โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯ ยัน ผลสอบทุจริตสอบท้องถิ่น ไร้ซูเอี๋ย เผย ตั้งกรรมการ ลุยคู่ขนานกรอบใหญ่ 30 วัน

The Reporters

อัพเดต 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายกฯ ยัน ผลสอบทุจริตสอบท้องถิ่น ไร้ซูเอี๋ย เผย ตั้งกรรมการหลายหน่วยลุยคู่ขนานกรอบใหญ่ 30 วัน ชี้ ปลัด มท. ลงนามตั้งสอบวินัยร้ายแรง 5 ข้าราชการ สถ. แล้ว ปัดเปิดชื่อ เหตุ เป็นชั้นความลับเปิดเผยไม่ได้

วันนี้ (6 ก.ค. 69) เวลา 16.20 น.ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ที่มีการลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการสอบทุจริตสอบท้องถิ่นว่าในส่วนของสำนักนายกฯ ก็ได้แต่งตั้งนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริง ขณะที่กระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ก็ได้ส่งรายงานผลเรื่องการดำเนินการสอบสวนวินัยร้ายแรงข้าราชการที่อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้อง รวมถึงกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้มารายงานในส่วนของตนว่าทำอะไรไปแล้วบ้าง และรวมถึงสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)

“มันตลกดีนะ ความผิดยังต้องแยกย่อย เพราะแต่ละความผิดก็จะมีแต่ละหน่วยงานของราชการที่จะไปดำเนินการสอบสวนหาข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินคดีต่อไป ก็ดีเหมือนกัน อย่างที่ตนเคยบอก ทุกหน่วยงานทำตามขอบเขตอำนาจและหน้าที่ของเขา คู่ขนานกันไป สุดท้ายอย่างไรก็ตามข้อมูลทั้งหลายก็ต้องมาบรรจบที่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งจะทำให้มีข้อมูลที่แน่นขึ้นและทำให้เกิดความมั่นใจได้ว่าไม่มีการวิ่งเต้นหรือช่วยเหลือซูเอี๋ยกันอย่างแน่นอน เพราะเราใช้แต่ละหน่วยงานที่เป็นหน่วยงานปราบปรามในการดำเนินคดี” นายกรัฐมนตรีกล่าว

เมื่อถามว่าแต่ละหน่วยงานที่มีการรายงานมาพบผู้กระทำความผิดมีรายชื่อซ้ำกันหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าเรื่องนี้ตีตราลับมาก ฉะนั้นตนก็ต้องรักษาความลับ เพียงแต่บอกได้ว่าตั้งคณะกรรมการตามลำดับชั้น ให้ดำเนินการในเรื่องนี้อย่างเด็ดขาดและรวดเร็วและต้องมีความโปร่งใส

ส่วนกระทรวงมหาดไทยมีผู้ที่กระทำความผิดกี่คน นายกรัฐมนตรีตอบเพียงว่า “ก็บอกไปแล้วว่าตีตราลับมาก”

เมื่อถามว่าขณะนี้ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้เซ็นแต่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงแล้วหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าปลัดกระทรวงได้มารายงานว่าได้มีการลงนามคำสั่งสอบสวนวินัยร้ายแรงไปแล้วในช่วงบ่ายวันนี้

เมื่อถามว่าเมื่อผลการสอบสวนของแต่ละหน่วยงาน สอบสวนแล้วเสร็จจะต้องส่งให้คณะกรรมการชุดของนายปกรณ์ เพื่อรับบทลงโทษใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าคณะกรรมการของนายปกรณ์ทำหน้าที่ในนามสำนักนายกรัฐมนตรี และไม่สามารถดำเนินคดีเองได้ เพราะไม่ใช่เจ้าพนักงาน แต่ทำหน้าที่ในฐานะที่เป็นตัวแทนสำนักนายกรัฐมนตรี เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่อุกอาจ เหิมเกริม และเป็นที่สนใจของสังคม ฉะนั้นต้องมีคนคอยกำกับดูแลด้านบน ซึ่งคณะกรรมการจะเป็นหัวหน้าส่วนราชการ เช่นเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาฯ ป.ป.ท. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อัยการสูงสุด

เมื่อถามว่าจะต้องให้ผู้ที่ถูกสอบวินัยร้ายแรงออกจากราชการไว้ก่อนเหมือนกรณีอื่น ๆ ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่ามันต้องมีขั้นตอน ซึ่งขณะนี้เราเริ่มแล้ว บางคนก็มีการเรียกมาให้มาช่วยราชการเพื่อขาดจากตำแหน่งเดิม ซึ่งต้องยึดตามหลักกฎหมาย ด้วยหลักฐานที่มีอยู่ ตรงไหนที่มีความชัดเจนก็ดำเนินการอย่างเด็ดขาดได้ ตรงไหนที่จะต้องใช้การสืบสวนสอบสวน สอบพยานหรืออะไรก็แล้วแต่ก็จะมีแต่ละช่องแต่ละซอยที่จะต้องไปดำเนินการ แต่ทุกอย่างกำลังดำเนินการคู่ขนานกันไป ฉะนั้นจะเป็นการขับเคลื่อนในทุกหน่วยงาน โดยธรรมชาติก็มีการแข่งขันกันเองเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

ส่วนผลการสอบสวนในคณะกรรมการของนายปกรณ์ จะนำไปสู่การดำเนินการอย่างไรต่อไป นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าผลการสอบ ถ้าพลาดไปโดนใครก็ต้องเป็นไปตามกฎหมาย พร้อมกับขอให้ลองนึกดูว่าหากมองดูก็จะเห็นว่าเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย มีการจ่ายสินบนและให้ค่าตอบแทนในการดำเนินการต่าง ๆ ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงผลคะแนน ซึ่งล้วนแล้วแต่จะต้องนำมาเป็นสารตั้งต้นในการนำไปสู่การสอบสวน ซึ่งทุกรูปคดีที่ผิดกฎหมายเริ่มจากตรงนี้ทั้งนั้น เราก็ต้องยอมรับกฎหมาย ไม่อย่างนั้นก็จะเป็นกฎหมู่ ถ้าทำตามอำเภอใจได้ก็จะเกิดอีกปัญหาหนึ่งตามมา ฉะนั้นเราจะต้องทำตามกฎหมายให้มากที่สุด

เมื่อถามว่าได้มีการวางกรอบระยะเวลาการสอบวินัยร้ายแรงไว้แล้วหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าเป็นอำนาจของปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าส่วนราชการในการวางกรอบและให้นโยบาย

ส่วนการดำเนินการสอบวินัยร้ายแรงจะเทียบเคียงได้กับคณะสอบสวนชุดนายปกรณ์ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าอย่างที่ตนบอกสมมติว่า ป.ป.ช. ทำได้เร็วกว่าหน่วยงานอื่น หน่วยงานอื่นโดยธรรมชาติก็ต้องแข่งกันทำ

เมื่อถามว่าที่นายกรัฐมนตรีระบุว่าเป็นพฤติการณ์ที่อุกอาจ ได้วางกรอบในการสอบสวนไว้หรือไม่ว่าจะให้จบเมื่อใด นายกรัฐมนตรีกล่าวว่ากรอบมันดีอยู่แล้ว แต่ที่มีปัญหาออกมา ฝีแตกเพราะว่ากรอบถูกล้อมไว้หมด แต่กลับไปแหกกรอบ

นายกรัฐมนตรีระบุอีกว่าเรื่องกรอบเวลาเร่งอยู่แล้ว ในเบื้องต้นคณะกรรมการชุดใหญ่จะมีการสอบสวนใน 30 วัน ส่วนชุดเล็กก็ตามเนื้อหา ไม่นาน เพราะเป็นที่สนใจและต้องตอบสังคมให้ได้ ฉะนั้นก็คงไม่มีอะไรที่ต้องกังวล ก็ทำเต็มที่ ซึ่งตนได้เชิญหัวหน้าส่วนราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดี มาให้ความมั่นใจว่ารัฐบาลเราพร้อมที่จะให้การสนับสนุนการดำเนินการของเขาในทุกรูปแบบโดยไม่ต้องเกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม หรือหน้าใครที่ไหน

อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้าราชการทั้ง 5 คนจะต้องถูกให้ขาดออกจากตำแหน่งเดิม โดยให้สังกัดยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยทั้ง 5 รายชื่อประกอบไปด้วยนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดี สถ. นายธนนท์ พรรพีภาส รองอธิบดี สถ. นายพิชิต ทั่งพรม อดีตผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี, นางสาวบุรณี แพรโรจน์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานสรรหาและเลือกสรรบุคคลส่วนท้องถิ่น และนาย ป ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...