โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

60 ปีแห่งชีวิต ‘ชัชชาติ’ เกิดมาสร้างประวัติศาสตร์ จากรัฐมนตรีผู้แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี สู่ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.อีกสมัย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 24 พ.ค. เวลา 10.19 น. • เผยแพร่ 24 พ.ค. เวลา 10.07 น.

เตรียมลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. อีกสมัย สำหรับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่ได้ฉายาว่า ‘แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี’ นาม ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่นั่งเก้าอี้บัญชาการเสาชิงช้ามาเป็นเวลา 4 ปี ในฐานะผู้ว่าฯ กทม.คนที่ 17
สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการกวาดคะแนนกว่า 1.3 ล้านเสียง เยอะที่สุดตั้งแต่เคยมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.
สร้างประวัติศาสตร์ด้วยปรากฏการณ์ที่ประชาชนการโทรเข้าสายด่วน กกต. 1444 จี้ถามว่ารับรอง ‘ชัชชาติ’ เป็นผู้ว่าฯกทม.หรือไม่? ทำไมนาน
สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการแก้ไขปัญหากวนใจชาวกรุงที่ร้องเรียนผ่านทราฟฟี่ ฟองดูว์ กว่าล้านเคส
สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการปิดฉากมหากาพย์หนี้บีทีเอสกว่า 3.6 หมื่นล้าน
และอีกมากมาย

เกิดวันนี้ เมื่อ 60 ปีก่อน 24 พ.ค.09 ลูกคนสุดท้องของอดีต ผบช.น.

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ชื่อเล่นว่า ‘ทริป’ เกิดเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ.2509 เป็นลูกคนสุดท้องของ พล.ต.อ.เสน่ห์ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กับนางจิตต์จรุง สิทธิพันธุ์ มีฝาแฝดชื่อ ฉันชาย สิทธิพันธุ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มีชื่อเล่นว่า ทัวร์ และมีพี่สาวคือ รศ.ดร.ปรีชญา สิทธิพันธุ์ อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
มีบุตรชายชื่อ ‘แสนดี’ แสนปิติ สิทธิพันธุ์ เป็นผู้พิการทางการได้ยินตั้งแต่กำเนิด โดยได้รับการผ่าตัดประสาทหูเทียม เมื่อปี พ.ศ. 2545 ล่าสุด จบการศึกษาระดับปริญญาโท ด้านนโยบายสาธารณะ จากมหาวิทยาลัยคอร์แนล สหรัฐฯ

คว้าทุนอานันทมหิดล เคยอยากเป็นหมอ

ถ่อมตัว ‘ไม่ฉลาด อาศัยความขยัน’

ด้านการศึกษา ชัชชาติ สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษา จากโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาต่อมาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี วิศวกรรมโยธา (เกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรียญทอง) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนได้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล ให้ไปศึกษาต่อปริญญาโท-เอก ที่สหรัฐอเมริกา จนจบการศึกษา
ปริญญาโท วิศวกรรมโยธา (โครงสร้าง) สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา
ปริญญาโท บริหารธุรกิจ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
และปริญญาเอก วิศวกรรมโยธา (โครงสร้าง) มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ เออร์แบนา-แชมเปญจน์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยทุนมูลนิธิอานันทมหิดล ประจำปี พ.ศ.2529
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2555 ชัชชาติเคยให้สัมภาษณ์กับ ‘มติชน’ ไว้ว่า เมื่อจะเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัย ได้มีคำสั่งจากคุณพ่อเลยว่า ไม่ให้เรียนเหมือนกัน โดยพี่สาวคนโตเรียนด้านสถาปัตย์ พี่ชายฝาแฝดนั้นเป็นหมอ ส่วนตัวเขาเลือกที่จะเป็นวิศวกร

“ตอนแรกก็เห่อ อยากเป็นหมอเหมือนกัน แต่พอโตขึ้นหน่อยก็ไม่ค่อยชอบเลือด ไม่ชอบวิชาชีววิทยา เลยเอาเป็นวิศวะ แต่จำได้เลยตอนที่ได้รับพระราชทานทุนอานันทมหิดล และในหลวงท่านโปรดเกล้าฯให้เข้าเฝ้าฯ ช่วงนั้น ดร.ผณิตศร ชำนาญเวช ท่านเรียนจบกลับมาพอดี ท่านก็ให้ความเมตตากับเรามาก และในหลวงก็ตรัสว่าไปเรียนก็อย่าไปเครียดมาก ให้พักผ่อนมากๆ และไม่ได้บังคับให้ต้องกลับมารับราชการ เพราะอยู่ที่ไหนก็ทำประโยชน์ให้ประเทศชาติได้เหมือนกัน” ชัชชาติกล่าวอย่างภาคภูมิใจ

หลังจากเป็นดอกเตอร์ทางวิศวกรรมศาสตร์ ชัชชาติ ทำงานเพื่อหาประสบการณ์ด้านวิศวกรรมที่เมืองชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา อยู่ประมาณ 2 ปี และเมื่อเห็นตำแหน่งอาจารย์ในคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่าง เขาจึงคิดที่จะกลับบ้าน ต่อมาก็มีตำแหน่งทางวิชาการเป็นรองศาสตราจารย์ในที่สุด

อายุ 28 เป็นอาจารย์

เสื้อแดงปี 53 เปิดมุมมองการเมือง

“ผมเริ่มเป็นอาจารย์ตอนอายุประมาณ 28 ปี และต่อจากนั้นก็ได้ทำงานด้านบริหารบ้าง จนช่วงหลังได้เข้าไปเป็นผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายจัดการทรัพย์สิน รับหน้าที่นี้อยู่ประมาณ 7 ปี งานของผมช่วงนั้นก็ดูแลพื้นที่ของจุฬาฯ เพราะจุฬาฯ มีพื้นที่ค่อนข้างใหญ่ ดูการก่อสร้าง ดูมาบุญครอง สยามสแควร์” ชัชชาติกล่าว

ส่วนจุดที่ทำให้ชัชชาติ เริ่มมีมุมมองทางด้านการเมืองเพิ่มขึ้น เกิดขึ้นเมื่อตอนที่มีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อปี 2553
“ตอนที่เสื้อแดงชุมนุม ผมก็อยู่ในพื้นที่ ก็เดินไปเดินมาแถวนั้น เราก็คุยกับผู้ชุมนุมเหมือนกัน ต้องพยายามผูกไมตรี ซื้อข้าวซื้ออะไรไปให้เขา แต่ตอนที่ไฟไหม้ ตอนนั้นทหารเขากั้นพื้นที่ไว้ เราก็เอะใจแล้วว่าต้องมีอะไรแน่เลย พอขับรถขึ้นทางด่วนเท่านั้นแหละ มองลงมาเห็นควัน ก็รู้สึกเสียใจ เพราะดูแลทรัพย์สินให้จุฬาฯ ไม่ได้

“แต่ก่อนหน้านี้ผมได้มีโอกาสเข้ามาช่วยงานกระทรวงคมนาคม สมัยท่านพงษ์ศักดิ์ (รักตพงศ์ไพศาล อดีตรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม) มาช่วยส่วนของด้านวิชาการเทคนิค แต่ก็ไม่ได้มีตำแหน่งอะไรนะ ส่วนสมัยท่านสันติ (พร้อมพัฒน์ อดีตรัฐมนตรีคมนาคม) ก็ได้เข้าไปช่วยอ่านเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่ามีประเด็นใดบ้างที่ต้องกังวล และมีวิเคราะห์ปัญหาต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น แต่ก็ไม่ได้มีอะไรลึกซึ้งมากไปกว่าการเข้ามาให้ความช่วยเหลือฝ่ายการเมืองในเรื่องของวิชาการและด้านเทคนิคต่างๆ ที่มุมมองของนักการเมืองจะเห็นต่างจากนักวิชาการ” ชัชชาติระบุ

ปี 55 ยิ่งลักษณ์โทรหา ชวนร่วมเส้นทางสายการเมือง

หลังจากนั้น ชัชชาติ ยังคงทำงานในตำแหน่งนักวิชาการ ต่อไป จนเมื่อต้นปี 2555 เข้าสู่ในวงการ ‘การเมือง’

“ก่อนที่ผมจะเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรี ท่านนายกฯ ยิ่งลักษณ์เป็นคนโทรมา ผมไม่รู้จักกับท่านโดยตรงหรอก แต่ก็คงมีคนบอกกับท่านว่า ผมเคยช่วยงานในกระทรวงนี้มาก่อน หากถามว่ามีใครไปเรียนท่านนายกฯ ก็คงมีหลายคนมั้ง เพราะท่านสุกำพล (สุวรรณทัต) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รู้จักกับผม และท่านพงษ์ศักดิ์ ก็รู้จักกัน คงมีหลายคนเหมือนกัน และพ่อผมก็เป็นตำรวจ คนในวงการก็คงรู้จักกัน ส่วนระยะเวลาในการตัดสินใจ ผมใช้ไม่นานเลย เพราะว่าอย่างน้อยในชีวิตหนึ่งสามารถทำประโยชน์ให้บ้านเมืองได้ เราก็ควรที่จะต้องทำ” นายชัชชาติกล่าว

ภาพที่กลายเป็น ‘มีม’ รัฐมนตรีที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี

สำหรับภาพรวมส้นทางการงาน ชัชชาติ เคยทำงานเป็น วิศวกรโครงสร้าง บริษัท สคิดมอร์ โอวิ่ง แอนด์ เมอร์ริลล์ สหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2536-2537 ต่อมาเมื่อปี 2546-2555 ได้เป็นอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (อดีตผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการ และอดีตผู้ช่วยอธิการบดี) จนกระทั่งเมื่อปี 2555-2557 ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูง โครงข่ายรถไฟฟ้าใน กทม. การพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ-ดอนเมือง-ภูเก็ต โครงการทำแนวป้องกันน้ำท่วม กทม. ภายหลังเมื่อปี 2558-2561 ได้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บมจ.ควอลิตี้เฮาส์ (Q House) จนกระทั่งปี 2562 เป็นผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม Better Bangkok รวมพลังสร้างกรุงเทพฯ ที่ดีกว่าเดิม ในช่วงโควิด-19 ร่วมทำโครงการ “บ้านใกล้เรือนเคียง” ฐานข้อมูลสำหรับส่งต่อความช่วยเหลือให้กับชุมชนใน กทม.

ย้อนกลับไปก่อนดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะนักวิชาการ ชัชชาติได้ช่วยงานและให้คำปรึกษาแก่กระทรวงคมนาคมในสมัยรัฐบาล ของนายทักษิณ ชินวัตร และรัฐบาลของ นายสมัคร สุนทรเวช โดยไม่มีตำแหน่งใดๆ จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. 2555 ได้รับการทาบทาม จาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีขณะนั้น ให้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม แม้ทางมารดาจะไม่เห็นด้วย แต่เขาก็ตกลงเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมในเดือนมกราคม พ.ศ.2555 และจากการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งต่อมา นายชัชชาติได้รับแต่งตั้งขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในเดือนตุลาคม พ.ศ.2555

ชัชชาติในฐานะรัฐมนตรีคมนาคมถือเป็นบุคคลระดับหัวกะทิของรัฐบาลในด้านการวางยุทธศาสตร์ของประเทศ ได้รับการกล่าวถึงในฐานะรัฐมนตรี ‘ดูโอเศรษฐกิจ’ ของรัฐบาลคู่กับกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ และ “ดูโอระบบราง” คู่กับประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการรถไฟฯ ที่นโยบายของ ชัชชาติให้ความสำคัญกับการขนส่งระบบรางเป็นพิเศษ ผลงานในช่วงที่เป็นรัฐมนตรี อาทิ การแก้แบบสถานีกลางบางซื่อให้รองรับรถไฟความเร็วสูง, การแก้แบบสายสีแดงเข้มจาก 3 ทางเป็น 4 ทาง, การจัดซื้อจัดขบวนรถด่วนพิเศษ CNR จำนวน 8 ขบวน, การเปลี่ยนรางรถไฟในภาคเหนือตอนบนทั้งหมด, ให้ข้าราชการระดับ 9 ขึ้นไปนั่งรถเมล์มาทำงานแล้วรายงานปัญหา

ลาออกกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ยัน ‘ไม่ทราบเรื่องมาก่อน’

ต่อมาเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2557 วันที่เกิดการรัฐประหาร ชัชชาติเป็นหนึ่งในตัวแทนฝ่ายรัฐบาลที่เข้าร่วมประชุมกับบรรดาแกนนำและตัวแทนฝ่ายต่างๆ เพื่อหาทางออกประเทศ ซึ่งจัดขึ้นโดยกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รส.) หลังรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ.2557 ในเดือนสิงหาคม ถึง ธันวาคม พ.ศ.2557 และวันที่ 27 กันยายน พ.ศ.2560 รัฐบาลทหารได้ตั้งนายชัชชาติ เป็นกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ชัชชาติชี้แจงว่าไม่ทราบเรื่องมาก่อน และยื่นใบลาออกจากตำแหน่งกรรมการในวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2560

วิ่งมาราธอน 2 ปี คว้าชัย (ว่าที่)

ผู้ว่าฯกทม.จากการ ‘เลือกตั้ง’ คนแรกหลังรัฐประหาร

ต่อมา ตัดสินใจเป็นว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามอิสระ โดยเปิดตัวขอทำงานให้ชาวกรุงเทพฯ มานานกว่า 2 ปี เมื่อจับสลากในวันที่ 31 มีนาคม 2565 ได้เบอร์ 8 หลังปิดหีบเลือกตั้งเมื่อเวลา 17.00 น.ของวันที่ 22 พฤษภาคม 2565 คะแนนนำโด่งม้วนเดียวจบ
ชู “กรุงเทพฯ 9 ดี” หรือนโยบาย 9 มิติ ได้แก่ ปลอดภัยดี สุขภาพดี สร้างสรรค์ดี สิ่งแวดล้อมดี บริหารจัดการดี เรียนดี โครงสร้างดี เศรษฐกิจดี เดินทางดี ชูสโลแกน ‘ทำงาน ทำงาน ทำงาน’

หันไปดูกระแสตอบรับและโพลต่างๆ ในครั้งนั้น ล้วนสอดคล้องกันว่า ชัชชาติ เบอร์ 8 นำโด่งทุกโพล จนหลายฝ่ายใช้คำว่า ‘นอนมา’ กระทั่งเจ้าตัวออกมาย้ำว่า ขอให้ทุกคนที่มีสิทธิร่วมกันออกมาเลือกตั้ง หากพากันคิดว่าตนนอนมา แล้วไม่เข้าคูหา คราวนี้ ตนคงนอนมาจริงๆ ‘แต่มีพระนำ’
22 พฤษภาคม 2565 หลังปิดหีบเลือกตั้ง ชัชชาติ คะแนนนำทิ้งห่างมาตั้งแต่เริ่มนับ เสียงขาน ‘บัตรดี เบอร์ 8’ ดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าแบบไม่ต้องลุ้น

ในที่สุด ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ คือ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนที่ 17 และคนแรกที่มาจากการเลือกตั้ง หลังรัฐประหารโดย คสช.

เดินหน้าเส้นเลือดฝอย คู่ขนานเส้นเลือดใหญ่

เคลียร์หนี้ประวัติศาสตร์ 3.6 หมื่นล้าน

แม้ ‘ไม่เซ็กซี่’ เท่าโปรเจ็กต์ยักษ์ ชัชชาติ ยืนยันเดินหน้า ‘เส้นเลือดฝอย’ คู่ขนานไปกับเส้นเลือดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างโรงพยาบาล รวมถึงเคลียร์หนี้ประวัติศาสตร์กว่า 3.6 หมื่นล้าน ปิดฉากมหากาพย์หนี้บีทีเอส ยังไม่นับวาระแห่งชาติอย่าง ฝุ่น PM2.5 ที่จำนวนวัน ‘สีส้ม’ คือ พุ่งเกินมาตรฐาน ลดลงถึง 50%
ส่วนปัญหายิบย่อย จุกจิกกวนใจ ไม่ต้องพูดถึง ชาวบ้านร่วมด้วยช่วยกันรุมแจ้งผ่านระบบ Traffy Fondue ที่ กทม.นำมาใช้ตั้งแต่ปี 2565 กดฉ่ำ ฟ้องรัว ทัวร์ลงกว่า 1.2 ล้านเคส (ข้อมูล ณ 4 มีนาคม 2569)

“ต้องขอบคุณประชาชนมากๆ เลย (ยกมือไหว้) ที่มาเป็นส่วนร่วมของ 1 ล้าน 3 เรื่องแล้วมั้งที่คนยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่าย แล้วด่าเรามา (หัวเราะ) แล้วเราก็ตอบเขา ผมบอกทีมงานเสมอว่า ที่เขาบ่นมา ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ดีนะ แต่หมายความว่า ประชาชนเริ่มไว้ใจเรา” ชัชชาติเอ่ยพร้อมรอยยิ้มที่คนกรุงคุ้นตา
1,000,113 คือเรื่องที่แก้ไขเสร็จแล้ว จากการชี้เป้าของประชาชน คิดเป็น 81% ของทั้งหมด
ขณะที่ 82,505 เรื่อง (7%) อยู่ระหว่างดำเนินการ 89,146 เรื่อง (7%) ส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และรอรับเรื่อง 751 เรื่อง

พาดหัวข่าวสรุปง่ายๆ ในประโยคเดียวได้ว่า ‘แก้แล้วล้านเรื่อง’
81% เทคะแนน ‘พึงพอใจ’

ส่วนจะสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งด้วยการคว้าชัยสมัย 2 หรือไม่ แม้หลายฝ่ายเชื่อว่า ชัชชาติ ยังคง ‘นอนมา’ อีกครั้ง แต่ก็ยังต้องจับตา

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 60 ปีแห่งชีวิต ‘ชัชชาติ’ เกิดมาสร้างประวัติศาสตร์ จากรัฐมนตรีผู้แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี สู่ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.อีกสมัย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...