โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจาะผลประชามติ #8กุมภากาเห็นชอบ เสียงรัฐธรรมนูญใหม่ชนะทั้ง 6 ภาค

iLaw

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • iLaw

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 เครือข่ายภาคประชาชนยกขบวนยื่นหนังสือเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยผลคะแนนออกเสียงประชามติในคำถามว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 และหลังจากยื่นหนังสือไป 10 วัน กกต. ก็ได้นำเว็บไซต์รายงานผลคะแนนแบบ Dashboard กลับมารายงานโดยปรากฏผลคะแนนแบบ 100% ทั้งในการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติให้ได้เป็นครั้งแรก นับเป็นเวลา 99 วันนับจากวันเข้าคูหา

ก่อนหน้านี้ราวหนึ่งเดือนหลังการออกเสียงประชามติ กกต.ได้ประกาศผลประชามติอย่างเป็นทางการแล้วว่าประชาชนคิดเห็นอย่างไรกับการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ แต่ไม่มีการเปิดเผยข้อมูลรายเขต โดยจากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 52,933,610 คน มีผู้มาใช้สิทธิออกเสียงประชามติ 36,870,266 คน หรือคิดเป็น 69.65% และมีผลประชามติ ดังนี้

  • เห็นชอบ 21,621,638 เสียง

  • ไม่เห็นชอบ 11,241,653 เสียง

  • ไม่แสดงความเห็น 3,074,330 เสียง

  • บัตรเสีย 932,852 ใบ

การทำประชามติในคำถามว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” จึงได้ข้อยุติว่าประชาชนเห็นว่าประเทศไทยสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อมาแทนที่รัฐธรรมนูญ 2560 ที่ถูกร่างและประกาศใช้ในยุคเผด็จการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

พระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ 2564 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 2 มาตรา 13 ระบุว่าการหาข้อยุติว่าการทำประชามติในครั้งนั้นจะใช้ระบบ “เสียงข้างมาก” โดยต้องสูงกว่าเสียงไม่แสดงความคิดเห็น ทำให้นอกจากการพิจาารณาเสียงเห็นชอบและเสียงไม่เห็นชอบแล้ว เสียงไม่แสดงความคิดเห็นก็มีผลต่อการหาข้อยุติของการทำประชามติด้วย ในบทความนี้จึงแสดงตัวเลขที่คำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์จากจำนวนบัตรดีทั้งหมด และแบ่งตามสัดส่วนของเสียงเห็นชอบ เสียงไม่เห็นชอบ และเสียงไม่แสดงความคิดเห็น

ทั้งนี้ผลคะแนนรายเขตที่ กกต. ประกาศใน Dashboard ยังไม่ใช่ตัวเลขที่แสดงถึงเสียงของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตนั้นอย่างครบถ้วน เนื่องจากว่าคะแนนของประชาชนที่ใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตจังหวัด จะถูกนับ ณ สถานที่ที่ไปออกเสียงประชามติและถูกรายงานรวมอยู่ในเขตเลือกตั้งที่ไปออกเสียงนั้น ไม่ได้ส่งกลับไปนับยังภูมิลำเนาของผู้ใช้สิทธิออกเสียงจริงๆ ตัวอย่างเช่น นายก. ชาวอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งที่เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร เมื่อใช้สิทธิที่เขตบางซื่อ บัตรใบนั้นก็จะถูกนับที่เขตบางซื่อ และผลรวมคะแนนนายก. ก็จะรวมอยู่ในคะแนนของเขตบางซื่อ ไม่ใช่อำเภอหาดใหญ่

ดังนั้น หากเราพิจารณาผลคะแนนประชามติของจังหวัดกรุงเทพมหานคร ผลคะแนนที่ปรากฏใน Dashboard จะเป็นเสียงของผู้ที่ใช้สิทธิในพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้งหมด ซึ่งรวมทั้งผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีทะเบียนบ้านอยู่ในกรุงเทพมหานคร และผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีทะเบียนบ้านอยู่นอกกรุงเทพมหานครแต่ขอใช้สิทธิที่นี่ด้วย ซึ่งจำนวนเสียงของคนที่ใช้สิทธินอกเขตทำให้คะแนนถูกนับนอกเขต มีมากกว่า 1.5 ล้านคน

เสียงอยากเปลี่ยนทะลุ 21.6 ล้าน ภาพรวม “เขียว” ทั้ง 6 ภาค

ข้อมูลจาก Dashboard แสดงให้เห็นว่าในภาพรวมแล้วหากแบ่งประเทศไทยออกเป็น 6 ภาค ได้แก่ ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และรวมคะแนนของทุกจังหวัดในภูมิภาคเข้าด้วยกัน จะพบผลลัพธ์ว่า เสียงข้างมากของประชาชนคนไทยเห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญใหม่มากกว่าเสียงไม่เห็นชอบ “ทุกภาค”

ภาค จำนวนจังหวัด/เขต เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ ไม่แสดงความคิดเห็น ส่วนต่างเห็นชอบ/ไม่เห็นชอบ กลาง 22 จังหวัด
123 เขต 7,461,974
(63.18%) 3,413,365
(28.90%) 934,477
(7.91%) เห็นชอบ
+4,048,609 (34.28%) เหนือ 9 จังหวัด
37 เขต 2,376,677
(68.55%) 809,688
(23.35%) 280,723
(8.10%) เห็นชอบ
+1,566,989 (45.20%) ใต้ 14 จังหวัด
59 เขต 2,428,690
(46.64%) 2,320,226
(44.56%) 458,234
(8.80%) เห็นชอบ
+108,464
(2.08%) ตะวันออก 7 จังหวัด
29 เขต 1,690,497
(60.35%) 854,831
(30.52%) 255,613
(9.13%) เห็นชอบ
+835,666
(29.84%) ตะวันตก 5 จังหวัด
19 เขต 1,016,323
(55.06%) 624,828
(33.85%) 204,629
(11.09%) เห็นชอบ
+391,495
(21.21%) ตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด
133 เขต 6,577,246
(61.34%) 3,207,073
(29.91%) 937,882
(8.75%) เห็นชอบ
+3,370,173 (31.43%) นอกราชอาณาจักร รวมทุกประเทศ 70,231
(82.97%) 11,642
(13.75%) 2,772
(3.27%) เห็นชอบ
+58,589
(69.22%) รวม 400 + 1 เขต 21,621,638
(60.16%) 11,241,653
(31.26%) 3,074,330
(8.55%) เห็นชอบ
+10,379,985
(28.88%)

จากตารางข้างต้นจะเห็นว่าสัดส่วนของเสียงเห็นชอบ “มากกว่า” เสียงไม่เห็นชอบในทุกภาค รวมถึงหน่วยที่ใช้สิทธิออกเสียงนอกราชอาณาจักรด้วย โดยจำนวนเปอร์เซ็นต์ดังกล่าวคำนวณจากจำนวนบัตรดี ซึ่งคือเสียงเห็นชอบ + เสียงไม่เห็นชอบ + เสียงไม่แสดงความคิดเห็น ทำให้เห็นว่าภาคเหนือมีสัดส่วนเสียงเห็นชอบสูงสุด โดยเสียงเห็นชอบมากกว่าเสียงไม่เห็นชอบอยู่ที่ +1,566,989 เสียง หรือมากกว่าเสียงไม่เห็นชอบและเสียงไม่แสดงความคิดเห็น 45.20%

ขณะที่ในภาพรวมภาคใต้ถือว่าเป็นภาคที่สูสีที่สุด และเมื่อเจาะลึกลงไปรายจังหวัดจะเห็นว่าเสียงไม่เห็นชอบกระจุกรวมตัวกันอยู่ที่ภาคใต้ตอนบน ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เสียงเห็นชอบสูงกว่ามากขณะที่จังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้ เช่น สงขลา กระบี่ ภูเก็ต หลายเขตเลือกตั้งเสียงเห็นชอบก็ยังเยอะกว่า นอกจากภาคใต้แล้วมีเพียง 3 เขตเลือกตั้งเท่านั้นที่เสียงไม่เห็นชอบมากกว่าเสียงเห็นชอบ ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ เขต 3 และบุรีรัมย์ เขต 3 และ เขต 10 ขณะที่เสียงเห็นชอบกระจายตัวทั่วประเทศ

โดยหากเจาะดูผลคะแนนในระดับจังหวัดแล้ว จะเห็นว่า 5 อันดับแรกของจังหวัดที่มีสัดส่วนเสียงเห็นชอบสูงสุดเป็นจังหวัดที่อยู่ “เหนือสุด” และ “ใต้สุด” ดังนี้

Top 5 จังหวัดที่มีสัดส่วนเสียงเห็นชอบสูงสุด

อันดับ จังหวัด เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ ไม่แสดงความคิดเห็น 1 เชียงใหม่ 736,450
(72.17%) 206,269
(20.21%) 77,663
(7.61%) 2 ปัตตานี 251,490
(70.18%) 82,708
(23.08%) 24,152
(6.74%) 3 เชียงราย 455,193
(70.02%) 142,089
(21.86%) 52,848
(8.12%) 4 นราธิวาส 278,461
(68.84%) 98,044
(24.24%) 27,999
(6.92%) 5 ลำพูน 177,175
(68.72%) 56,853
(22.05%) 23,791
(9.23%)

ตารางข้างต้นนี้ไม่ได้นับรวมการออกเสียงในหน่วยประชามตินอกราชอาณาจักรที่เมื่อนับรวมเข้าทุกประเทศแล้วจะแซงเชียงใหม่โดยมีอัตราเสียงเห็นชอบสูงที่สุด อยู่ที่ 70,231 (82.97%) เสียง ไม่เห็นชอบ 11,642 (13.75%) เสียง ไม่แสดงความคิดเห็น 2,772 (3.27%) เสียง

แม้ว่าภาคเหนือจะมีสัดส่วนเสียงเห็นชอบสูงสุด แต่เมื่อเรียงคะแนนเพียงเฉพาะเสียงเห็นชอบเพียงอย่างเดียวทั้งประเทศแล้ว ภาคกลางมีจำนวนเสียงเห็นชอบคือ 7,461,974 เสียง หรือคิดเป็น 34.51% ของจำนวนเสียงเห็นชอบทั้งหมด ส่วนภาคอื่นมีสัดส่วนคะแนนเสียงเห็นชอบ ดังนี้

เรียงลำดับเฉพาะเสียงเห็นชอบ ภาคกลางสูงสุด ต่ำสุดที่ภาคตะวันตก

อันดับ ภาค จำนวนเสียงเห็นชอบ อัตราส่วนจากเสียงเห็นชอบทั้งหมด 1 กลาง 7,461,974 34.51% 2 ตะวันออกเฉียงเหนือ 6,577,246 30.42% 3 ใต้ 2,428,690 11.23% 4 เหนือ 2,376,677 10.99% 5 ตะวันออก 1,690,497 7.82% 6 ตะวันตก 1,016,323 4.70%

ฐานเสียงเห็นชอบหลักเมื่อพิจารณาเป็นภาคจะถือได้ว่า ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือฐานที่มั่นในระดับภาคที่ยึดสัดส่วนเสียงเห็นชอบทั้งหมดไปถึง 64.93 % หรือราว 2 ใน 3 ของเสียงเห็นชอบทั้งหมดในประเทศ

และเมื่อเจาะไปที่เสียงเห็นชอบในภาคกลางที่สูงถึง 7,461,974 เสียง พบว่ากรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ที่มีเสียงเห็นชอบสูงที่สุดในประเทศอีกด้วย โดยอยู่ที่ 2,354,809 เสียง ซึ่งคือ 1 ใน 3 ของเสียงเห็นชอบทั้งหมดของภาคกลาง ทิ้งห่างอันดับ 2 คือนครราชสีมาซึ่งอยู่ที่ 822,668 เสียง

กรุงเทพมหานคร เห็นชอบปักหลัก 2.3 ล้าน เท่าภาคเหนือทั้งภาค

กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงที่มีจำนวนประชากรสูงที่สุด จึงเป็นพื้นที่ที่มีเสียงเห็นชอบสูงที่สุดในประเทศ มี เสียงไม่เห็นชอบและเสียงไม่แสดงความคิดเห็น สูงที่สุดด้วยเช่นกัน โดยทิ้งห่างจังหวัดที่มีประชากรมากเป็นอันดับสองของประเทศอย่าง นครราชสีมา ไปไกล

จังหวัด จำนวนเขต เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ ไม่แสดงความคิดเห็น ส่วนต่าง กรุงเทพมหานคร 33 2,354,809
(68.44%) 922,056
(26.80%) 163,994
(4.77%) เห็นชอบ
+1,432,753
(41.64%) นครราชสีมา 16 822,668
(59.32%) 427,091
(30.80%) 137,109
(9.89%) เห็นชอบ
+395,577
(28.52%)

นอกจากเสียงเห็นชอบจากกรุงเทพมหานครจะเป็น 1 ใน 3 ของเสียงเห็นชอบทั้งหมดในภาคกลางแล้ว เสียงเห็นชอบจากกรุงเทพมหานครเพียงพื้นที่เดียวก็เท่ากับราว 10.89% ของเสียงเห็นชอบทั้งประเทศอีกด้วย ซึ่งจำนวนเสียงเห็นชอบจากกรุงเทพมหานคร 2.3 ล้าน มีจำนวนเสียงไล่เลี่ยกับภาคใต้ 2.4 ล้าน และภาคเหนือ 2.3 ล้าน ทั้งภาค

หมายเหตุ : บนหน้าเว็บไซต์ Dashboard ของกกต. มีการนำเอาผลคะแนนประชามติจากการออกเสียงนอกราชอาณาจักรรวมเข้าไปในกรุงเทพมหานคร จึงทำให้คะแนนประชามติของกรุงเทพมหานครมากกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิในจังหวัดนี้จริงๆ

Top 10 จังหวัดหัวเมืองใหญ่เห็นชอบ รวมกัน 35.97% ของเสียงเห็นชอบทั้งหมด

จากผลประชามติทำให้เห็นว่า เสียงเห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญใหม่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ ขณะเดียวกันก็กระจุกตัวตามสัดส่วนประชากรในจังหวัดนั้นๆ 10 อันดับแรกของจังหวัดที่มีเสียงเห็นชอบมากที่สุดก็ล้วนเป็นจังหวัดหัวเมืองใหญ่ และเขตปริมณฑลที่มีประชากรหนาแน่น โดยเมื่อรวมเสียงเห็นชอบของ 10 จังหวัดนี้ จะเท่ากับ 7,776,484 เสียง หรือราว 35.97% ของเสียงเห็นชอบทั้งประเทศ

อันดับ จังหวัด เห็นชอบ สัดส่วนจากเสียงเห็นชอบทั้งประเทศ 1 กรุงเทพมหานคร 2,354,809 10.89% 2 นครราชสีมา 822,668 3.80% 3 เชียงใหม่ 736,450 3.41% 4 ขอนแก่น 621,106 2.87% 5 ชลบุรี 608,169 2.81% 6 สมุทรปราการ 554,484 2.56% 7 ปทุมธานี 536,527 2.48% 8 นนทบุรี 529,615 2.45% 9 อุบลราชธานี 524,808 2.43% 10 อุดรธานี 487,848 2.26% รวม 7,776,484 35.97%

ส่องฐานหลักของเสียงไม่เห็นชอบ กระจุกอยู่ภาคใต้

ภาคใต้เป็นภาคที่มีสัดส่วนเสียงเห็นชอบอยู่น้อยที่สุดคือ 2,428,690 เสียงหรือ 46.64% ขณะที่เสียงไม่เห็นชอบอยู่ที่ 2,320,226 หรือ 44.56% มีส่วนต่างเพียง 2.08% หรือ 108,464 เสียง ในขณะที่ภาคอื่นๆ สัดส่วนของส่วนต่างที่เสียงเห็นชอบมากกว่าเสียงไม่เห็นชอบอยู่ที่ราว 21.21 - 45.20 % และภาคใต้เป็นภาคที่มีจังหวัดที่ รวมคะแนนแล้วมีเสียงไม่เห็นชอบอยู่จำนวนมาก โดยมีหลายจังหวัดที่ทุกเขตเลือกตั้งเสียงไม่เห็นชอบสูงกว่าทั้งจังหวัด

แม้ผลคะแนนในภาพรวมภาคใต้จะเห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญใหม่ แต่เมื่อพิจารณาผลคะแนนรายจังหวัดแล้ว พบว่า

  • มีเพียง 5 จังหวัดเท่านั้นที่เสียงเห็นชอบชนะ คือ สตูล ภูเก็ต ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส

  • ส่วนอีก 9 จังหวัดที่เสียงไม่เห็นชอบนำเสียงเห็นชอบ คือ สงขลา กระบี่ พังงา ตรัง พัทลุง สุราษฎร์ธานี ระนอง นครศรีธรรมราช และชุมพร

จากข้อมูลอาจอธิบายได้ว่าภาคใต้เป็นภาคที่มีความหลากหลายของผลคะแนนมากที่สุด อาจแบ่งตามลักษณะทางภูมิศาสตร์ได้ว่า ภาคใต้ตอนบนคือฐานเสียงของคนที่ยังอยากให้ใช้รัฐธรรมนูญ 2560 ต่อไป ส่วนภาคใต้ตอนล่างโดยเฉพาะพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นฐานที่มั่นของคนอยากเปลี่ยนรัฐธรรมนูญ และภาคใต้ตอนกลางโดยเฉพาะสงขลาและกระบี่เป็นพื้นที่เสียงแตก แม้เสียงไม่เห็นชอบจะเยอะกว่า แต่ก็มีบางเขตที่สูสี

เมื่อแบ่งจังหวัดในภาคใต้ออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มไม่เห็นชอบชนะทุกเขต กลุ่มเห็นชอบชนะทุกเขต และกลุ่มผสมทั้งเห็นชอบและไม่เห็นชอบ ได้ผลดังนี้

กลุ่มใต้ปลายด้ามขวาน + เกาะภูเก็ต ฐานที่มั่นเสียงอยากเปลี่ยน

จังหวัดในฝั่งใต้สุดติดชายแดนประเทศมาเลเซีย ได้แก่ ปัตตานี นราธิวาส ยะลา สตูล และจังหวัดที่เป็นเกาะอย่าง ภูเก็ต มีเสียงเห็นชอบชนะเสียงไม่เห็นชอบทุกเขตเลือกตั้ง โดยในฝั่ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีเสียงอยากเปลี่ยนนำเด่นสูงที่สุด ขณะที่สตูล แม้เสียงเห็นชอบจะชนะ แต่ก็มีอัตราส่วนคะแนนเห็นชอบที่ต่ำกว่า 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

จังหวัด จำนวนเขต เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ ไม่แสดงความคิดเห็น ส่วนต่าง ปัตตานี 5 251,490
(70.18%) 82,708
(23.08%) 24,152
(6.74%) เห็นชอบ
+168,782
(47.10%) นราธิวาส 5 278,461
(68.84%) 98,044
(24.24%) 27,999
(6.92%) เห็นชอบ
+180,417
(44.60%) ยะลา 3 181,451
(67.42%) 66,549
(24.73%) 21,134 (7.85%) เห็นชอบ
+114,902
(42.69%) ภูเก็ต 3 118,997
(52.78%) 88,364
(39.19%) 18,095
(8.03%) เห็นชอบ
+30,633
(13.59%) สตูล 2 83,199
(48.48%) 69,306
(40.39%) 19,106
(11.13%) เห็นชอบ
+13,893
(8.10%)

โดยใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นราธิวาส เขต 5 เป็นพื้นที่ที่มีเสียงเห็นชอบสูงสุดในกลุ่มนี้โดยอยู่ที่ 65,268 เสียง (75.61%) ไม่เห็นชอบ 15,983 (18.52%) ส่วนต่างเสียงเห็นชอบชนะเสียงไม่เห็นชอบ 49,285 (57.10%) แต่เขตที่เอาชนะเสียงไม่เห็นชอบในอัตราส่วนที่สูงที่สุด คือ ปัตตานี เขต 3 มีเสียงเห็นชอบ 49,505 (75.55%) เสียง ไม่เห็นชอบ 11,922 (18.20%) เสียง ไม่แสดงความคิดเห็น 4,095 (6.25%) โดยมีส่วนต่างเห็นชอบมากกว่าไม่เห็นชอบสูงสุดอยู่ที่ 37,583 (57.36%)

ส่วนสตูล ซึ่งมี 2 เขตเลือกตั้งกลับพบว่า เป็นพื้นที่ที่แม้เสียงเห็นชอบจะมากกว่าแต่ก็ต่างกันเพียงหลักพันเท่านั้น โดยรวม 2 เขตเข้าด้วยกันจะมีคะแนนเห็นชอบนำเสียงไม่เห็นชอบอยู่ที่ 13,893 เสียง

จังหวัด เขต เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ ไม่แสดงความคิดเห็น ส่วนต่าง สตูล 1 43,941
(48.23%) 36,847
(40.45%) 10,313
(11.32%) เห็นชอบ
+7,094
(7.79%) 2 39,258
(48.76%) 32,459
(40.32%) 8,793
(10.92%) เห็นชอบ
+6,799
(8.44%)

3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แบกเสียงอยากเปลี่ยนภาคใต้ทั้งภาค

หากคำนวณผลคะแนนประชามติในภาคใต้ โดยไม่รวม 3 จังหวัดชายแดน จะมีผลว่าภาคใต้ไม่เห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญใหม่ ถ้านับรวมเสียงเห็นชอบจาก 11 จังหวัดในภาคใต้ที่เหลือ เท่ากับ 1,717,288 เสียง ซึ่งน้อยกว่าเสียงไม่เห็นชอบ 2,072,925 เสียง อยู่ 355,637 เสียง

รวมเสียงของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งคือ เห็นชอบ 711,402 เสียง ไม่เห็นชอบ 247,301 เสียง จะมีส่วนต่างที่เสียงเห็นชอบมากกว่าอยู่ 464,101 เสียง จำนวนส่วนต่างของสามจังหวัดนี้ยังสูงกว่าส่วนต่างของ 11 จังหวัดภาคใต้ ทำให้เมื่อคำนวณแล้วจะเห็นว่า 3 จังหวัดชายแดนนี้แบกเสียงเห็นชอบของภาคใต้ทั้งภาค ให้เป็นภาคมีผลรวมว่า เสียงส่วนใหญ่ต้องการให้มีรัฐธรรมนูญใหม่เช่นเดียวกับคนในภูมิภาคอื่นของประเทศ

กลุ่มจังหวัด เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ ไม่แสดงความคิดเห็น ส่วนต่าง 11 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ ชุมพร นครศรีธรรมราช ระนอง สุราษฎร์ธานี พัทลง ตรัง พังงา กระบี่ สงขลา ภูเก็ต และสตูล 1,717,288
(41.13%) 2,072,925
(49.65%) 384,949
(9.22%) ไม่เห็นชอบ
-355,637
(8.52%) 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 711,402
(68.94%) 247,301
(23.96%) 73,285
(7.10%) เห็นชอบ
+464,101
(44.97%) รวม 14 จังหวัดภาคใต้ 2,428,690
(46.64%) 2,320,226
(44.56%) 458,234
(8.80%) เห็นชอบ
+108,464
(2.08%)

ภาคใต้ตอนบนถึงตอนกลาง เสียงไม่อยากเปลี่ยนชนะทุกเขต

ภายใน 7 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ระนอง พัทลุง ตรัง และพังงา เป็นจังหวัดฐานที่มั่นของเสียงไม่เห็นชอบ ซึ่งมีเสียงไม่เห็นชอบชนะในทุกเขตเลือกตั้ง และมีหลายจังหวัดที่มีความเข้มข้นของเสียงที่ไม่อยากเปลี่ยนรัฐธรรมนูญสูง เรียงตามลำดับสัดส่วนของเสียงไม่เป็นชอบสูงไปต่ำ ดังนี้

จังหวัด จำนวนเขต เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ ไม่แสดงความคิดเห็น ส่วนต่าง นครศรีธรรมราช 9 320,161
(37.94%) 450,001
(53.32%) 73,780
(8.74%) ไม่เห็นชอบ
-129,840
(15.38%) สุราษฎร์ธานี 7 244,457
(39.56%) 318,580
(51.56%) 54,896 (8.88%) ไม่เห็นชอบ -74,123 (12.00%) ชุมพร 3 102,199
(34.94%) 163,992
(56.06%) 26,326
(9.00%) ไม่เห็นชอบ
-61,793
(21.12%) ระนอง 1 34,008 (38.29%) 45,711 (51.46%) 9,105 (10.25%) ไม่เห็นชอบ -11,703 (13.18%) พัทลุง 2 128,895 (39.83%) 166,089 (51.32%) 28,658 (8.85%) ไม่เห็นชอบ -37,194 (11.49%) ตรัง 4 141,443 (38.99%) 181,505 (50.03%) 39,821 (10.98%) ไม่เห็นชอบ -40,062 (11.04%) พังงา 2 59,039 (40.08%) 72,739 (49.38%) 15,517 (10.53%) ไม่เห็นชอบ -13,700
(9.30%)

ข้อมูลจาก 7 จังหวัดนี้ทำให้เห็นความเข้มข้นของเสียงไม่เห็นชอบที่มีสูงกว่าเสียงเห็นชอบ โดยความเข้มข้นสูงกระจุกอยู่ที่ชุมพร นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี เมื่อรวม 3 จังหวัดนี้ที่มีเพียง 19 เขตแล้วจะมีเสียงไม่เห็นชอบสูงถึง 932,573 เสียง ใกล้เคียงกับกรุงเทพมหานครที่มีเสียงไม่เห็นชอบสูงอยู่ที่ 922,056 เสียง

แต่แม้ว่าในภาพรวมแล้ว 7 จังหวัดดังกล่าวนี้จะมีคะแนนไม่เห็นชอบทิ้งห่างเสียงเห็นชอบ อย่างโดดเด่นกว่าพื้นที่อื่นในประเทศ แต่ก็ยังมีหลายเขตที่คะแนนเห็นชอบและไม่เห็นชอบเฉือนกันเพียงหลักร้อยคะแนน จึงไม่อาจตัดสินใจทันทีว่าคนส่วนใหญ่ในพื้นที่นั้นคิดเห็นอย่างไร เช่น สุราษฎร์ธานี เขต 1 มีเสียงเห็นชอบ 34,637 คะแนน มีเสียงไม่เห็นชอบ 35,488 คะแนน ต่างกันเพียงแค่ 851 คะแนน หรือ 1.12% โดยสุราษฎร์ธานี เขต 1 เป็นพื้นที่อำเภอเมือง ยกเว้นตำบลวัดประดู่และตำบลขุนทะเล

เมื่อเทียบกับผลการเลือกตั้ง 2566 และ 2569 แล้วก็เป็นเขตที่มีความสูสีกันระหว่างพรรคที่เคยร่วมรัฐบาลกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และพรรคประชาชนที่สนับสนุนให้มีการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ในการเลือกตั้ง 2566 ผู้สมัครจากรวมไทยสร้างชาติได้คะแนนเสียง 27,978 คะแนนขณะที่ผู้สมัครพรรคก้าวไกลได้ 23,031 คะแนน ต่างกันเพียง 4,947 ส่วนในการเลือกตั้ง 2569 ผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทยได้ 27,647 คะแนน และผู้สมัครประชาชนได้ 23,183 คะแนน ต่างกันเพียง 4,464 คะแนน ตัวเลขความสูสีระดับชวนลุ้นจะปรากฏให้เห็นอีกครั้งในกลุ่ม 2 จังหวัดผสม

สงขลา/กระบี่ แม้ไม่เห็นชอบชนะแต่คะแนนสูสี

จาก 14 จังหวัดภาคใต้ มีเพียง 2 จังหวัดเท่านั้น ที่คะแนนไม่ได้เทไปที่ทางใดทางหนึ่ง มีทั้งเขตเลือกตั้งที่เสียงเห็นชอบมากกว่า และเขตเลือกตั้งที่เสียงไม่เห็นชอบมากกว่า เมื่อพิจารณาผลคะแนนรายเขต พบว่าจังหวัดกระบี่มีเขตคะแนนไม่เห็นชอบมากกว่า 2 เขต และคะแนนเห็นชอบมากกว่า 1 เขต ส่วนจังหวัดสงขลามีทั้งหมด 9 เขตมีเขตที่คะแนนเห็นชอบมากกว่า 4 เขต และคะแนนไม่เห็นชอบมากกว่า 5 เขต ดังนี้

จังหวัด เขต เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ ไม่แสดงความคิดเห็น ส่วนต่าง กระบี่ 1 43,228
(46.92%) 39,488
(42.86%) 9,424
(10.23%) เห็นชอบ
+3,740
(4.06%) 2 30,164
(37.49%) 42,513
(52.84%) 7,776
(9.67%) ไม่เห็นชอบ-12,349
(15.35%) 3 36,103
(40.97%) 43,047
(48.86%) 8,961
(10.17%) ไม่เห็นชอบ-6,944
(7.88%) รวม 3 เขต 109,495
(42.00%) 125,048
(47.97%) 26,161
(10.03%) ไม่เห็นชอบ-15,553
(5.97%)

จากข้อมูลของกระบี่ เขต 1 ซึ่งเป็นพื้นที่เขตอำเภอเมืองกระบี่ และอำเภอเหนือคลอง ยกเว้นตำบลโคกยาง ตำบลปกาสัย และตำบลห้วยยูง เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่า เขตที่พื้นที่มีความเป็นเมืองในภาคใต้เป็นพื้นที่ฐานเสียงของคนอยากเปลี่ยนรัฐธรรมนูญ ซึ่งนอกจากกระบี่แล้ว จังหวัดสุราษฎร์ธานีที่กล่าวไปข้างต้นก็เช่นกัน และสถานการณ์นี้ยังสะท้อนให้เห็นในผลประชามติของจังหวัดสงขลา

จังหวัด เขต เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ ไม่แสดงความคิดเห็น ส่วนต่าง สงขลา 1 39,557
(43.07%) 44,326
(48.26%) 7,970
(8.68%) ไม่เห็นชอบ
-4,769 (5.19%) 2 37,783
(49.03%) 33,860
(43.94%) 5,421
(7.03%) เห็นชอบ
+3,923
(5.09%) 3 47,344
(45.80%) 47,371
(45.82%) 8,660
(8.38%) ไม่เห็นชอบ
-27
(0.03%) 4 35,718
(38.21%) 49,436
(52.88%) 8,327
(8.91%) ไม่เห็นชอบ
-13,718
(14.67%) 5 39,720
(40.62%) 47,948
(49.03%) 10,119
(10.35%) ไม่เห็นชอบ
-8,228
(8.41%) 6 38,561
(44.00%) 40,961
(46.74%) 8,114
(9.26%) ไม่เห็นชอบ
-2,400
(2.74%) 7 44,284
(47.82%) 40,539
(43.77%) 7,787
(8.41%) เห็นชอบ
+3,745
(4.04%) 8 44,413
(47.31%) 41,526
(44.23%) 7,941
(8.46%) เห็นชอบ
+2,887
(3.08%) 9 48,015
(46.71%) 45,623
(44.39%) 9,145
(8.90%) เห็นชอบ
+2,392
(2.33%) รวม 9 เขต 375,395
(44.66%) 391,590
(46.59%) 73,484
(8.74%) ไม่เห็นชอบ-16,195
(1.93%)

ภาพรวมทั้งจังหวัดสงขลาคะแนนเสียงเห็นชอบและไม่เห็นชอบต่างกันไม่มาก เพียง 1.93% เท่านั้น แม้ว่าอาจจะดูสวนทางกับกระบี่และสุราษฎร์ธานีที่พื้นที่ความเป็นเมืองโดยเฉพาะในเขต 1 ของแต่ละจังหวัดมักจะเป็นฐานเสียงอยากเปลี่ยนรัฐธรรมนูญใหม่ แต่เพราะว่าภูมิศาสตร์ของสงขลาอาจแตกต่างกับพื้นที่อื่น ที่ความเป็นเมืองกระจุกตัวอยู่ที่เขต 2 มากกว่าอำเภอเมืองที่แม้จะติดทะเล แต่ก็เต็มไปด้วยสถานที่ราชการเป็นส่วนใหญ่ สงขลาเขต 2 เป็นพื้นที่ของอำเภอหาดใหญ่ ประกอบไปด้วยห้างสรรพสินค้า โรงเรียน มหาวิทยาลัย สนามบินนานาชาติ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยว ทำให้สภาพของเขต 2 มีสภาพความเป็นเมืองที่สูงกว่า

เขตเลือกตั้งที่มีคะแนนเสียงเห็นชอบมากกว่า ไม่เห็นชอบ ในจังหวัดสงขลา คือ เขต 2 เขต 7 เขต 8 และเขต 9 ซึ่งพื้นที่ของเขต 9 ยังคงเป็นที่ที่ใกล้เคียงกับใจกลางเมืองหาดใหญ่ ซึ่งประกอบไปด้วยอำเภอบางกล่ำ และอำเภอหาดใหญ่ บางส่วน แต่สงขลา เขต 7 พื้นที่อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย และอำเภอเทพาบางส่วน และเขต 8 พื้นที่อำเภอจะนะ และอำเภอเทพา เป็นพื้นที่ที่ห่างออกจากเมืองหาดใหญ่ แต่ประชากรมีความใกล้ชิดกับพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม และมีวัฒนธรรมร่วมกับชาวมลายูมุสลิม

สงขลาเขต 3 สูสีที่สุดในประเทศ ไม่เห็นชอบเฉือนชนะ 27 เสียง

สงขลาเขต 3 เป็นพื้นที่ที่ประกอบไปด้วยอำเภอนาหม่อม อำเภอหาดใหญ่ เฉพาะตำบลบ้านพรุ ตำบลคอหงส์ ตำบลพะตง ตำบลทุ่งใหญ่ ตำบลท่าข้าม และตำบลน้ำน้อย และอำเภอจะนะเฉพาะตำบลคลองเปียกและตำบลจะโหนง ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ใกล้เคียงกับบริเวณตัวเมืองหาดใหญ่ สงขลาเขต 3 เป็นเขตที่ผลคะแนนประชามติสูสีที่สุด เพียง 27 เสียงเท่านั้น และเป็นเขตเดียวในประเทศไทยที่ผลประชามติแตกต่างกันแค่หลักสิบ

จังหวัด เขต เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ ไม่แสดงความคิดเห็น ส่วนต่าง สงขลา 3 47,344
(45.80%) 47,371
(45.82%) 8,660
(8.38%) ไม่เห็นชอบ
-27
(0.03%)

ในเชิงการแข่งขันกันของสนามเลือกตั้ง สงขลา เขต 3 ก็นับว่าเป็นอีกเขตเลือกตั้งหนึ่งซึ่งมีความดุเดือด เนื่องจากว่าผู้สมัครที่ชนะเลือกตั้งจากพรรคภูมิใจไทยได้ 36,656 คะแนน ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ได้ 27,002 คะแนน และผู้สมัครจากพรรคประชาชนได้ 25,124 คะแนน

ส่วนเขตเลือกตั้งที่ผลคะแนนประชามติสูสีรองลงมาเป็นลำดับที่ 2 และลำดับที่ 3 เป็นดังนี้

จังหวัด เขต เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ ไม่แสดงความคิดเห็น ส่วนต่าง บุรีรัมย์ 9 32,196
(44.90%) 32,056
(44.70%) 7,457
(10.40%) เห็นชอบ
+140
(0.20%) ประจวบคีรีขันธ์ 3 43,024
(44.71%) 43,361
(45.06%) 9,849
(10.23%) ไม่เห็นชอบ
-337
(0.35%)

ประจวบคีรีขันธ์ - บุรีรัมย์ สองจังหวัดเสียงแตกนอกภาคใต้

นอกจากภาคใต้ที่มีความหลากหลายในผลคะแนนประชามติแล้ว มีเพียงอีก 2 จังหวัดใน 2 ภาค คือ ประจวบคีรีขันธ์ในภาคตะวันตก และบุรีรัมย์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่แม้ในภาพรวมจะมีคะแนนเสียงเห็นชอบมากกว่าเสียงไม่เห็นชอบ แต่เมื่อแบ่งผลการออกเสียงตามเขตเลือกตั้งก็มีบางเขตเลือกตั้งที่เสียงไม่เห็นชอบมากกว่า

คนบุรีรัมย์อยากได้รัฐธรรมนูญใหม่ 8 จาก 10 เขต

บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นจังหวัดฐานทัพใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย ประกอบไปด้วยเขตเลือกตั้ง 10 เขต มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 1,260,649 คน และมาใช้สิทธิออกเสียงประชามติ 747,368 คน

ในภาพรวมทั้ง 10 เขต เมื่อรวมคะแนนของทั้งจังหวัดบุรีรัมย์แล้วถือว่า เห็นชอบมากกว่าขาดลอย มีเสียงเห็นชอบ 351,070 เสียง ไม่เห็นชอบ 302,949 เสียง และเสียงไม่แสดงความคิดเห็น 68,845 เสียง เสียงเห็นชอบมากกว่าเสียงไม่เห็นชอบถึง 48,121 เสียง

โดยมี 2 เขตเลือกตั้ง ที่ผลรวมพบว่า เสียงไม่เห็นชอบมากกว่าเสียงเห็นชอบ คือ เขต 3 ประกอบไปด้วยอำเภอกระสัง อำเภอห้วยราช และอำเภอพลับพลาชัยบางส่วน และ เขต 10 ประกอบไปด้วยอำเภอประโคนชัย และอำเภอบ้านกรวดบางส่วน โดยมีผลคะแนนดังนี้

จังหวัด เขต เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ ไม่แสดงความคิดเห็น ส่วนต่าง บุรีรัมย์ 3 29,962
(43.13%) 34,422
(49.55%) 5,080
(7.31%) ไม่เห็นชอบ
-4,460
(6.42%) 10 29,289
(44.05%) 30,328
(45.61%) 6,877
(10.34%) ไม่เห็นชอบ
-1,039
(1.56%)

ประจวบคีรีขันธ์เขต 3 เสียงไม่อยากเปลี่ยนมากกว่าแค่ 337 เสียง

ประจวบคีรีขันธ์ เป็นฐานที่มั่นดั้งเดิมของพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะในพื้นที่ เขต 3 ซึ่งประกอบไปด้วยอำเภอทับสะแก อำเภอบางสะพาน และอำเภอบางสะพานน้อย เป็นพื้นที่ที่พรรคประชาธิปัตย์ชนะเลือกตั้งรวด 2 ทศวรรษ ตั้งแต่ปี 2544 แต่ในปี 2569 จังหวัดนี้กลับเป็นพรรคภูมิใจไทยที่สามารถกวาดที่นั่งทั้ง 3 ที่ไปได้

ผลประชามติในเขต 3 ชี้ให้เห็นว่าคะแนนเสียงไม่เห็นชอบชนะเสียงเห็นชอบเพียง 337 เสียงเท่านั้น ซึ่งนับว่าเป็นอันดับ 3 ของเขตเลือกตั้งที่มีคะแนนเสียงสูสีที่สุดในประเทศ

จังหวัด เขต เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ ไม่แสดงความคิดเห็น ส่วนต่าง ประจวบคีรีขันธ์ 3 43,024
(44.71%) 43,361
(45.06%) 9,849
(10.23%) ไม่เห็นชอบ
-337
(0.35%)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...