คนไทยเที่ยวญี่ปุ่นแตะ 1.2 ล้านคน ติดอันดับ 6 ของโลก KTC เดินเกม Japan Lifestyle เชื่อมท่องเที่ยว-การใช้จ่าย หวังดันยอดเติบโตต่อ
ญี่ปุ่นยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางต่างประเทศที่ได้รับความนิยมสูงจากนักท่องเที่ยวไทย หลังพฤติกรรมการเดินทางเปลี่ยนจากการท่องเที่ยวแบบครั้งคราว สู่การกลับไปสัมผัสประสบการณ์ซ้ำ และเลือกกิจกรรมที่สะท้อนความชอบเฉพาะตัวมากขึ้น ตั้งแต่การเดินทางด้วยตัวเอง การออกไปเมืองรอง ไปจนถึงอาหาร วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์ญี่ปุ่น
ประเด็นสำคัญ
- จากเที่ยวญี่ปุ่น สู่ Japan Lifestyle โอกาสใหม่ของตลาดใช้จ่าย
- KTC วางกลยุทธ์เชื่อม ‘Japan in Thailand’ กับ ‘Japan in Japan’
- ตั้งเป้ายอดใช้จ่ายครึ่งปีหลังโต รับเทรนด์เที่ยวญี่ปุ่นตลอดปี
ข้อมูลจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) ระบุว่า ปี 2025 มีผู้เดินทางสัญชาติไทยเข้าญี่ปุ่นราว 1.2 ล้านคน เพิ่มขึ้น 7.3% จากปีก่อน โดยเป็นกลุ่มที่เดินทางเพื่อการท่องเที่ยวประมาณ 1.1 ล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 95% สะท้อนว่าญี่ปุ่นยังเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของคนไทยอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวไทยเริ่มมีความคุ้นเคยกับญี่ปุ่นมากขึ้น โดยเกือบ 80% เลือกวางแผนและจัดการการเดินทางด้วยตัวเอง และประมาณ 70% เคยเดินทางไปญี่ปุ่นตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป ทำให้รูปแบบการท่องเที่ยวขยับจากการเที่ยวตามจุดหมายหลัก ไปสู่การค้นหาประสบการณ์เฉพาะทางมากขึ้น
ฮาจิเมะ นาคาสุงิ ผู้อำนวยการบริหาร องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) กล่าวว่า หนึ่งในแนวโน้มที่เห็นชัดคือการเดินทางออกจากเมืองหลัก โดยนักท่องเที่ยวไทยประมาณ 40% เลือกพักค้างคืนในพื้นที่นอกเมือง สะท้อนโอกาสของการท่องเที่ยวเมืองรองในญี่ปุ่น และการใช้จ่ายที่กระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ มากขึ้น
ฮาจิเมะ นาคาสุงิ ผู้อำนวยการบริหาร องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO)
นอกจากนี้ ยังมีสถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ดังนี้
- 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นมากสุด ได้แก่ 1. เกาหลีใต้, 2. จีน, 3. ไต้หวัน, 4. อเมริกา และ 5. ฮ่องกง
- ส่วนอันดับที่ 6 คือประเทศไทย อย่างไรก็ตาม โอกาสที่นักท่องเที่ยวไทยจะขยับขึ้นไปเป็นอันดับที่ 5 นั้นทำได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากมีช่องว่างของจำนวนคนค่อนข้างกว้าง โดยฮ่องกง (อันดับ 5) มีตัวเลขอยู่ที่ประมาณ 2.5 ล้านคน ขณะที่ไทยอยู่ที่ 1.2 ล้านคน
- คนไทยชื่นชอบและนิยมกลับไปเที่ยวญี่ปุ่นซ้ำเป็นจำนวนมาก โดยพบว่า 70% ของคนไทยเคยเดินทางไปญี่ปุ่นตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป
- ประมาณครึ่งหนึ่งของนักท่องเที่ยวไทย เคยเดินทางไปญี่ปุ่นมาแล้วมากกว่า 4 ครั้ง และจากสถิติยังพบว่า 40% เพิ่งเดินทางไปญี่ปุ่นมาในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา
- ไทยเป็นอันดับที่ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ด้านอัตราการไปซ้ำ) โดย หากเทียบอัตราส่วนของการเดินทางท่องเที่ยวซ้ำ ไทยจะอยู่ในอันดับที่ 2 รองจากประเทศสิงคโปร์ และหากเทียบในระดับโลก ชาติอย่างไต้หวันจะมีอัตราการเที่ยวซ้ำที่สูงกว่าไทย
- จากความคุ้นเคยในการเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตนเอง ทำให้มีนักท่องเที่ยวไทยถึง 40% เลือกที่จะไปพักค้างคืนในพื้นที่นอกเมือง (ต่างจังหวัดหรือเมืองรอง) ซึ่งถือเป็นสถิติที่ สูงที่สุดเป็นอันดับ 1 เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคเดียวกัน
จากเที่ยวญี่ปุ่น สู่ Japan Lifestyle โอกาสใหม่ของตลาดใช้จ่าย
พฤติกรรมดังกล่าวไม่ได้สะท้อนเพียงจำนวนการเดินทาง แต่ยังเชื่อมโยงกับการใช้จ่ายของผู้บริโภคไทย โดย KTC และ JCB พบว่า ญี่ปุ่นยังเป็นตลาดหลักของการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต KTC JCB โดยครองสัดส่วนสูงถึง 60% ของยอดใช้จ่ายต่างประเทศผ่านบัตร
ธศพงษ์ รังควร ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต ‘เคทีซี’ หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปี 2568 ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต KTC JCB เติบโต 12% และข้อมูลสะสมล่าสุดของปี 2569 ยังขยายตัวมากกว่า 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยอดใช้จ่ายในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 44% จำนวนรายการเพิ่มขึ้น 45% และจำนวนสมาชิกที่ใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 47%
ธศพงษ์ รังควร ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต ‘เคทีซี’ หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
หมวดร้านค้าปลีกยังเป็นกลุ่มที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดยเฉพาะร้านค้าอย่าง TAKEYA และ Don Quijote รวมถึงร้านค้าทั่วไปในสนามบิน ร้านแฟชั่น ห้างสรรพสินค้า และร้านสินค้าเฉพาะกลุ่ม สะท้อนว่าการช้อปปิ้งยังเป็นหนึ่งในกิจกรรมหลักของนักท่องเที่ยวไทยเมื่อเดินทางไปญี่ปุ่น
ขณะเดียวกัน ความนิยมอาหารญี่ปุ่นยังเป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยยอดใช้จ่ายในหมวดร้านอาหารผ่านบัตร KTC JCB ในประเทศไทยมีความถี่เพิ่มขึ้น 20% และจำนวนสมาชิกที่ใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนว่าความเป็นญี่ปุ่นไม่ได้อยู่เฉพาะช่วงเวลาท่องเที่ยว แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคไทย
KTC วางกลยุทธ์เชื่อม ‘Japan in Thailand’ กับ ‘Japan in Japan’
จากแนวโน้มดังกล่าว KTC วางกลยุทธ์ขยายบทบาทของบัตรเครดิต KTC JCB จากเครื่องมือสำหรับการเดินทาง ไปสู่การเป็นบัตรที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ญี่ปุ่นครบวงจร ทั้งในประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น
หนึ่งในกลุ่มเป้าหมายสำคัญคือผู้บริโภคกำลังซื้อสูง ผ่านบัตรเครดิต KTC JCB Ultimate สำหรับสมาชิกที่มีรายได้ตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป ซึ่งมียอดใช้จ่ายเติบโตมากกว่า 60% และเป็นกลุ่มที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัท
นอกจากนี้ KTC ยังให้ความสำคัญกับหมวด Dining ผ่านความร่วมมือกับ JCB เพื่อสร้างประสบการณ์ด้านอาหารญี่ปุ่น ทั้งร้านอาหารต้นตำรับและร้านที่มีความเฉพาะตัว โดยเป้าหมายคือทำให้บัตรกลายเป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
แนวทางดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่การเดินทางไปญี่ปุ่น การใช้จ่ายในร้านค้าชั้นนำ การช้อปปิ้ง ไปจนถึงกิจกรรมไลฟ์สไตล์หลังกลับมาใช้ชีวิตในประเทศไทย ภายใต้แนวคิดเชื่อมโยง ‘Japan in Thailand’ และ ‘Japan in Japan’
ตั้งเป้ายอดใช้จ่ายครึ่งปีหลังโต รับเทรนด์เที่ยวญี่ปุ่นตลอดปี
ธศพงษ์ กล่าวว่า แนวโน้มยอดใช้จ่ายผ่านบัตร KTC JCB ในช่วงครึ่งปีหลังมีทิศทางเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากในช่วง 6 เดือนแรกที่ผ่านมา ที่ยอดใช้จ่ายผ่านบัตร KTC JCB เติบโตขึ้นถึง 25% ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่สวนกระแสของภาพรวมตลาดบัตรเครดิต นอกจากนี้ ยอดการสมัครบัตรใหม่ยังเพิ่มขึ้น 50,000 ใบ เข้าใกล้เป้าหมายบัตรใหม่ที่ตั้งเป้าไว้ที่ 100,000 ใบ ในปีนี้
“คนไทยนิยมเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นในทุกฤดูกาล ทำให้ความต้องการใช้งานบัตรมีอยู่อย่างต่อเนื่อง” ธศพงษ์ กล่าว
โดยปัจจัยสนับสนุนการเติบโตมาจากฐานลูกค้าใหม่ ซึ่ง KTC JCB ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก เนื่องจากยังมีกลุ่มลูกค้าอีกจำนวนมากที่ชื่นชอบประเทศญี่ปุ่นแต่ยังไม่มีบัตร KTC JCB
รวมถึงการผลักดันให้เป็นบัตรหลัก ที่ KTC จะเน้นกระตุ้นการใช้จ่ายในหมวดร้านอาหาร (Dining) เพื่อสร้างความเคยชินให้ลูกค้าหยิบบัตรมาใช้ในชีวิตประจำวันโดยไม่รู้ตัว ซึ่งจะช่วยผลักดันยอดใช้จ่ายต่อหัวให้เพิ่มสูงขึ้น
อีกทั้ง จะมุ่งเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าบัตร KTC JCB Ultimate (ผู้มีรายได้ 50,000 บาทขึ้นไป) ซึ่งมีการเติบโตสูงและเป็นตัวขับเคลื่อนยอดใช้จ่ายหลักของบริษัท ตลอดจนการร่วมมือกับพันธมิตรอย่างแบรนด์ JCB และหน่วยงานการท่องเที่ยวญี่ปุ่น ในการออกแบบโปรโมชันให้ตรงใจผู้บริโภค จะช่วยดึงดูดการใช้จ่ายได้อย่างต่อเนื่อง
ด้านยูสุเกะ มัตสุย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจซีบี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า พฤติกรรมผู้ถือบัตรเครดิต KTC JCB แสดงให้เห็นถึงการใช้จ่ายข้ามพรมแดนระหว่างไทยและญี่ปุ่นที่มีความต่อเนื่อง โดยเฉพาะในหมวดการเดินทาง อาหาร และไลฟ์สไตล์ สะท้อนทั้งการเดินทางที่เพิ่มขึ้นและความเชื่อมั่นในการเลือกใช้บัตร JCB เป็นช่องทางชำระเงินในทั้งสองประเทศ
ยูสุเกะ มัตสุย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจซีบี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด
ปัจจุบัน JCB มีผู้ถือบัตรในประเทศไทยประมาณ 2 ล้านราย และฐานสมาชิกบัตรเติบโตประมาณ 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน ตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของภูมิภาคอาเซียน
ขณะเดียวกัน ผู้ถือบัตร JCB สามารถใช้จ่ายได้ที่ร้านค้ากว่า 72 ล้านแห่งทั่วโลก โดยในประเทศไทยครอบคลุมร้านค้าชั้นนำในหมวดค้าปลีก ร้านอาหาร การท่องเที่ยว และการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ส่วนในประเทศญี่ปุ่น JCB มีเครือข่ายการรับบัตรที่ครอบคลุมกว้างขวาง ช่วยให้ผู้ถือบัตรใช้จ่ายได้อย่างสะดวกและต่อเนื่องตลอดการเดินทาง