โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯ ตั้งบอร์ดสอบทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ขีดเส้นสรุปผลใน 30 วัน รายงานความคืบหน้าทุก 10 วัน

THE STANDARD

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
นายกฯ ตั้งบอร์ดสอบทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ขีดเส้นสรุปผลใน 30 วัน รายงานความคืบหน้าทุก 10 วัน

วันนี้ (6 กรกฎาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 263/2569 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 11 (6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534

ตามเนื้อหาคำสั่งระบุว่า การตั้งคณะกรรมการดังกล่าวสืบเนื่องจากปรากฏข่าวสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นและจับกุมผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 หลังได้รับการร้องเรียนว่ามีกลุ่มบุคคลและติวเตอร์บางกลุ่มแอบอ้างว่าสามารถช่วยเหลือผู้สมัครสอบให้ผ่านการคัดเลือกและเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นได้ โดยมีการเรียกรับเงินจากผู้เข้าสอบ

จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบพยานหลักฐานเกี่ยวกับการแก้ไขสำเนากระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบ เพื่อปรับคะแนนให้ตรงกับรายชื่อของผู้สอบแข่งขันได้ อันเป็นกรณีที่มีมูลเหตุอันควรเชื่อได้ว่าอาจมีข้าราชการ ผู้รับจ้างในการจัดสอบ รวมถึงบุคคลอื่นร่วมกันกระทำทุจริตแก้ไขคะแนนเป็นขบวนการ ซึ่งส่งผลกระทบต่อหน่วยงานของรัฐ ผู้เข้าสอบแข่งขัน และความเชื่อมั่นในระบบราชการ จึงจำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก

คำสั่งดังกล่าวได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายฯ ประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน 12 ตำแหน่ง ดังนี้

  • รองนายกรัฐมนตรี (ปกรณ์ นิลประพันธ์) ประธานกรรมการ
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กรรมการ
  • ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กรรมการ
  • เลขาธิการ ก.พ.ร. กรรมการ
  • เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กรรมการ
  • เลขาธิการคณะรัฐมนตรี กรรมการ
  • เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กรรมการ
  • เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรรมการ
  • ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กรรมการ
  • อัยการสูงสุด กรรมการ
  • เลขาธิการ ก.พ. กรรมการและเลขานุการ
  • เจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.พ. ซึ่งเลขาธิการ ก.พ. มอบหมาย จำนวน 2 คน กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

ทั้งนี้ คำสั่งกำหนดหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ดังนี้

  • ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย และจัดทำรายงานเสนอต่อนายกรัฐมนตรีภายใน 30 วัน นับแต่วันที่คำสั่งมีผลใช้บังคับ
  • ให้รายงานความคืบหน้าการดำเนินการต่อนายกรัฐมนตรีทุก 10 วัน
  • ให้เสนอแนะมาตรการและข้อเสนอในการแก้ไขหรือเพิ่มเติมกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตในการสอบบรรจุเข้ารับราชการหรือบรรจุในหน่วยงานของรัฐ
  • มีอำนาจเชิญเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือหน่วยงานของรัฐมาชี้แจงข้อเท็จจริง ให้ความเห็น หรือส่งเอกสารหลักฐาน รวมถึงเชิญบุคคลภายนอกหรือผู้เชี่ยวชาญมาให้ความเห็นประกอบการพิจารณา
  • สามารถแต่งตั้งคณะทำงานย่อยตามความจำเป็น เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย และให้เบิกจ่ายงบประมาณตามระเบียบของทางราชการจากสำนักงาน ก.พ.
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...