'รัสเซีย' ส่งขีปนาวุธ-โดรนถล่มยูเครนชุดใหญ่ มีการใช้อาวุธไฮเปอร์โซนิกครั้งมโหฬาร คนตาย 22 เจ็บอีกกว่า 100 กรุงเคียฟเจอหนักสุด
รัสเซียถล่มเมืองใหญ่ต่างๆ ทั่วยูเครน ด้วยโดรนหลายร้อยลำ และขีปนาวุธหลายสิบลูก เมื่อตอนเช้าวันอังคาร (2 มิ.ย.) ในการโจมตีซึ่งพวกเจ้าหน้าที่ระบุว่าทำให้มีผู้เสียชีวิต 22 คน และบาดเจ็บอีกว่า 100 คน
การโจมตีใส่เมืองใหญ่ๆ ของยูเครน ซึ่งรวมทั้งกรุงเคียฟ และเมืองดนิโปร เกิดขึ้นหลังจากฝ่ายรัสเซียออกคำเตือนหลายครั้งว่าจะโจมตี “อย่างเป็นระบบ” ใส่เมืองหลวงของยูเครน ภายหลังเกิดเหตุโดรนโจมตีใส่หอพักนักศึกษาแห่งหนึ่งเมื่อเดือนที่แล้ว ในแคว้นลูฮันสก์ ซึ่งเป็นดินแดนภาคตะวันออกของยูเครนที่ถูกแดนหมีขาวประกาศผนวก ทำให้มีผู้เสียชีวิตไป 21 คน ถึงแม้เคียฟปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าว
การโจมตีล่าสุดคราวนี้ ถือเป็นการถล่มแหลกใส่กรุงเคียฟครั้งที่ 3 แล้วในช่วงเวลาไม่ถึง 1 เดือน รัสเซียนั้นได้ยกระดับการเล่นงานเพื่อนบ้านของตนรายนี้ซึ่งถูกแดนหมีขาวบุกรุกรานตั้งแต่ปี 2022 ขณะที่วอชิงตันเวลานี้สาละวนอยู่กับเรื่งอิหร่าน และการเจรจาเกี่ยวกับสงครามในยูเครนซึ่งสหรัฐฯทำหน้าที่เป็นคนกลางก็อยู่ในภาวะชะงักงัน ท่ามกลางการสู้รบในสมรภูมิที่ต่างฝ่ายต่างรุกคืบหน้าไม่ได้ และเคียฟคอยส่งโดรนเข้าโจมตีพวกโรงกลั่นน้ำมันต่างๆ ในรัสเซียอยู่เสมอ โดยที่มอสโกกล่าวหาว่ายูเครนกระทำเช่นนี้ได้เพราะได้รับความช่วยเหลือด้านข้อมูลข่าวกรองผ่านดาวเทียมจากสหรัฐฯและชาติตะวันตกอื่นๆ
ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี้ ของยูเครนอ้างว่า การโจมตีที่กระทำกันตลอดทั้งคืนวันจันทร์ต่อเนื่องถึงเช้าวันอังคารครั้งนี้ รัสเซียได้ใช้ขีปนาวุธ 73 ลูกและปล่อยโดรนออกมามากกว่า 600 ลำ พร้อมกันนั้นก็รีบรบเร้าวอชิงตันอีกครั้งให้จัดส่งลูกขีปนาวุธสกัดกั้นของระบบแพทริออตเพิ่มเติมมา เพื่อทดแทนซัปพลายที่กำลังร่อยหรอลงของทางเคียฟ
“นี่คือการโจมตีขนาดใหญ่มาก และเป็นการแถลงอย่างชัดเจนที่สุดจากฝ่ายรัสเซียว่า ถ้ายูเครนไม่ได้รับการปกป้องคุ้มครองจากพวกขีปนาวุธทิ้งตัวและขีปนาวุธอื่นๆ แล้ว การโจมตีเหล่านี้ก็จะดำเนินต่อไปอีก” เซเลนสกี้ระบุในโพสต์ทางแพลตฟอร์มเทเลแกรม
ขณะที่ทำเนียบเครมลินแถลงวันเดียวกันว่า สงครามครั้งนี้ได้เคลื่อนเข้าสู่ “กรอบความคิดใหม่” แล้ว หลังจากเกิดสิ่งที่แดนหมีขาวกล่าวหาว่าเป็น “พฤติการณ์โหดเหี้ยมผิดมนุษย์” ของฝายทหารยูเครนในการโจมตีพลเรือน ทั้งนี้มอสโกได้กล่าวเตือนตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วว่าจะทำการโจมตีกรุงเคียฟอย่างเป็นระบบ และเร่งรัดให้ชาวต่างชาติอพยพหลบหนีออกไป
ภาพถ่ายต่างๆ ที่มีผู้เผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียวันอังคาร (2) แสดงให้เห็นว่าเกิดการระเบิดขนาดใหญ่หลายครั้ง และมีควันโขมงลอยขึ้นมาเหนืออาคารสูงๆ ในกรุงเคียฟ ซึ่งการโจมตีตลอดคืนในคราวนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตไป 6 คน และบาดเจ็บอีกกว่า 80 คน ทั้งนี้ตามคำบอกเล่าของพวกเจ้าหน้าที่
“พวกเราไม่เข้าใจเลยว่าเกิดอะไรขึ้น – เหมือนวันสิ้นโลกเลยหรือเปล่า?” โอลฮา มูดรา กล่าวขณะยืนอยู่ ณ จุดเกิดเหตุ โดยมี นาตาเลีย ลูกสาววัย 6 ขวบอยู่ด้วย
“ทุกอย่างกลายเป็นเศษซาก มีแต่ควันเต็มไปหมด มองไม่เห็นอะไรเลย” เธอกล่าวเสริม ขณะยืนอยู่หน้าอาคารที่พักอาศัยซึ่งพังทลายและรถยนต์ที่ได้รับความเสียหาย
สำหรับที่เมืองดนิโปร เมืองเอกของแคว้นดนิโปร ซึ่งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของยูเครน พวกเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระบุว่ามีผู้เสียชีวิตไปจากการถล่มโจมตีในช่วงคืนวันจันทร์ รวม 16 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็กชาย 2 คน นอกจากนั้นรัสเซียยังโจมตีเมืองนี้ซ้ำอีกในช่วงเวลาต่อมาของวันอังคาร ทำให้มีผู้บาดเจ็บเพิ่มอีกอย่างน้อย 2 คน
ในกรุงเคียฟ มีอาคารสูงอย่างน้อยที่สุด 9 หลัง, โรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง, คลินิกแห่งหนึ่ง, อาคารสำนักงานและอาคารด้านการบริหารหลายหลังได้รับความเสียหาย การโจมตียังทำให้ไฟฟ้าดับ ทำให้ชาวเมือง 140,000 คนไม่มีไฟฟ้าใช้เป็นการชั่วคราว ตามคำแถลงชองบริษัทไฟฟ้า DTEK
นอกจากนั้นยังมีผู้คนมากกว่า 40,000 คนพากันไปหลบภัยในระบบรถไฟใต้ดินของเคียฟเมื่อวันอังคาร ถือเป็นจำนวนมากที่สุดใรระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยที่มีบางคนนำเอาสัตว์เลี้ยง แบกสัมภาระและที่นอนไปด้วย
ขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก
กองทัพอากาศยูเครนแถลงว่า การโจมตีของฝ่ายรัสเซียครั้งนี้ มีการใช้ขีปนาวุธทิ้งตัว (ballistic missile) ที่ยิงให้ร่วงได้ยากจำนวน 33 ลูก และขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก (เร็วกว่าความเร็วเสียง 5 เท่าตัวขึ้นไป) แบบ “เซอร์คอน” จำนวน 8 ลูก ซึ่งดูน่าจะเป็นการใช้งานขีปนาวุธเช่นนี้เป็นจำนวนมากที่สุดในระหว่างสงครามคราวนี้
มอสโกเคยคุยอวดว่า เซอร์คอนมีพิสัยทำการ 1,000 กิโลเมตร และเคลื่อนที่ด้วยอัตราร็วเท่ากับ 9 เท่าตัวของความเร็วเสียง ในครั้งนี้ กองทัพอากาศยูเครนบอกว่าหน่วยต่างๆ ของตนสามารถสอยร่วงขีปนาวุธ หรือทำให้มันทำงานไม่ได้รวม 40 ลูก และโดรนอีก 602 ลำ แต่ไม่มีเซอร์คอนรวมอยู่ด้วย
สำหรับกระทรวงกลาโหมของรัสเซียบอกว่า ได้ดำเนินการ “โจมตีขนาดมหึมา” ใส่พวกสถานที่ตั้งของอุตสาหกรรมกลาโหมของยูเครน โดยใช้พวกอาวุธพิสัยไกลความแม่นยำสูง และการโจมตีคราวนี้สามารถโจมตีถูกสถานที่ดำเนินการผลิตทางทหารในกรุงเคียฟได้ 10 แห่ง
ในอีกด้านหนึ่ง ยูเครนบอกว่าพวกตนก็เข้าโจมตีรัสเซียในพื้นที่หลายแคว้นเช่นกัน โดยโรงกลั่นน้ำมันอิลสกีในแคว้นกราสโนดาร์ ทางตอนใต้ของรัสเซียเกิดเพลิงไหม้หลังถูกโจมตีด้วยโดรน และในแคว้นเบลโกรอด ของรัสเซียที่ติดกับยูเครนก็มีเด็กชายอายุ 11 ปีได้รับบาดเจ็บหลังถูกโดรนของยูเครนโจมตีบ้าน ตามข้อมูลที่ทางการท้องถิ่นเผยผ่านเทเลแกรม
สื่อรัสเซียอ้างข้อมูลจากกระทรวงกลาโหมซึ่งระบุว่า รัสเซียยิงโดรนของยูเครนตกไปทั้งหมด 148 ลำในคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา
(ที่มา: รอยเตอร์)
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO