โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประชุมกพอ.นัดแรกยังดันอีอีซีต่อ

ไทยโพสต์

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ถ้าไม่ตามข่าวเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด หลายคนอาจจะคิดว่าโครงการ EEC (เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก) เงียบหายไปหรือเปล่า? แต่ล่าสุดเขามีการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญอีกครั้งในปีนี้ โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 20 พ.ค.2569 ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ชั้น 3 ทำเนียบรัฐบาล ได้มีการจัดประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ครั้งที่ 1/2569 โดยการประชุมในครั้งนี้มี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุม

และมี นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ. หรือ EECO) ทำหน้าที่เป็นเลขานุการการประชุมฯ ซึ่งที่ประชุม กพอ.ได้พิจารณาและมีมติในวาระสำคัญอันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

ได้แก่ 1.ไฟเขียว “สมาร์ท โลจิสติกส์ (ฉะเชิงเทรา)” ศูนย์กระจายสินค้าอัจฉริยะ 1.3 พันล้าน โดยมติไฮไลต์แรกคือ กพอ.เห็นชอบการประกาศเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มเติม นั่นคือ “เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ สมาร์ท โลจิสติกส์ (ฉะเชิงเทรา)” เนื้อที่ประมาณ 29 ไร่ ริมถนนสุขุมวิท หลักกิโลเมตรที่ 72 อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา

โดยมีเป้าหมายหลัก ดึงดูดอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ รวมถึงกิจการที่เกี่ยวเนื่อง ความล้ำสมัยที่นี่จะถูกปั้นให้เป็น ศูนย์กระจายสินค้าระหว่างประเทศที่ทันสมัย (International Distribution Center: IDC) ตอบโจทย์ลูกค้าส่งออก-นำเข้าที่ต้องการความแม่นยำสูงระดับมิลลิเมตร เพราะอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ไม่ว่าจะเป็น ระบบเครือข่ายความเร็วสูง 5G และการติดตามผ่าน GPS, หุ่นยนต์ AGV (Automated Guided Vehicle) ช่วยขนย้ายสิ่งของอัตโนมัติ, ระบบชั้นวางอัจฉริยะ (ASRS) จัดเก็บสินค้าแบบไร้คนขับ, สมองกล AI (Artificial Intelligence) ในการประมวลผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ คาดว่าจะเกิดเงินลงทุนในพื้นที่สูงถึง 1,350 ล้านบาท เกิดการจ้างงานทันทีราว 350 คน และที่สำคัญคือจะเกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีระดับโลกมาสู่แรงงานไทย ยกระดับโลจิสติกส์บ้านเราให้เป็น “Smart Logistics” อย่างแท้จริง

2.เตรียมขยายอาณาจักรดัน “ปราจีนบุรี” เข้าร่วมแก๊ง EEC อีกหนึ่งบิ๊กโปรเจกต์ที่น่าจับตาคือ ที่ประชุมรับทราบผลการศึกษาและเห็นชอบในหลักการ ที่จะดึง “จังหวัดปราจีนบุรี” เข้ามาเป็นพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกเพิ่มเติม! จากการศึกษาพบว่าปราจีนบุรีมีศักยภาพเหลือล้น มีจุดเด่นทำเลดีเยี่ยม เชื่อมต่อกับห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของอีอีซีเดิมได้อย่างไร้รอยต่อ มีโรงงานเดิมในพื้นที่ถึง 25% ที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายอยู่แล้ว ซอฟต์พาวเวอร์สายการแพทย์ ที่เด่นเรื่องการเป็น “เมืองสมุนไพร” สามารถต่อยอดสู่อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจรได้สบายๆ

ความพร้อม มีถนนเชื่อมตรงสู่อีอีซีและกรุงเทพ และผังเมือง-นิคมฯ พร้อมรับทุนใหม่ น้ำและแรงงานมีเพียง โดยการบ้านระยะเร่งด่วน (1-2 ปี) แม้จะไฟเขียวในหลักการ แต่ กพอ.แนะนำว่าต้องเร่งแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมก่อน โดยมีโปรเจกต์สำคัญคือ การจัดตั้งโรงไฟฟ้าขยะชุมชนอย่างครบวงจร การจัดการน้ำเสีย และการจัดรูปที่ดินเพื่อรักษาสมดุลระหว่าง “อุตสาหกรรม” และ “เกษตรกรรม” ซึ่ง กพอ.มอบหมายให้ สกพอ.นำข้อสังเกตไปปรับปรุงรายละเอียดก่อนเสนอ ครม.อนุมัติต่อไป

นอกจากนี้ยังมีประเด็นความคืบหน้าต่าง ๆ อาทิ การจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ ที่ ขับเคลื่อนให้เกิดการจัดตั้งรวมแล้ว 46 แห่ง (รวมพื้นที่ที่อยู่ในระหว่างรอเสนอ ครม.เพื่อทราบจำนวน 7 แห่ง), การบริการเบ็ดเสร็จครบวงจร (EEC OSS) โดยสามารถให้บริการรองรับแล้วมากกว่า 50 รายการคำขอ ครอบคลุมการขอจัดตั้งเขตส่งเสริมฯ การขอรับสิทธิประโยชน์ และการอนุมัติอนุญาตตามกฎหมาย 7 ฉบับ (เช่น การขุดดินถมดิน การก่อสร้างอาคาร และด้านสาธารณสุข) และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบุคลากร ที่มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องในการจัดเตรียมระบบสาธารณูปโภค การพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย และการเชื่อมโยงประโยชน์จากการลงทุนไปสู่พื้นที่และชุมชนโดยรอบ.

ณัฐวัฒน์ หาญกล้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...