โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Grand Sale ของไทยไม่แพ้ฮ่องกงและสิงคโปร์แล้ว CPN ใจป้ำทุ่มเงิน 1 พันล้านบาท จัดแคมเปญ ‘Summer Grand Sale 2025’

THE STANDARD

อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 11.56 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 11.56 น. • thestandard.co
Grand Sale ของไทยไม่แพ้ฮ่องกงและสิงคโปร์แล้ว CPN ใจป้ำทุ่มเงิน 1 พันล้านบาท จัดแคมเปญ ‘Summer Grand Sale 2025’

แม้ Grand Sale จะจัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 16 แล้ว แต่เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัวจากปัจจัยต่างๆ งานนี้ CPN จึงใจป้ำทุ่มเงินกว่า 1,000 ล้านบาท จัดแคมเปญ ‘Summer Grand Sale 2025’ ภายในระยะเวลาเพียงเดือนครึ่ง เพื่อสร้างความตื่นเต้นให้ลูกค้าอยากออกมาช้อป

นอกจากระยะเวลาแล้วสิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนในปีนี้คือการเพิ่มสินค้าจาก 16,500 แบรนด์สู่ระดับ 28,000 แบรนด์ครอบคลุมกว่า 12,000 ร้านค้าทั่วประเทศ ที่รวมในฝั่งของเครือ CRC หรือเซ็นทรัลรีเทลเข้าไปด้วย

เกมรุกครั้งนี้ส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป เมื่อนักท่องเที่ยวจีนที่เคยเป็นกำลังซื้อหลักหายไป CPN กลับพบว่านักท่องเที่ยวจากยุโรป โดยเฉพาะอิตาลีเพิ่ม 30%, นอร์เวย์เพิ่ม 30% และอังกฤษเพิ่ม 20% ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ที่สำคัญยังเป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพ (Quality Shoppers) ซึ่งพิสูจน์ได้จากยอดใช้จ่ายในศูนย์การค้าหัวเมืองท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด อาทิ เซ็นทรัล ภูเก็ต โตถึง 111%, เชียงใหม่ โต 110%, พัทยา โต 50% และเซ็นทรัลเวิลด์ โต 30% ความสำเร็จนี้เป็นผลมาจากกลยุทธ์การคิวเรตร้านค้า โดยเฉพาะการดึงร้านอาหารระดับมิชลินที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวเอเชียเข้ามาในศูนย์ฯ

อินไซต์ที่น่าสนใจคือความชอบของนักท่องเที่ยวแต่ละชาติที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง กลุ่มจีนแผ่นดินใหญ่จะมองหาร้านอาหารดังและแบรนด์ไทยดีไซเนอร์, กลุ่มฮ่องกง-สิงคโปร์เน้นสินค้าคราฟต์อย่าง Good Goods และสตรีทฟู้ด

ส่วนชาวยุโรปและอเมริกันมองหาแบรนด์แฟชั่นระดับโลก ขณะที่รัสเซียยังคงเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของสินค้าลักชัวรี ซึ่ง CPN ใช้เซ็นทรัลเวิลด์เป็นแฟลกชิปที่ตอบโจทย์ความหลากหลายเหล่านี้

ขณะเดียวกันสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือเรากำลังอยู่ในยุคที่ผู้บริโภคทั่วโลกให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าในการใช้จ่ายมากกว่าที่เคย โดยมีเทรนด์ระดับโลกอย่าง ‘Loud Budgeting’ ที่ได้รับความนิยมในกลุ่ม Gen Z และคนรุ่นใหม่ ซึ่งเลือกใช้เงินอย่างมีเป้าหมาย โชว์ความคุ้มค่า ซึ่งเป็นอินไซต์ที่ถูกนำมาใช้ในแคมเปญนี้ด้วย

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา ระบุว่า “วันนี้ต้องบอกว่า Grand Sale ของไทยไม่แพ้ฮ่องกงและสิงคโปร์อีกต่อไป ทั้งในด้านราคาและความหลากหลายของสินค้า เราเดินหน้าผลักดันไทยสู่การเป็น Global Shopping Destination ที่แข่งขันได้จริงในเวทีโลก”

ขณะเดียวกันแคมเปญนี้จึงไม่ใช่แค่การลดราคา แต่ยังเป็น Key Driver ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในช่วงโลว์ซีซัน ในช่วงไตรมาส 2-3 ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของการฟื้นตัว

ด้าน ปิยวรรณ ลีละสมภพ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เสริมว่า “นี่คือ Signature Event กลางปีที่ทุกคนรอคอย ซึ่งเซ็นทรัล รีเทล ได้ขนทัพ 10 ธุรกิจในเครือมาร่วมอย่างเต็มกำลัง เราได้รวบรวมแบรนด์ดังไว้เยอะที่สุดในราคาที่คุ้มที่สุด เพื่อตอกย้ำการเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการช้อปปิ้งอย่างแท้จริง”

สำหรับแคมเปญที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม – 13 กรกฎาคม 2568 CPN ได้วาง 3 กลยุทธ์หลักเพื่อสร้างแรงกระเพื่อม ได้แก่ การใช้ Digital-driven ผ่านแอป ‘Central X’ เป็นครั้งแรกที่จะเข้ามาเป็นผู้ช่วยตั้งแต่การดูแผนที่ จ่ายค่าจอดรถ ไปจนถึงสะสมยอด, กลยุทธ์ FOMO-driven สร้างความรู้สึก ‘ห้ามพลาด’ ด้วย Flash Deal 5 รอบตลอดแคมเปญ และ KOLs and Influencer-driven Marketing ที่ใช้พลังของ Gen Z ซึ่งเป็น Trendsetter ในการสร้างการรับรู้ให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่

โดย CPN ตั้งเป้าว่าแคมเปญทั้งหมดนี้จะช่วยดันยอดทราฟฟิกของศูนย์การค้าทั่วประเทศให้เพิ่มขึ้น 25-30% จากช่วงเวลาปกติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...