คณะผู้ไต่สวนอิสระลงมติแจ้งข้อกล่าวหา ‘เอกวิทย์-โจ๊ก' คดีสินบนทองคำ 246 บาท
คดีสินบนทองคำ 246 บาท คณะผู้ไต่สวนอิสระที่ประธานศาลฎีกาแต่งตั้ง ลงมติแจ้งข้อกล่าวหา ‘เอกวิทย์ กรรมการป.ป.ช.-โจ๊ก อดีตรอง ผบ.ตร. ' แล้ว เผยใช้กระบวนการเดียว ป.ป.ช. เปิดโอกาสให้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ก่อนสรุปสำนวนคดี
วันนี้ (21 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการไต่สวนหาข้อเท็จจริงคดีกล่าวหา นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีการรับสินบนทองคำแท่งน้ำหนักรวม 246 บาท จาก พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. หรือ “โจ๊ก” เพื่อวิ่งเต้นช่วยเหลือคดีที่อยู่ระหว่างการไต่สวน ของคณะผู้ไต่สวนอิสระ ที่ นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา ได้ลงนามแต่งตั้งขึ้นตามขั้นตอนทางกฏหมาย
แหล่งข่าวจากสำนักงานศาลฎีกา เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ประชุมคณะผู้ไต่สวนอิสระฯ ได้มีมติแจ้งข้อกล่าวหาผู้เกี่ยวข้องในคดีนี้ จำนวน 4 ราย ได้แก่ นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ, พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล นายสมบัติ ธรธรรม อนุกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิ ป.ป.ช. ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลางประสานงาน และนายสุรสิทธิ์ พลเรือน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำตัวนายเอกวิทย์
โดยขั้นตอนการแจ้งข้อกล่าวหา ของ คณะผู้ไต่สวนอิสระฯ ใช้กระบวนการเดียวกันกับกระบวนการไต่สวนของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยจะมีการแจ้งข้อกล่าวหา ให้ผู้ถูกกล่าวหา รับทราบและใช้สิทธิ์ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ก่อนสรุปสำนวนเสนอที่ประชุมคณะผู้ไต่สวนอิสระฯ เพื่อพิจารณาสำนวนการไต่สวนต่อไป ถ้าหากคณะผู้ไต่สวนอิสระฯ มีมติชี้มูลความผิด จะมีการส่งสำเนาการไต่สวนไปยังอัยการสูงสุดเพื่อยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป
สำหรับกรณีนี้สืบเนื่องจาก พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. หรือ “บิ๊กโจ๊ก” ถูกกล่าวหาว่าติดสินบนเจ้าหน้าที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ด้วยทองคำแท่งน้ำหนักรวม 246 บาท เพื่อวิ่งเต้นช่วยเหลือคดีที่อยู่ระหว่างการไต่สวน โดยเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย อดีตลูกน้องคนสนิท พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ในฐานะทำหน้าที่ประธานรัฐสภา ผ่านนายพิศิษฐ์ อภิญญาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เพื่อให้ยื่นเรื่องต่อศาลฎีกาดำเนินการเอาผิด นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (กรรมการ ป.ป.ช.) กรณีรับสินบนทองคำ 246 บาท เพื่อช่วยเหลือ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ในคดีเว็บพนันออนไลน์
ต่อมาสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 141 คน ได้ร่วมกันเข้าชื่อกล่าวหา นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการ ป.ป.ช. ว่ามีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ หรือฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีถูกกล่าวหาว่ารับสินบนเป็นทองคำน้ำหนักรวม 246 บาท ยื่นต่อประธานวุฒิสภา ที่ทำหน้าที่รักษาการประธานรัฐสภา เพื่อส่งเรื่องให้ประธานศาลฎีกา ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2569
ภายหลังการรับเรื่อง ประธานศาลฎีกาได้มีการตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ โดยใช้วิธีการทาบทาม ซึ่งตาม พ.ร.ป. วิ อาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองฯ มาตรา 49 และ 50 ประธานศาลฎีกามีหน้าที่พิจารณาแต่งตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระจำนวนไม่น้อยกว่า 7 คน ประกอบด้วยข้าราชการอัยการที่ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีอัยการ หรืออัยการอาวุโสที่เคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีอัยการมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี อย่างน้อย 1 คน และบุคคลอื่นที่มีความซื่อสัตย์สุจริตและเป็นกลางทางการเมืองเป็นที่ประจักษ์ โดยอำนาจในการไต่สวนและตรวจสอบทรัพย์สิน คณะผู้ไต่สวนอิสระมีอำนาจเสมือนคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตาม พ.ร.ป. วิ.อาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองฯ มาตรา 49 และ 50 ประธานศาลฎีกามีหน้าที่พิจารณาแต่งตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระฯ มาตรา 53 และมีอำนาจพิเศษตามมาตรา 55 ในการสั่งให้ผู้ถูกกล่าวหาแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของตน คู่สมรส และบุตร รวมถึงมีอำนาจเรียกบัญชีทรัพย์สินเดิมที่เคยยื่นไว้มาตรวจสอบเปรียบเทียบเพื่อหาความผิดปกติของจำนวนทองคำตามที่ถูกกล่าวหา ระยะเวลาแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินฯ ต้องไม่น้อยกว่า 30 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน
ทั้งนี้ หากคณะผู้ไต่สวนอิสระมีความเห็นว่า “มีมูล” ให้ส่งสำเนาการไต่สวนไปยังอัยการสูงสุดเพื่อยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หาก “ศาลประทับรับฟ้อง” นายเอกวิทย์จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที ตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 235 วรรคสาม เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
โดยคดีนี้ถือเป็นกรณีแรกในประเทศไทย ที่ประธานศาลฎีการับเรื่องและตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระขึ้นมาสอบสวน
อย่างไรก็ตามปัจจุบันคดีนี้ถูกแยกออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นสำนวนคดีที่เกี่ยวข้องกับนายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการ ป.ป.ช. มีการส่งเรื่องไปยังรัฐสภาและส่งสำนวนไปยังศาลฎีกาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนสำนวนอีกชุด ซึ่งเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหารวม 5 ราย ได้แก่ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, นายสมบัติ อนุกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิ ป.ป.ช., นายสามารถ, นายสรพงศ์ และนายสุรสิทธิ์ ซึ่งอยู่ในอำนาจการดำเนินการของตำรวจ เนื่องจากก่อนหน้านี้สำนวนได้ถูกส่งไปยัง ป.ป.ช. จากนั้นได้ส่งเรื่องกลับไปให้ทางตำรวจ ดำเนินการ ตามมาตรา 61 วรรค 2 ตาม พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ .2561 ขณะนี้อยู่ระหว่างการสรุปสำนวนเพื่อส่งให้อัยการ ก่อนจะส่งฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO