โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

รัฐบาลจับมือ UNESCO ปั้น “ศูนย์ธรรมาภิบาล AI” ชูไทยในบทบาทผู้นำภูมิภาค

Amarin TV

เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 05.52 น.
รัฐบาลจับมือ UNESCO จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการธรรมาภิบาล AI ดันไทยเป็นศูนย์กลางเครือข่ายพัฒนา AI ให้เข้าถึงประชาชน โดยมีผู้ร่วมงานกว่า 104 ประเทศ

ออเดรย์ อาซูเล ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การยูเนสโก กล่าวถึงความสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในปัจจุบัน ซึ่งช่วยขยายศักยภาพทางเศรษฐกิจ เพื่อให้การรักษาพยาบาลเข้าถึงได้ง่ายขึ้น แม้ในพื้นที่ห่างไกล การพัฒนาด้านเกษตรกรรม และยังช่วยเปลี่ยนแปลงนโยบายพัฒนาประเทศ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่ในขณะเดียวก็สร้างความท้าทายรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะการเพิ่มช่องว่างของกลุ่มคนที่มีทรัพยากรหรืออุปกรณ์ในการรองรับ และกลุ่มคนที่ยังเข้าไม่ถึงระบบปัญญาประดิษฐ์

องค์การยูเนสโกจึงมองว่า การจะแก้ปัญหาดังกล่าวได้นั้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากนานาชาติ ใน “การเตรียมพร้อมประชาคมโลกเข้าสู่ยุค AI ขณะเดียวกันก็ต้องเตรียมระบบ AI เพื่อโลกด้วย” ซึ่งองค์การยูเนสโกได้ริเริ่มจัดทำข้อแนะนำทางจริยธรรมระบบปัญญาประดิษฐ์มาตั้งแต่ปี 2021 และพัฒนามาอย่างต่อเนื่องบนเวทีประชุมนานาชาติ UNESCO Global Forum on the Ethics of AI

ออเดรย์ อาซูเล ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การยูเนสโก

สำหรับปีนี้ การจัดงาน “The 3rd UNESCO Global Forum on the Ethics of AI 2025” ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทยแห่งนี้ จะเป็นหมุดหมายสำคัญที่จะนำนโยบายเหล่านั้นมาใช้ร่วมกัน ผ่านเครือข่าย ศูนย์ปฏิบัติการธรรมาภิบาล AI หรือ AI Governance Practice Center (AIGPC) เป็นครั้งแรก โดยมีตัวแทนผู้นำประเทศต่าง ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แม้แต่ตัวแทนจากบริษัทเอกชน ในการประชุมวิชาการครั้งนี้ด้วย เพื่อนำนโยบายเหล่านั้นมาประกาศใช้จริง

ด้านนายกรัฐมตรีแพทองธาร ชินวัตร มาร่วมเป็นประธานเปิดงานดังกล่าว พร้อมประกาศว่า รัฐบาลไทยจะจัดตั้ง ศูนย์ธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ระดับภูมิภาค AI (AIGPC) เพื่อแบ่งปันแนวปฏิบัติการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ที่มีจริยธรรม ส่งเสริมการฝึกอบรม และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนวิสัยทัศน์ของยูเนสโก ซึ่งขณะนี้ รัฐบาลกำลังพัฒนาเครื่องมือติดตามความคืบหน้าเพื่อตรวจสอบว่ารัฐสมาชิกนำข้อเสนอแนะด้าน AI ไปใช้อย่างไร

นอกจากนี้ ยังชี้ให้เห็นว่าปัญญาประดิษฐ์ไม่ใช่แนวคิดในอนาคตอีกต่อไป แต่กำลังเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต การทำงาน และการเรียนรู้ของมนุษย์ในปัจจุบัน รัฐบาลให้คำมั่นว่าจะพยายามทำให้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง ตามแนวทาง 3 ประการ ได้แก่

ประการแรกขยายผลประโยชน์ของ AI ตั้งแต่การช่วยเกษตรกรบริหารจัดการน้ำ ไปจนถึงการช่วยแพทย์ในการวินิจฉัยโรคตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่ใช่แค่เฉพาะประเทศไทย แต่ยังเป็นผู้นำกระจายระบบ AI ไปยังประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ และชุมชนที่เปราะบาง ประการที่สอง ป้องกันการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในทางที่ผิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการแพร่กระจายข้อมูลบิดเบือน Deepfakes และเนื้อหาที่สร้างขึ้นด้วย AI ซึ่งคุกคามความไว้วางใจของสาธารณะและระบอบประชาธิปไตย และประการที่สาม พัฒนา AI โดยมีผู้คนเป็นศูนย์กลาง เพื่อสนับสนุนการทำงานของมนุษย์ ไม่ใช่เพื่อการแทนที่ทรัพยากรมนุษย์ด้วยเทคโนโลยี

ทั้งนี้ ประเทศไทยมีความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ต่อเป้าหมายร่วมกันเหล่านี้ ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (National AI Committee) ซึ่งเริ่มต้นพัฒนาตามแนวทาง 4 ด้าน ดังนี้

  • การพัฒนาบุคลากรด้าน AI: ตั้งเป้าหมายผู้ใช้งาน 10 ล้านคน ผู้เชี่ยวชาญ 90,000 คน และนักพัฒนา 50,000 คน
  • การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI: ด้วยงบประมาณที่ได้รับอนุมัติกว่า 560,000 ล้านบาท (15,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)
  • การสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI แบบโอเพนซอร์สและศูนย์ข้อมูลแห่งชาติ: ด้วยการลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท (61 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)
  • การสร้างมูลค่าจาก AI ในอุตสาหกรรมหลัก: ด้วยผลกระทบที่ตั้งเป้าหมายไว้กว่า 4,900 ล้านบาท (150 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)

นอกจากนี้ ภายในงานยังได้รับเกียรติจากผู้นำหลากหลายประเทศ มาร่วมแชร์วิสัยทัศน์และมุมมองครอบคลุมทั้งด้านเทคโนโลยี นโยบาย และนวัตกรรม พร้อมด้วยกิจกรรมคู่ขนาน (Side Event) จากพาร์ทเนอร์ทั้งไทยและต่างประเทศที่ร่วมกันจัดขึ้น กับงาน “Bangkok AI Week 2025” ภายใต้แนวคิด “AI Powered Nation: Unleashing the Digital Economy for All” และมีกิจกรรมมากมายทั่วกรุงเทพฯ เช่น นิทรรศการเทคโนโลยี AI เวิร์กช็อปการใช้งานจริง เสวนาแลกเปลี่ยนแนวคิดจากนักวิจัยและสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ รวมถึงโชว์เคส AI จากบริษัทชั้นนำ ทั้งหมดนี้เพื่อให้ทุกภาคส่วน รวมถึงประชาชนได้มีส่วนร่วมกำหนดอนาคตของ AI ที่ทุกคนได้ประโยชน์ไปด้วยกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...