"ศิริกัญญา" แฉงบปี 70 ฝีแตก! รายจ่ายประจำพุ่ง หั่นงบลงทุนทุกกระทรวง
ที่รัฐสภา ในการประชุม ครม.เงา ครั้งที่ 7 ของพรรคประชาชน โดยนางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า สำหรับการพิจารณางบประมาณในวาระที่ 1 จะเข้าสู่สภาฯ วันที่ 29 มิ.ย. - 1 ก.ค. นี้ จากที่ได้ติดตามร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ของคณะรัฐมนตรี วันพรุ่งนี้ก็น่าจะเป็นมติสุดท้ายที่เห็นชอบกับเอกสารงบประมาณที่จะนำเข้าสู่สภาฯ และไม่แตกต่างไปจากตอนที่อนุมัติไปเมื่อวันที่ 18 มิ.ย.
สาระสำคัญของงบประมาณก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง ว่าเป็นปีที่งบประมาณฝีแตก ปัญหาโรคเรื้อรังต่าง ๆ ที่เคยมีมานาน ก็ยังไม่สามารถที่จะปกปิดบาดแผลเหล่านั้นได้อีกต่อไป จึงจะเห็นตัวงบประมาณที่มีรายจ่ายประจำพุ่งสูงถึง 1.2 แสนล้านบาท ขณะที่รายจ่ายลงทุนลดลงถึง 7 หมื่นล้านบาท
พอดูไส้ในว่ารายจ่ายประจำที่เพิ่มขึ้นมีอะไรบ้าง ก็จะพบว่า เฉพาะบำนาญข้าราชการอย่างเดียวเพิ่มขึ้นประมาณ 2 หมื่นกว่าล้านบาท ในส่วนเงินสมทบ กบข. เพิ่มขึ้นมา 5 หมื่นกว่าล้านบาท รวมถึงงบชำระดอกเบี้ยที่เพิ่มมา 4 หมื่นกว่าล้านบาท แค่นี้ก็ครบแสนแล้ว จึงไม่แปลกใจที่ตัวงบประมาณของหน่วยงานต่าง ๆ ถูกปรับลดลงทั่วหน้า โดยเฉพาะกระทรวงที่เป็นงบลงทุนเป็นหลัก เช่น กระทรวงคมนาคม ที่ถูกปรับลดไปเป็นหมื่นล้านบาทเช่นเดียวกัน
นางสาวศิริกัญญา ยังกล่าวว่า การที่งบบำนาญหรืองบชำระดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ไม่ได้แปลว่าเราจะเพิ่มหรือขยายตัวสวัสดิการบำนาญ รวมถึงงบชำระดอกเบี้ยก็ไม่ได้หมายความว่าเราอยากที่จะชำระดอกเบี้ยเพิ่มเติม แต่เป็นการจัดงบประมาณให้สะท้อนกับความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น เพราะที่ผ่านมามีการพยายามกดตัวเลขงบประมาณสำหรับจัดสรรบำนาญให้กับข้าราชการที่เกษียณอายุมาโดยตลอด ตั้งงบประมาณไว้ต่ำกว่าความเป็นจริง แต่ความจริงคือใช้สูงเกือบ 4 แสนล้านบาทมาหลายปีแล้ว แต่ตั้งไว้ขาด แล้วต้องมาใช้งบกลาง เงินสำรองใช้จ่ายฉุกเฉิน หรือเงินคงคลังมาแทน ในปี 70 มีการตั้งใช้เงินคงคลังถึง 7 หมื่นล้านบาท ก็มาจากเงินบำนาญและงบชำระดอกเบี้ยที่ตั้งไม่เพียงพอ
"ปีนี้เท่ากับว่ารัฐบาลหลังชนฝาแล้ว ไม่สามารถที่จะปรับแต่งตัวเลขงบประมาณได้เหมือนเดิมอีกต่อไป และต้องยอมรับสภาพความเป็นจริง สถานการณ์ที่หนักหนาสาหัสของงบประมาณไทย" นางสาวศิริกัญญากล่าว
นางสาวศิริกัญญา ยังกล่าวว่า อีกเรื่องที่จะเข้า ครม. ในวันพรุ่งนี้คือ ร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 เหลือเวลาใช้อีกไม่มากแล้ว ซึ่งได้เตือนรัฐบาลไปตั้งแต่ต้นว่า มาโอนงบในช่วงไตรมาส 3 ของปีงบประมาณ มันจะได้ไม่เยอะ ซึ่งก็ได้ไม่เยอะจริง ๆ จากที่ตั้งเป้าไว้หนึ่งแสนล้านบาท โอนจริงได้แค่หนึ่งหมื่นล้านบาทเท่านั้น ทำให้เสียเวลาระงับการจัดซื้อจัดจ้างไปชั่วคราว เพื่อให้ผ่านกระบวนการของสำนักงบประมาณว่าตัวไหนจะได้ไปต่อ ทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณชะลอตัว ไม่คุ้มค่ากับการเสียเวลา สะท้อนอีกเช่นเดียวกันว่าสถานการณ์การคลังของปี 69 ก็คงอยู่ในสภาวะหลังชนฝาอีกเช่นเดียวกัน เงินหมื่น เงินแสน เงินอีกนิด ๆ หน่อย ๆ ก็ต้องเอาไว้ก่อน เพราะไม่อย่างนั้นก็ไม่มีเงินมากพอที่จะทำให้สามารถใช้งบประมาณไปได้ตลอดปี 69
รัฐบาลมีทีท่าว่าตัวโอนงบได้มาแค่หนึ่งหมื่นล้านบาท น่าจะใช้ในการเยียวยาผลกระทบจากการปะทะที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งต้องติดตามรายละเอียดกันต่อ แม้ว่าจะโอนได้นิดเดียว แต่เราไม่เพิกเฉย ต้องติดตามลงรายละเอียดว่าส่วนที่ควรตัดได้ตัดหรือไม่ หรือส่วนไหนที่ไม่ควรถูกตัด และขณะนี้ยังไม่เห็นรายละเอียดอะไรเลย จะได้เห็นครั้งแรกในวันที่ 23 มิ.ย. และเข้าสู่สภาฯ วันที่ 25 มิ.ย. ขอให้ประชาชนช่วยกันตรวจสอบและติดตามการอภิปรายงบประมาณทั้งสองวาระสำคัญใหญ่ ๆ
"ท่ามกลางหน่วยรับงบประมาณที่ถูกปรับลดงบประมาณกันถ้วนหน้า มีอยู่ 1 กระทรวงที่ได้รับงบเพิ่มถึง 30% คือกระทรวงดีอี โดยหน่วยงานที่ได้รับงบเพิ่มสูงที่สุดคือ สดช. หรือสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่เป็นเจ้าของโครงการ TH-AI Passport ซึ่งได้งบเพิ่ม 2 เท่า และที่สำคัญ ปลัดกระทรวงดีอีก็คอนเฟิร์มมาแล้วว่า ในนั้นจะมีโครงการ TH-AI Passport เฟส 2 ให้สภาได้ติดตามต่อ ก่อนหน้านี้ใช้เงินกองทุนดีอี เราอาจจะมองไม่เห็น ตรวจสอบไม่คล่อง แต่วันนี้มาขอสภาแล้ว ก็คงจะต้องเปิดเผยให้โปร่งใส ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม และให้ผู้แทนของประชาชนได้ตรวจสอบ" นางสาวศิริกัญญากล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : "ศิริกัญญา" แฉงบปี 70 ฝีแตก! รายจ่ายประจำพุ่ง หั่นงบลงทุนทุกกระทรวง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com