TDRI เฉลยสาเหตุ “ไฟทาง-ไฟสาธารณะ”ฟรี แต่ประชาชนแบกภาระค่าไฟฐาน
จากกรณีที่กระทรวงพลังงานมีแนวคิดทบทวนต้นทุนค่าไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าสาธารณะ โดยเฉพาะค่าของความสูญเสียที่ไม่ใช่เชิงเทคนิค (Non-technical loss) ซึ่งถูกนำมาคำนวณเป็นต้นทุนของการไฟฟ้าแล้วบวกมากับบิลค่าไฟของผู้ใช้ไฟ
ดร.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการนโยบายพลังงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เปิดเผยกับฐานเศรษฐกิจว่า ปัจจุบันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ได้รับสิทธิ์ยกเว้นค่าไฟฟ้าสาธารณะในสัดส่วนร้อยละ 10 ของหน่วยจำหน่ายไฟฟ้าในพื้นที่ ซึ่งต้นทุนดังกล่าวไม่ได้หายไป แต่ถูกนำไปรวมอยู่ในค่าไฟฟ้าฐานที่ผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศต้องร่วมรับภาระ
ดร.อารีพร อธิบายว่า สิทธิ์ดังกล่าวครอบคลุมไฟส่องสว่างตามถนนชุมชน ตรอก ซอย ถนนเข้าหมู่บ้าน และสะพานขนาดเล็กในพื้นที่ท้องถิ่น ส่งผลให้ อปท. ไม่จำเป็นต้องนำงบประมาณของตนเองมาชำระค่าไฟในส่วนนี้ โดยค่าใช้จ่ายดังกล่าวมีมูลค่าประมาณ 10 สตางค์ต่อหน่วยของค่าไฟฟ้า ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของค่าไฟฟ้าฐานที่ถูกเรียกเก็บจากผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศ
"ในโลกนี้ไม่มีไฟฟ้าฟรี ต้นทุนส่วนนี้ไม่ได้หายไปไหน แต่ถูกเฉลี่ยรวมอยู่ในค่าไฟฟ้าฐานที่ประชาชนทุกคนต้องร่วมกันจ่าย" ดร.อารีพรย้ำ
แยกให้ชัด ไฟชุมชนไม่ใช่ไฟทางหลวง
นักวิชาการ TDRI ย้ำว่า ประชาชนจำนวนมากอาจเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าไฟถนนทุกประเภทอยู่ในระบบดังกล่าว แต่ข้อเท็จจริงคือ ไฟฟ้าของทางหลวงแผ่นดิน ถนนสายประธาน มอเตอร์เวย์ รวมถึงสถานที่ราชการต่าง ๆ ใช้งบประมาณแผ่นดินในการชำระค่าใช้จ่ายอยู่แล้ว ไม่ได้อยู่ในสิทธิ์ยกเว้น 10% ของ อปท.
ไฟสาธารณะที่อยู่ใน "ค่าไฟฐาน" จะเป็นส่วนที่รัฐบาลกำหนดสิทธิ์ยกเว้นพิเศษ ไม่เรียกเก็บค่ากระแสไฟฟ้าสาธารณะให้แก่ อปท. ในร้อยละ 10 ของหน่วยจำหน่ายไฟฟ้าในพื้นที่นั้น ๆ ตัวอย่างเช่น ถ้าในพื้นที่นั้นมีการใช้ไฟ 100 หน่วย อปท.จะได้ใช้ไฟฟรี 10%
ไฟฟรี 10% นี้คือค่าไฟทางหลวง ไฟส่องสว่างตามตรอก ซอย ถนนชุมชน ถนนสายรอง ถนนเข้าหมู่บ้าน หรือไฟตามสะพานข้ามคลองต่าง ๆ ดังนั้นหากทั้งหมู่บ้านใช้ไฟ 100 หน่วย 10 หน่วยตรงนี้จึงไม่ต้องจ่าย ซึ่งส่วนใหญ่ครอบคลุมไฟสาธารณะเหล่านี้พอดี อปท. จึงไม่ต้องควักเงินจากงบประมาณของตนเองจ่ายให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
ตั้งคำถามซ้ำซ้อนกับภาษีหรือไม่
สำหรับความเชื่อมโยงกับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ดร.อารีพร ระบุว่า ปริมาณการใช้ไฟฟ้าสาธารณะถูกนำไปรวมอยู่ในการคาดการณ์ความต้องการใช้ไฟของประเทศอยู่แล้ว แม้จะมีสัดส่วนไม่มากเมื่อเทียบกับภาคอุตสาหกรรมหรือภาคครัวเรือน
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญคือความชัดเจนของภาระต้นทุนที่ประชาชนต้องรับผิดชอบ เนื่องจากประชาชนจ่ายภาษีเพื่อบริการสาธารณะอยู่แล้ว จึงควรมีคำอธิบายว่าทำไมไฟสาธารณะบางส่วนจึงยังถูกนำมาคิดรวมอยู่ในค่าไฟฟ้าฐานอีกชั้นหนึ่ง
เสนอย้ายภาระให้ท้องถิ่นจ่ายเอง
ดร.อารีพร เสนอว่า หากภาครัฐต้องการลดภาระค่าไฟฟ้าของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ควรพิจารณายกเลิกสิทธิ์ยกเว้นค่าไฟฟ้าร้อยละ 10 และให้ อปท. เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายดังกล่าวผ่านงบประมาณท้องถิ่น หรือรายได้จากภาษีเทศบาลโดยตรง
นอกจากนี้ ควรเร่งติดตั้งมิเตอร์วัดการใช้ไฟฟ้าสาธารณะให้ครบถ้วน เพื่อให้สามารถตรวจสอบปริมาณการใช้ไฟจริงได้อย่างแม่นยำ แทนการคำนวณแบบเหมารวมเช่นในปัจจุบัน
หนุนเปลี่ยน LED ควบคู่ปฏิรูปโครงสร้างต้นทุน
นักวิชาการมองว่า การลดภาระค่าไฟควรดำเนินการควบคู่กัน 2 แนวทาง ได้แก่ การปรับโครงสร้างต้นทุนโดยแยกไฟสาธารณะของท้องถิ่นออกจากค่าไฟฟ้าฐาน และการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานผ่านการเปลี่ยนหลอดไฟส่องสว่างเป็น LED
หากแยกความรับผิดชอบให้ชัดเจน และบริหารผ่านงบประมาณท้องถิ่นโดยตรง จะช่วยเพิ่มความโปร่งใส ลดความซ้ำซ้อน และทำให้ประชาชนเห็นต้นทุนที่แท้จริงของบริการสาธารณะมากขึ้น