โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

วอร์ชรับตำแหน่งประธานเฟด ท่ามกลางสถานการณ์เงินเฟ้อสหรัฐพุ่ง

PostToday

อัพเดต 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ภายใต้การนำของ “เควิน วอร์ช” นักเศรษฐศาสตร์วัย 56 ปี ซึ่งเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานเฟดอย่างเป็นทางการเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ท่ามกลางแรงกดดันรอบด้านจากเศรษฐกิจสหรัฐที่กำลังเผชิญภาวะเงินเฟ้อเร่งตัวและความเชื่อมั่นผู้บริโภคทรุดหนัก

พิธีสาบานตนจัดขึ้นที่ห้องอีสต์รูม ทำเนียบขาว โดยมี “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐ เป็นผู้กล่าวแนะนำตัวอย่างยาวนาน ก่อนที่ “คลาเรนซ์ โธมัส” ตุลาการศาลสูงสหรัฐ จะทำพิธีสาบานตนอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางการเข้าร่วมของรัฐมนตรีระดับสูง รวมถึง “สก็อตต์ เบสเซนต์” รัฐมนตรีคลังสหรัฐ และ “คอนโดลีซซา ไรซ์” อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ

วอร์ชเดินทางมาพร้อม “เจน ลอเดอร์” ภรรยาซึ่งเป็นทายาทตระกูลเอสเต ลอเดอร์ หนึ่งในตระกูลธุรกิจเครื่องสำอางรายใหญ่ของโลก

การเข้ารับตำแหน่งครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของเศรษฐกิจสหรัฐ หลังราคาน้ำมันโลกทะยานเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากสงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอล กับอิหร่าน ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน มาตรการภาษีนำเข้า รวมถึงต้นทุนสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ยิ่งซ้ำเติมแรงกดดันเงินเฟ้อ

ข้อมูลล่าสุดจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐร่วงลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันและผู้มีสิทธิเลือกตั้งอิสระ ซึ่งถือเป็นสัญญาณเตือนด้านเศรษฐกิจและการเมืองต่อรัฐบาลทรัมป์

เควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด

ทรัมป์กล่าวระหว่างพิธีว่า วอร์ชจะได้รับ “การสนับสนุนเต็มที่จากรัฐบาล” และย้ำว่าต้องการให้เฟดมีความเป็นอิสระ แต่ในเวลาเดียวกันก็ส่งสัญญาณชัดเจนว่า “การเติบโตทางเศรษฐกิจไม่ได้หมายความว่าจะต้องเกิดเงินเฟ้อ”

คำกล่าวดังกล่าวสะท้อนความตึงเครียดที่ดำเนินมายาวนานระหว่างทรัมป์กับ “เจอโรม พาวเวลล์” อดีตประธานเฟด ซึ่งถูกทรัมป์วิจารณ์มาโดยตลอดว่าไม่ยอมลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

ด้านวอร์ชกล่าวหลังรับตำแหน่งว่า เขาจะนำเฟดเข้าสู่ยุคแห่ง “การปฏิรูป” พร้อมเรียนรู้จากทั้งความสำเร็จและความผิดพลาดในอดีต และจะรักษามาตรฐานด้านความโปร่งใสและประสิทธิภาพขององค์กร

อย่างไรก็ตาม ภารกิจแรกที่รออยู่ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเฟดกำลังเผชิญโจทย์สำคัญว่าจะ “ขึ้นดอกเบี้ย” เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ หรือจะคงดอกเบี้ยไว้เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและการจ้างงาน

เฟดยังคงตั้งเป้าเงินเฟ้อไว้ที่ 2% แต่ปัจจุบันอัตราเงินเฟ้อยังสูงกว่ากรอบเป้าหมายมากกว่า 1 จุดเปอร์เซ็นต์ และไม่สามารถควบคุมให้อยู่ในระดับเป้าหมายได้มานานกว่า 5 ปี

ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นภายในเฟด เมื่อ “คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์” หนึ่งในผู้ว่าการเฟดและอดีตคู่แข่งชิงตำแหน่งประธานเฟด ออกมาสนับสนุนให้เฟดยกเลิกแนวโน้ม “ผ่อนคลายนโยบายการเงิน” และเปิดทางสู่การขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง หากเงินเฟ้อยังร้อนแรงต่อเนื่อง

ถ้อยแถลงดังกล่าวส่งผลให้ตลาดการเงินเริ่มคาดการณ์ว่า เฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้เร็วที่สุดในเดือนตุลาคมนี้

นักวิเคราะห์มองว่า วอร์ชกำลังเผชิญแรงกดดันจากหลายด้านพร้อมกัน ทั้งจากตลาดพันธบัตรโลกที่เริ่มกังวลเงินเฟ้อสูงขึ้น จากเจ้าหน้าที่เฟดสายเข้มงวดที่สนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ย และจากทรัมป์ที่ไม่ต้องการเห็นต้นทุนการกู้ยืมเพิ่มขึ้นในช่วงรัฐบาลของตน

นอกจากนี้ จุดยืนของวอร์ชต่อประเด็น “ความเป็นอิสระของเฟด” ยังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกรณีที่รัฐบาลทรัมป์พยายามปลด “ลิซา คุก” ผู้ว่าการเฟด ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลสูงสหรัฐ

การประชุมนโยบายการเงินครั้งแรกภายใต้การนำของวอร์ชจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 16-17 มิถุนายนนี้ โดยตลาดทั่วโลกจับตาว่า เขาจะส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยอย่างไร ท่ามกลางเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญแรงสั่นสะเทือนทั้งจากสงคราม เงินเฟ้อ และการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...