โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดสถิติผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 9 ปี ทะลุ 14 ล้านคน ก่อนคัดกรองรอบใหม่ปี 2569

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว
ย้อนดูสถิติผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตั้งแต่ปี 2560-2569 พบมีผู้ได้รับสิทธิกว่า 13-14 ล้านคนต่อเนื่องหลายปี ก่อนเปิดลงทะเบียนรอบใหม่ปี 2569 พร้อมปรับเกณฑ์คัดกรองเข้มขึ้น

เปิดสถิติผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จาก 14 ล้านคน สู่การคัดกรองรอบใหม่ปี 2569

โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือที่ประชาชนคุ้นเคยในชื่อ "บัตรคนจน" เริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2560 ภายใต้นโยบายประชารัฐสวัสดิการ เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและลดภาระค่าครองชีพของประชาชน

ตลอดระยะเวลาเกือบ 9 ปีที่ผ่านมา จำนวนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่ในระดับมากกว่า 13 ล้านคนต่อเนื่อง และบางช่วงมีผู้ได้รับสิทธิสูงถึงกว่า 14 ล้านคน สะท้อนขนาดของโครงการสวัสดิการภาครัฐที่ใหญ่ที่สุดโครงการหนึ่งของประเทศ

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจำนวนผู้ถือบัตรรายปีไม่ได้ถูกรวบรวมเผยแพร่เป็นชุดข้อมูลสาธารณะในรูปแบบเดียวกันทุกปี ทำให้การวิเคราะห์ต้องอาศัยข้อมูลจากกระทรวงการคลัง มติคณะรัฐมนตรี งานวิจัย และรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ไทม์ไลน์ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2560-2569

ปี 2560 จุดเริ่มต้นของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

การลงทะเบียนรอบแรกในปี 2560 มีผู้ผ่านคุณสมบัติและได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐประมาณ 14.4-14.6 ล้านคน ถือเป็นการเริ่มต้นระบบสวัสดิการแบบใช้ฐานข้อมูลรายบุคคลครั้งใหญ่ของประเทศไทย

ตัวเลขดังกล่าวทำให้โครงการครอบคลุมประชาชนเกือบ 1 ใน 5 ของประชากรไทยในขณะนั้น

ปี 2561-2564 ใช้สิทธิต่อเนื่องชุดเดิม

ในช่วง 4 ปีหลังจากเปิดตัวโครงการ ผู้ถือบัตรส่วนใหญ่ยังคงใช้สิทธิจากการลงทะเบียนรอบแรกอย่างต่อเนื่อง

แม้จะไม่มีตัวเลขทางการรายปีที่เปิดเผยอย่างละเอียด แต่ข้อมูลจากหลายแหล่งชี้ว่าจำนวนผู้ถือบัตรยังอยู่ในระดับใกล้เคียง 14-15 ล้านคนต่อปี

ปี 2565 เปิดลงทะเบียนรอบใหม่

รัฐบาลเปิดลงทะเบียนโครงการสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ โดยมีการตรวจสอบคุณสมบัติและฐานข้อมูลรายได้ ทรัพย์สิน และภาระทางการเงินอย่างละเอียดมากขึ้น

ผลการคัดกรองพบว่ามีผู้ผ่านคุณสมบัติประมาณ 13.45 ล้านคน ซึ่งกลายเป็นฐานผู้ได้รับสิทธิในช่วงปีงบประมาณ 2566-2568

ปี 2566 ผู้ได้รับสิทธิแตะ 14.6 ล้านคน

ข้อมูลจากงานวิจัยของสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ (PIER) ระบุว่า ในปี 2566 มีผู้ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐประมาณ 14.6 ล้านคน

ขณะที่ข้อมูลสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระบุว่า คนไทยที่อยู่ต่ำกว่าเส้นความยากจนมีประมาณ 2.39 ล้านคน ทำให้เกิดการศึกษาวิเคราะห์ประสิทธิภาพการคัดกรองผู้ได้รับสิทธิในโครงการ

ปี 2567-2568 มีผู้ได้รับสิทธิ 13.45 ล้านคน

รัฐบาลยังคงใช้อ้างอิงฐานผู้ได้รับสิทธิจากการลงทะเบียนปี 2565 จำนวน 13.45 ล้านคน

ต่อมาเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบกลางเพื่อดูแลผู้มีสิทธิในโครงการจำนวนดังกล่าวอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีงบประมาณ 2567 เป็นต้นมา

ปี 2569 เปิดลงทะเบียนรอบใหม่

ปี 2569 ถือเป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญของโครงการ เมื่อกระทรวงการคลังกำหนดให้ผู้ถือบัตรรายเดิมกว่า 13 ล้านคน ต้องยืนยันสิทธิใหม่ทั้งหมด

พร้อมปรับเกณฑ์คัดกรองจากเดิมที่พิจารณารายได้ครัวเรือน มาเป็นการพิจารณารายได้รายบุคคลไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี รวมถึงตรวจสอบข้อมูลทรัพย์สิน เงินฝาก สินเชื่อ การถือหุ้น และข้อมูลภาษีอย่างเข้มข้นมากขึ้น

จำนวนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแต่ละช่วง

ปี 2560 ผู้ได้รับสิทธิประมาณ 14.4-14.6 ล้านคน

ปี 2561-2564 คาดว่าอยู่ในช่วง 14-15 ล้านคน

ปี 2565 ผู้ผ่านคุณสมบัติประมาณ 13.45 ล้านคน

ปี 2566 งานวิจัย PIER ประเมินผู้ได้รับสิทธิ 14.6 ล้านคน

ปี 2567-2568 ฐานผู้มีสิทธิ 13.45 ล้านคน

ปี 2569 ผู้ถือบัตรเดิมกว่า 13 ล้านคนต้องลงทะเบียนใหม่

เกณฑ์ใหม่ปี 2569 คาดช่วยให้สวัสดิการตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น

การปรับหลักเกณฑ์ในปี 2569 ถูกมองว่าเป็นการยกระดับระบบคัดกรองผู้มีสิทธิให้มีความแม่นยำมากขึ้น โดยใช้ฐานข้อมูลภาษี ทรัพย์สิน การถือหุ้น ประกันชีวิต และภาระทางการเงินมาประกอบการพิจารณา

เป้าหมายสำคัญคือการทำให้สวัสดิการภาครัฐเข้าถึงกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่มีความจำเป็นจริง ขณะเดียวกันก็ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งบประมาณของภาครัฐในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...