทำอย่างไรให้คนไทยได้รับประโยชน์

การเข้ามาของอภิมหาเศรษฐีและเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติถือเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทย ทั้งในด้านการสร้างงาน การลงทุน และการยกระดับเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือการออกแบบนโยบายให้ผลประโยชน์กระจายสู่คนไทยในวงกว้าง ไม่ใช่จำกัดอยู่เพียงภาคอสังหาริมทรัพย์หรือธุรกิจขนาดใหญ่ พร้อมสร้างสภาพแวดล้อมการลงทุนที่มีเสถียรภาพในระยะยาว เพราะเม็ดเงินลงทุนสามารถไหลเข้ามาได้ แต่ก็อาจไหลออกได้เช่นกัน หากประเทศไทยไม่สามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันและความเชื่อมั่นของนักลงทุนไว้ได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...