โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

คลิปช็อกกลางเวหา! กรีดร้องสยอง "เคเบิลคาร์" ชนวินาศสันตะโร ห้อยต่องแต่งสูง 310 ฟุต

sanook.com

เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
สยองกลางอากาศ! วินาทีพายุซัดกระเช้าลอยฟ้าพุ่งชนกันยับ ห้อยค้างนานนับชั่วโมง-นาทีโรยตัวหนีตาย

ช็อกกลางเวหา! เคเบิลคาร์พุ่งชนวินาศสันตะโรนับ 4 คัน ห้อยต่องแต่งสูง 310 ฟุต นาทีชีวิตคนกรีดร้องลั่น

เกิดอะไรขึ้นบนฟ้า?! พายุถล่มสายสลิงขัดข้อง กระเช้าลอยฟ้าพุ่งชนกันระนาว ตัวห้อยคาแม่น้ำโขงรัสเซีย

เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญสั่นประสาทกลางน่านฟ้าประเทศรัสเซีย เมื่อระบบกระเช้าลอยฟ้าหรือเคเบิลคาร์ข้ามแม่น้ำเกิดการขัดข้องอย่างกะทันหัน ส่งผลให้กระเช้าโดยสารพุ่งเข้าชนกันเองกลางอากาศจนเกิดการซ้อนทับวินาศสันตะโร ท่ามกลางสภาพอากาศที่แปรปรวนรุนแรง คลิปวิดีโอที่มีการเผยแพร่เผยให้เห็นภาพสุดหวาดเสียวขณะที่ตู้โดยสารหลายใบเหวี่ยงไปมาอย่างน่ากลัวเหนือน่านน้ำ และแรงกระแทกส่งผลให้เสาโครงสร้างค้ำยันทั้งหมดสั่นคลอนอย่างรุนแรงภายใต้น้ำหนักมหาศาล

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้โดยสารทั้งหมด 16 ราย ซึ่งรวมถึงเด็กเล็กอีก 4 ราย ต้องติดค้างอยู่กลางอากาศในระดับความสูงที่เทียบเท่ากับตึกสูง โดยหลายคนเปิดเผยในภายหลังว่าเป็นช่วงเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับ "ความกลัวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต"

วินาทีระทึกพุ่งชนซ้อนคันกลางสายสลิง

รายงานข่าวระบุว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นระหว่างที่กระเช้าลอยฟ้ากำลังเคลื่อนที่นำผู้โดยสารข้าม แม่น้ำโวลกา (Volga River) ในประเทศรัสเซีย แต่แล้วระบบควบคุมสายเคเบิลกลับเกิดการหยุดชะงักอย่างไม่มีใครคาดคิด ส่งผลให้กระเช้าโดยสารจำนวน 2 คันแรกต้องติดค้างอยู่กลางสายสลิง ทว่าระบบขับเคลื่อนกลับไม่หยุดทำงานในทันที ทำให้กระเช้าคันที่ 3 เลื่อนไหลเข้ามาชนกระแทกอย่างจัง และตามมาด้วยกระเช้าคันที่ 4 ในเวลาไล่เลี่ยกัน

ภาพเหตุการณ์ที่บันทึกไว้ได้เผยให้เห็นวินาทีบีบหัวใจ เมื่อโครงเหล็กตัวยึดเกาะของตัวตู้โดยสารแต่ละคันเกิดการบดและครูดเข้าหากันอย่างรุนแรงบนสายลวดสลิงหนาเหนือหัว จนเกิดกระแสความหวาดวิตกอย่างหนักว่าแรงเสียดทานและน้ำหนักที่กดทับเฉพาะจุด อาจทำให้ตู้โดยสารคันใดคันหนึ่งร่วงหล่นลงสู่แม่น้ำเบื้องล่าง

นาทีโรยตัวหนีตายเหนือแม่น้ำลึก

ผู้โดยสารที่ตกอยู่ในอาการขวัญเสียต้องติดค้างอยู่ภายในตู้แคบ ๆ นานกว่าหนึ่งชั่วโมงเต็ม ก่อนที่ทีมกู้ภัยฉุกเฉินจะสามารถเดินทางเข้ามาถึงพิกัดและเริ่มกระบวนการช่วยเหลือ โดยภาพนาทีชีวิตเผยให้เห็นผู้โดยสาร รวมถึงเด็ก ๆ ต้องใช้มือพยุงและเกาะยึดสายเชือกกู้ภัยอย่างแน่นหนา ขณะที่เจ้าหน้าที่ค่อย ๆ หย่อนตัวพวกเขาลงมาจากความสูงลิบลิ่วสู่พื้นที่ปลอดภัยทางเรือและภาคพื้นดิน

สำหรับเส้นทางเคเบิลคาร์สายนี้ มีระยะทางยาวกว่า 2 ไมล์ (ประมาณ 3.2 กิโลเมตร) ข้ามผ่านแม่น้ำโวลกา ทำหน้าที่เชื่อมต่อระหว่างเมืองใหญ่อย่าง นิชนีนอฟโกโรด (Nizhny Novgorod) ไปยังเมือง บอร์ (Bor) โดยมีจุดสูงสุดอยู่สูงจากพื้นดินถึง 310 ฟุต (ประมาณ 94 เมตร) อุปกรณ์นี้ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังเป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งมวลชนที่สำคัญยิ่งสำหรับพนักงานและผู้สัญจรไปมาในชีวิตประจำวัน โดยเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555

หน่วยงานสั่งสอบสวน - สื่อท้องถิ่นชี้ไม่ใช่ภัยพิบัติร้ายแรง

ทางด้านเจ้าหน้าที่และหน่วยงานส่วนภูมิภาคของรัสเซียได้สั่งการให้เปิดฉากสอบสวนพิจารณาหาสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้อย่างละเอียด โดยเบื้องต้นพบว่าเกิดจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงที่พัดเข้าถล่มตัวสถานีกระเช้าอย่างหนัก จนระบบอิเล็กทรอนิกส์สั่งการชัตดาวน์ฉับพลัน

อย่างไรก็ตาม มาร์ก กริกอริเยฟ (Mark Grigoryev) ผู้สื่อข่าวท้องถิ่นในพื้นที่ ได้รายงานมุมมองพลิกผันว่า "เหตุการณ์นี้ไม่ใช่มหันตภัยร้ายแรง (Catastrophe) แต่อย่างใด เนื่องจากระบบเคเบิลคาร์นี้เปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี 2012 และที่ผ่านมาก็เคยเกิดเหตุระบบหยุดชะงักชั่วคราวอยู่บ้างเป็นระยะตามสภาพอากาศ และที่สำคัญคือในท้ายที่สุดทุกคนก็ได้รับการช่วยเหลือออกมาได้อย่างปลอดภัยทั้งหมด"

ย้อนรอยโศกนาฏกรรมเคเบิลคาร์โลก

แม้ว่าเหตุการณ์ในรัสเซียครั้งนี้จะไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่ก็สร้างความหวาดผวาให้แก่สาธารณชน เนื่องจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นคล้อยหลังเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเคเบิลคาร์สยองขวัญที่ประเทศอิตาลีเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา (พ.ศ. 2569) ซึ่งในครั้งนั้นเกิดเหตุสายสลิงหลักขาดสะบั้น ส่งผลให้ตู้กระเช้าลอยฟ้าร่วงดิ่งพุ่งกระแทกพื้นดินอย่างรุนแรง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตทันที 4 ราย ซึ่งรวมถึงนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษอีก 2 รายที่ถูกพบเป็นศพในที่เกิดเหตุเช่นกัน

แหล่งข้อมูลและเอกสารอ้างอิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...