โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รัฐบาลจ่อคลอดเออร์ลี่รีไทร์งบปี 70 ดัน ขรก.เกษียณก่อนกำหนดเริ่มอายุ 40 ปี พร้อมศึกษาปรับใช้ระบบประกันสุขภาพแทนสวัสดิการรักษาพยาบาล

THE STANDARD

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
รัฐบาลจ่อคลอดเออร์ลี่รีไทร์งบปี 70 ดัน ขรก.เกษียณก่อนกำหนดเริ่มอายุ 40 ปี พร้อมศึกษาปรับใช้ระบบประกันสุขภาพแทนสวัสดิการรักษาพยาบาล

วันนี้ (7 กรกฎาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวคิดให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ศึกษาการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด หรือเออร์ลี่รีไทร์ โดยตั้งเป้าให้มีผลทันทีภายในปีงบประมาณ 2570 ว่า เรื่องนี้เป็นนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา เนื่องจากปัจจุบันมีตัวเลขรายจ่ายประจำที่สูงขึ้นมาก ส่งผลให้รัฐบาลมีงบประมาณใช้จ่ายในการลงทุนและช่วยเหลือประชาชนน้อยลง จึงเกิดแนวคิดลดจำนวนข้าราชการลงผ่านระบบสมัครใจ

“เราหาช้าไปจะไม่ดี เนื่องจากจะเป็นงบผูกพันในปีถัดไป โดยโครงการดังกล่าวจะทำควบคู่กับการปรับลดอัตราตำแหน่งในระบบราชการให้เหลือเท่าที่จำเป็น นอกจากเรื่องงบประมาณแล้ว ขณะนี้มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อทดแทนงานปกติประจำวัน จึงสามารถยกเลิกในบางตำแหน่งได้ แต่ไม่ได้มุ่งมั่นให้เกิดความโกลาหล และจะดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป” ปกรณ์ กล่าว

เมื่อถามถึงตำแหน่งที่อาจจะปรับลด ปกรณ์ยกตัวอย่างว่า เช่น พนักงานพิมพ์ เนื่องจากปัจจุบันบุคลากรทุกคนมีทักษะในการใช้คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือในการพิมพ์อยู่แล้ว รวมถึงงานธุรการที่สามารถใช้เทคโนโลยีเข้ามาแทนที่ได้ แต่ยืนยันว่าจะค่อยเป็นค่อยไปเพราะความพร้อมด้านเทคโนโลยีของแต่ละหน่วยงานไม่เท่ากัน หากหน่วยงานใดพร้อมก็ทำได้ทันที โดยจะเริ่มต้นจากข้าราชการพลเรือนก่อน หากเป็นประโยชน์จะขยายไปใช้ในหน่วยงานอื่นๆ เช่น ท้องถิ่น องค์การมหาชน ส่วนทหารและตำรวจ ปัจจุบันมีการดำเนินการอยู่แล้ว

นอกจากนี้ ปกรณ์ยังกล่าวถึงกรณีที่ ชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ระบุถึงปัญหาการยุบตำแหน่งเล็กไปเพิ่มเป็นตำแหน่งสูง จนทำให้ตำแหน่งระดับปฏิบัติการหายหมด โดยยอมรับว่าบางหน่วยงานมีแต่ชำนาญการพิเศษ แต่ไม่มีระดับปฏิบัติการ ซึ่งเรื่องนี้ต้องปรับให้เหมาะสม

สำหรับกรอบตัวเลขและหลักเกณฑ์อายุของผู้เข้าร่วมโครงการ ปกรณ์ ระบุว่า จากเดิมที่กำหนดเกณฑ์ว่าต้องมีอายุราชการเหลือไม่น้อยกว่า 2 ปี หรืออายุ 55 ปีขึ้นไป หากพิจารณาจากทักษะการเปลี่ยนความสามารถ อายุ 50 ปีอาจจะยาก แต่หากเป็นอายุ 40 ปี จะสามารถรีสกิลตัวเองได้ จึงมองว่าไม่ควรปิดกั้นเรื่องอายุว่าต้องเท่าไหร่ ใครจะขอก่อนขอหลังก็ได้ พร้อมยืนยันว่าจะไม่มีการบังคับ แต่จะใช้สิ่งจูงใจและการอัปสกิล-รีสกิลเป็นตัวนำ โดยตั้งเป้าให้ทันปีงบประมาณ 2570 พร้อมกล่าวติดตลกว่า “ลูกค้าเยอะ”

ส่วนแนวคิดการปรับระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ ปกรณ์ เปิดเผยว่าจะเปลี่ยนมาใช้เป็นระบบประกันสุขภาพเข้ามาแทน เนื่องจากสามารถควบคุมวงเงินงบประมาณในแต่ละปีได้ชัดเจน และเป็นการส่งเสริมธุรกิจประกันภัยภายในประเทศ เกื้อหนุนระบบเศรษฐกิจโดยรวม รวมถึงผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของ กบข. และกรมบัญชีกลาง รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ที่จะเข้ามาดูแลเรื่องสุขภาพเพื่อนำมาทดแทนระบบรักษาพยาบาลเดิม

สำหรับสิทธิการรักษาพยาบาลของบุคคลในครอบครัวข้าราชการ ยืนยันว่าขอคงไว้ก่อนเนื่องจากยังไม่ได้คุยรายละเอียด โดยระบบประกันสุขภาพนี้จะเริ่มต้นใช้กับข้าราชการที่เข้ามาบรรจุใหม่ ส่วนข้าราชการเดิมจะเปิดเป็นทางเลือกให้สามารถเลือกได้ตามความสมัครใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...