โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

บล.กรุงศรี เพิ่มเป้าหุ้นไทยปี 69 ที่ 1,680 จุด อานิสงส์ไทยเข้าสู่ยุคทองการลงทุนรอบใหม่

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

บล.กรุงศรี เพิ่มเป้าหุ้นไทยปี 69 ขึ้นสู่ระดับ 1,680 จุด จากเดิม 1,600 จุด แรงหนุน 4 ปัจจัยหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยเข้าสู่วัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ คาดดอกเบี้ยต่ำยาวถึงปี 2570 เปิดโผ 7 หุ้นเด่น นำโดย GULF, GPSC ,AMATA รับประโยชน์กลุ่มแรกฝั่งต้นน้ำ-กลางน้ำ

วันที่ 4 มิถุนายน 2569 บล. กรุงศรี ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) สิ้นปี 2569 ขึ้นสู่ระดับ 1,680 จุด ซึ่งคิดเป็นอัตราส่วนราคาปิดต่อกำไรสุทธิ (P/E Ratio) ที่ระดับ 17.5 เท่า (ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 18.3 เท่า) เพิ่มขึ้นจากเป้าหมายเดิมที่เคยประเมินไว้ที่ 1,600 จุด เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569

สำหรับรายละเอียดของ 4 ปัจจัยขับเคลื่อน และประเด็นสำคัญ (Key Ideas) มีดังนี้

1. ปัจจัยโครงสร้างเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ (New Global Capex Cycle)

โลกกำลังก้าวเข้าสู่วัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ที่เป็นการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้าง (Structural Shift) โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจาก 3 ด้าน คือ สงครามการค้าและการย้ายฐานการผลิตกลับประเทศหรือกลุ่มพันธมิตร (Trade War & Reshoring) กระแสการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI Infrastructure Megatrend) และความมั่นคงทางพลังงาน (Energy Security)

2. ปัจจัยเอเชียสู่ยุคทองแห่งการลงทุน (Investment Supercycle)

มีปัจจัยสำคัญที่จะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจำนวนมหาศาลเข้าสู่ภูมิภาคเอเชีย รวมถึงประเทศไทยในอีกหลายปีข้างหน้า ซึ่งจะทำให้เกิดวัฏจักรการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ยุคทองของจีน (China Supercycle) ในช่วงปี 2546-2550 โดยคาดว่า การลงทุนรวมของเอเชียในช่วงปี 2569-2573 จะเติบโตเร่งตัวขึ้นราว 3-4 เท่า มูลค่าเม็ดเงินลงทุนสะสมจะเพิ่มขึ้นจาก 4.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 พุ่งทะยานสู่กว่า 16 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในอีก 5 ปีข้างหน้า

3. ปัจจัยความพร้อมระดับสูงของประเทศไทย

โดยประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักเนื่องจากมีความพร้อมรองรับในทุกด้าน ทั้งระบบไฟฟ้า โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ต้นทุนที่แข่งขันได้ในตลาดโลก รวมถึงมีเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่จ่อรอลงทุนอยู่อีกเป็นจำนวนมาก

4. ปัจจัยดอกเบี้ยนโยบายต่ำเอื้อต่อการลงทุน

แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยคาดว่าจะยังคงทรงตัวอยู่ในระดับต่ำที่ประมาณ 1.0% ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570 หรืออาจยาวนานกว่านั้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อต้นทุนทางการเงินของภาคธุรกิจในการขยายการลงทุน

บล.กรุงศรี ระบุว่า สถิติที่น่าสนใจ จากการศึกษาในอดีต พบว่าทุกครั้งที่ประเทศไทยเข้าสู่วัฏจักรการลงทุน (Capex Cycle) ตลาดหุ้นไทยมักจะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึง 82% พร้อมกับการยกระดับมูลค่าหุ้นด้วยอัตราส่วนราคาปิดต่อกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น (PER Re-rating) เฉลี่ยถึง 5.3 เท่า

กลยุทธ์การลงทุนและหุ้นเด่น (Best Picks) บล.กรุงศรี แนะนำกลยุทธ์การลงทุนโดยเน้นไปที่กลุ่มอุตสาหกรรมที่จะได้รับประโยชน์อย่างรวดเร็วในฝั่งต้นน้ำและกลางน้ำ ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรม, ธนาคาร, พลังงาน, ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์, สาธารณูปโภค (ไฟฟ้า), สาธารณูปโภคที่ต้องเร่งการลงทุน (น้ำ และระบบโครงข่ายไฟฟ้า) รวมไปถึงกลุ่มสื่อสาร

โดยมีหุ้นเด่น (Best Picks) ที่เลือกมาทั้งหมด 7 บริษัท ดังนี้

  • บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (GULF)
  • บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (GPSC)
  • บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) (AMATA)
  • ธนาคารกสิกรไทย (KBANK)
  • ธนาคารกรุงเทพ (BBL)
  • บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (PTT)
  • บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (ADVANC)

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและต่างประเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...