โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ไทย-เวียดนาม’ แน่นแฟ้น นายกฯ สองประเทศนำทีมคณะใหญ่หารือรอบด้าน

ไทยโพสต์

อัพเดต 9 มิถุนายน 2569 เวลา 1.50 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ไทย–เวียดนาม แน่นแฟ้น นายกฯ สองประเทศนำทีมคณะใหญ่หารือรอบด้าน เร่งเศรษฐกิจ ความมั่นคง และการพัฒนาร่วมกัน

8 มิถุนายน 2569 - เวลา 15.00 น. ณ ทำเนียบรัฐบาลเวียดนาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ และตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ในโอกาสเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการ โดยนายเล มิญ ฮึง (H.E. Mr. Le Minh Hung) นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

จากนั้นในเวลา 15.15 น. ณ ห้องรับรองพิเศษ สำนักงานนายกรัฐมนตรีเวียดนาม นายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีเวียดนามเข้าร่วมการหารือเต็มคณะ ภายหลังการหารือ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่านายกรัฐมนตรี ขอบคุณต่อการต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมเน้นย้ำว่าการเยือนเวียดนามครั้งนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นการเยือนเวียดนามในฐานะนายกรัฐมนตรีเป็นครั้งแรก และเป็นการเยือนในช่วงปีแห่งการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ 50 ปี ตลอดจนเป็นโอกาสในการต่อยอดผลสำเร็จจากการเยือนประเทศไทยของประธานาธิบดีโต เลิม และร่วมกันกำหนดทิศทางการนำความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างสองประเทศไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการผสานจุดแข็งของทั้งไทยกับเวียดนามเข้าด้วยกัน เพื่อให้เศรษฐกิจของทั้งสองประเทศเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

น.ส.รัชดา กล่าวว่า คณะผู้แทนไทยที่ร่วมเดินทาง ครั้งนี้มาจากหลายภาคส่วน ประกอบด้วย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ การคลัง พาณิชย์ กลาโหม การท่องเที่ยวและกีฬา พลังงาน และอุตสาหกรรม ตลอดจนเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และผู้บัญชาการเหล่าทัพ ได้แก่ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ และผู้บัญชาการทหารอากาศ ร่วมคณะด้วย

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ในขณะที่ทางเวียดนามเองก็มีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องทางด้านกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ การคลัง การท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงรัฐมนตรีด้านวัฒนธรรม ซึ่งทำให้การหารือกันครั้งนี้เปรียบเสมือนการประชุมที่สำคัญระหว่างคณะรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าทั้งสองประเทศ ต่างเห็นถึงความสำคัญของกันและกันรวมถึงมีความมุ่งมั่นที่จะกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือให้ใกล้ชิดในทุกด้าน
นอกจากนี้ทางด้านนายกรัฐมนตรีเวียดนามยัง เห็นพ้องที่จะให้กระชับความสัมพันธ์ให้ใกล้ชิดโดยให้มีการหารือในระดับทั้งรัฐบาลและในระดับคณะกรรมการและกลไกต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายยังหารือร่วมกัน ในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้ 1. ในด้านความสัมพันธ์ทวิภาคี ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความสำคัญในการใช้กลไกความร่วมมือทวิภาคีที่มีอยู่ ทั้งการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย–เวียดนาม (JCBC) ระดับรัฐมนตรีต่างประเทศ และการประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการ (Joint Cabinet Retreat: JCR) เพื่อขับเคลื่อนผลการหารือสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป โดยหวังว่าจะมีการประชุมดังกล่าวในสิ้นปีนี้โดยมีไทยเป็นเจ้าภาพ

2. ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันกระชับความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนโดยต่างมุ่งหมายที่จะผลักดันมูลค่าการค้าของทั้งสองประเทศให้ทะลุ 25,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ พร้อมมุ่งยกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ และยุทธศาสตร์ Three Connects ได้แก่ การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน เศรษฐกิจท้องถิ่น และยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน ให้ใกล้ชิดและลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยใช้ประโยชน์จากศักยภาพของทั้งสองประเทศ

รวมทั้งไทยเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการร่วมด้านการค้าในระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการค้าให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น รวมถึงการส่งเสริมความร่วมมือภาคการธนาคารด้วย

สำหรับอุปสรรคด้านการค้าและการลงทุนต่างๆ ที่เอกชนไทยได้เสนอต่อนายกรัฐมนตรี ทางเวียดนามพร้อมรับไปดูแลและอำนวยความสะดวกการค้าและการลงทุนระหว่างกันให้มากยิ่งขึ้น

3. ส่งเสริมความสัมพันธ์ในระดับประชาชนต่อประชาชน โดยประชาชนของทั้งสองประเทศต่างชื่นชอบในวัฒนธรรมรวมถึงอาหารซึ่งกันและกัน โดยความสัมพันธ์ในระดับประชาชนนี้จะเป็นมาตรฐานของความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนของทั้งสองประเทศในทุกๆด้าน

4. ความร่วมมือด้านความมั่นคง ไทยและเวียดนามเห็นพ้องยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคง ผ่านกลไกคณะกรรมการด้านความมั่นคง โดยมุ่งปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และเสริมสร้างความมั่นคงทางทะเล

5. ความร่วมมือระดับภูมิภาค นายกรัฐมนตรีเวียดนามชื่นชมไทยที่ผลักดันสันติภาพที่เกิดขึ้นในเมียนมา และใช้แนวทางสันติวิธีในการแก้ไขความขัดแย้ง พร้อมเห็นพ้องกับไทยในการส่งเสริมความเชื่อมโยงกรอบความร่วมมือต่าง ๆ ทั้งการคมนาคม และความร่วมมือในลุ่มน้ำโขง รวมถึงร่วมกันสร้างความเข้มแข็งให้กับอาเซียน และสร้างอาเซียนให้มีความเป็นเอกภาพสามารถต่อรองในเวทีระดับโลกได้

น.ส.รัชดา กล่าวอีกว่า ในช่วงหนึ่งของการหารือ นายกรัฐมนตรีเวียดนามยังได้กล่าวขอบคุณไทยที่ได้ส่งมอบนกกระเรียนให้แล้ว 6 ตัว ไปจังหวัดดงทับ ของเวียดนาม และอยู่ระหว่างการส่งมอบเพิ่มเติมอีก 6 ตัว เพื่อใช้ในการอนุรักษ์และขยายพันธุ์ในพื้นที่ธรรมชาติ ซึ่งนายกรัฐมนตรียินดีเป็นอย่างยิ่ง กล่าวตอบว่าหากเวียดนามมีความประสงค์จะได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติม ก็ยินดีให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ถือเป็นสัญลักษณ์มิตรภาพระหว่างไทยและเวียดนามโดยความรู้ร่วมมือของภาคเอกชนไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...