Hada Labo ปลุก “น้ำตบ” ให้กลับมาเป็นไวรัลอีกครั้ง พร้อมสร้างปรากฏการณ์ “น้ำตบผิวดื่มแสง” ที่ GEN Z พูดถึงทั่วโซเชียล
ถ้าย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน “น้ำตบ” เคยเป็นหนึ่งในสกินแคร์ที่สร้างกระแสอย่างมากในกลุ่มผู้บริโภคยุค GEN Y แต่วันนี้ Hada Laboกำลังพา “น้ำตบ” กลับมาอยู่ใน SKIN ROUTINE ของคนรุ่นใหม่อีกครั้ง ผ่านการเปิดตัว “น้ำตบผิวดื่มแสง” ที่กำลังกลายเป็นไวรัลในกลุ่ม GEN Z
สิ่งที่ทำให้เป็นไวรัลนั้น ไม่ใช่แค่เพราะชื่อ “น้ำตบผิวดื่มแสง” ที่สะดุดหู แต่คือการที่ Hada Labo เข้าใจอินไซต์ของคนรุ่นใหม่ ที่วันนี้ไม่ได้มองหาแค่สกินแคร์ Brightening แบบเดิม ๆ อีกต่อไป เพราะสิ่งที่ผู้บริโภคอยากเห็นจริง ๆ คือผลลัพธ์ว่าผิวแลดูไบร์ทขึ้น เล่นแสงขึ้น และเปล่งประกายแบบเห็นความเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าได้จริงในชีวิตประจำวัน
Hada Labo จึงหยิบอินไซต์นี้มาสื่อสารผ่านคอนเซ็ปต์ “ผิวดื่มแสง” ที่ทำให้ภาพของผิวไบร์ทกลายเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายและเห็นภาพทันที พร้อมกล้าพูดถึงผลลัพธ์ว่า “ไบร์ทขึ้น 1 เฉด ใน 1 สัปดาห์” จนเกิดเป็นกระแสรีวิวจากผู้ใช้จริงและคอนเทนต์บนโซเชียลจำนวนมาก ที่ช่วยตอกย้ำว่า “น้ำตบผิวดื่มแสง” ไม่ได้เป็นแค่ไวรัลจากชื่อเรียก แต่เป็นสกินแคร์ที่หลายคนสัมผัสความเปลี่ยนแปลงบนผิวได้จริง
[ เมื่อ “น้ำตบผิวดื่มแสง” ถูกต่อยอดสู่ Immersive Exhibition สุดไวรัล ]
ความน่าสนใจของการต่อยอดผลิตภัณฑ์นี้ คือการที่ Hada Labo ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเล่าผลลัพธ์ของการใช้ แต่เลือกทำให้คนรู้สึกร่วมไปด้วย โดยการผสานกับงานศิลปะในคอนเซปต์ “หน้าดื่มแสง” ในสถานที่สุดไวรัลของชาว GEN Z อย่าง ย่านตลาดน้อย ในงาน Hada Labo Skin Drink Experience Bar
ในงานมีอินฟลูเอนเซอร์สายบิวตี้มาเป็น Human Ad เดินโชว์ผิวให้เห็นกันแบบใกล้ ๆ ไปจนถึงการเนรมิตอาคารเก่านับร้อยปีให้กลายเป็น “Immersive Exhibition” สุดล้ำ ที่ทำให้คนไม่ได้แค่มาดูงาน แต่ตั้งใจมาเช็กอิน ถ่ายรูป และแชร์ต่อบนโซเชียล
งานนี้ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่า Exhibition ทั่วไป แต่เป็น “Skin Drink Experience Bar” ที่พาคนเข้าไปสัมผัสประสบการณ์หน้าดื่มแสง ผ่าน Digital & Installation Art ที่ตีความเรื่อง “การเติมแสงให้ผิว” ออกมาในรูปแบบ Immersive Experience
ตั้งแต่โซนแสง สี ไปจนถึงมุมถ่ายรูปต่าง ๆ ถูกออกแบบมาให้กลายเป็น Photogenic Spot ที่ตอบโจทย์ทั้งสายบิวตี้และสายคอนเทนต์ จนหลายคนยกให้เป็นอีกหนึ่งงานที่ “ถ่ายรูปขึ้นทุกมุม” เหมือนเราหลุดเข้าไปอยู่ในจุดกำเนิดแสง แถมยังได้รับ Hada Labo น้ำตบหน้าดื่มแสง ให้หน้าเรากลับไปดื่มแสงได้แบบฟรี ๆ
ความน่าสนใจยังไม่หมดเพียงเท่านั้น ภายในงานยังมีทั้งกิจกรรม Workshop จาก Beauty Guru ที่มาชวนคุยเรื่องการดูแลผิว และมาเล่าให้ฟังว่า “น้ำตบผิวดื่มแสง” ทำงานกับผิวอย่างไรบ้าง ถ้าหน้าของเราดื่มแสงจะเป็นแบบไหน รวมถึงการหยิบไอเทมนี้เข้าไปอยู่ใน Daily Skin Routine ของคนรุ่นใหม่
อีกหนึ่งจุดที่ทำให้ผลิตภัณฑ์นี้แตกต่าง คือการใช้นวัตกรรมกระจ่างแสง WhiTEQ Formulaซึมไว ซึมลึก 5 ชั้นผิว เหมือนผิวหน้าได้ดื่มแสงลงไป ลดการสร้างเม็ดสีที่เป็นปัญหาของผิวที่หมองคล้ำ จุดด่างดำ ฝ้า และกระ ได้อย่างตรงจุด พร้อมเติมความชุ่มชื้นด้วย HYA ทำให้หน้ากระจ่างแสง เหมือนได้ดื่มแสงเข้าไปในผิวหน้า
สิ่งที่ทำให้ Hada Labo Skin Drink Experience Bar แตกต่างจากงานเปิดตัวทั่วไป คือการเปลี่ยน “การทดลองสกินแคร์” ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่คนอยากเข้าไปสัมผัสจริง จนทำให้แคมเปญนี้ไม่ได้เป็นเพียงอีเวนต์ระยะสั้น แต่กลายเป็น Beauty Phenomenon ที่ทั้งสร้างกระแสบนโซเชียล และทำให้ผู้คนอยากพิสูจน์ผลลัพธ์ด้วยตัวเองจริง ๆ พร้อมชวนให้หลายคนอยากเปิดใจลองใช้ “น้ำตบผิวดื่มแสง” เพื่อสัมผัสฟีลผิวไบร์ทเล่นแสงแบบที่กำลังถูกพูดถึงไปทั่วโลกออนไลน์ จนค่อย ๆ กลายเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่หลายคนเริ่มมองว่าเป็นสกินแคร์ที่อยากมีอยู่ใน Daily Skin Routine ทุกวันแบบขาดไม่ได้