โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

Apple ร่วงไปอันดับ 5, Huawei กลับมาครองแชมป์ตลาดสมาร์ตโฟนจีนอีกครั้ง

BT Beartai

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 05.41 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 15.57 น.
Apple ร่วงไปอันดับ 5, Huawei กลับมาครองแชมป์ตลาดสมาร์ตโฟนจีนอีกครั้ง

IDC (International Data Corporation) บริษัทวิจัยตลาดเชิงลึกระดับโลก ได้เปิดเผยรายงานล่าสุด ระบุว่า ตลาดสมาร์ตโฟนประเทศจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดสมาร์ตโฟนที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และมีอิทธิพลอย่างสูงต่อยอดจำหน่ายสมาร์ตโฟนทั่วโลก มียอดจำหน่ายในไตรมาสที่ 2 ระหว่างเดือนเมษายน – มิถุนายน 2025 จำนวน 69 ล้านเครื่อง ซึ่งลดลง 4% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2024

รายงานดังกล่าวระบุว่า Huawei บริษัทผู้ผลิตสมาร์ตโฟนรายใหญ่ของประเทศจีน ได้แซงหน้า Apple และขึ้นมาครองแชมป์ตลาดสมาร์ตโฟนประเทศจีนในไตรมาสที่ 2 ปี 2025 โดยมียอดจำหน่าย 12.5 ล้านเครื่อง ซึ่งปัจจัยหนึ่งมาจากยอดจำหน่ายสมาร์ตโฟนเรือธงเน้นการถ่ายภาพซีรีส์ล่าสุดอย่าง Pura 80

นั่นทำให้ Huawei ครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 18% ซึ่งลดลง 3.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2024

ข้อมูลจาก IDC

การกลับมาครองแชมป์ตลาดสมาร์ตโฟนประเทศจีนเป็นครั้งแรกในรอบประมาณ 4 ปี ถือว่าเป็นการฟื้นตัวครั้งใหญ่ของ Huawei ภายหลังจากต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากมาตรการที่ตั้งข้อจำกัดทางการค้าของรัฐบาลสหรัฐฯ

รองลงมาคือ vivo อีกหนึ่งแบรนด์สมาร์ตโฟนรายใหญ่ของประเทศจีน โดยมียอดจำหน่าย 11.9 ล้านเครื่อง คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 17.3% ซึ่งลดลงถึง 10.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2024

สำหรับอันดับที่ 3 คือ OPPO ที่มียอดจำหน่าย 10.7 ล้านเครื่อง ซึ่งลดลง 5% และอันดับที่ 4 คือ Xiaomi ที่มียอดจำหน่าย 10.4 ล้านเครื่อง ซึ่งเพิ่มขึ้น 3.4% ในขณะที่แบรนด์ยักษ์ใหญ่จากสหรัฐฯ อย่าง Apple ได้หล่นลงไปอยู่อันดับที่ 5 ด้วยยอดจำหน่าย 9.6 ล้านเครื่อง คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 13.9% ซึ่งลดลง 1.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2024

ทั้งนี้ต้องติดตามว่า Huawei จะสามารถครองตำแหน่งแชมป์ในไตรมาสที่ 3 ปี 2025 ต่อไปได้หรือไม่ เนื่องจากผู้ผลิตสมาร์ตโฟนแบรนด์อื่น ๆ กำลังเตรียมเปิดตัวสมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นถัดไป รวมถึงทาง Huawei เอง ก็มีแผนจะเปิดตัวสมาร์ตโฟนเรือธง จำนวน 4 รุ่น ภายในปี 2025 นี้ด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...