โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

คลังยืดเวลายื่นภาษี สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เยียวยาผลกระทบชายแดนไทย-กัมพูชา

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 30 ก.ค. 2568 เวลา 01.20 น. • เผยแพร่ 30 ก.ค. 2568 เวลา 08.19 น.

สถานการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชาจนถึงช่วงเช้าวันที่ 29 กรกฎาคม มีประชาชนที่ได้รับผลกระทบต้องอพยพออกจากบ้านเรือนกว่า 1.88 แสนคน พลเรือนเสียชีวิต 15 ราย บาดเจ็บสาหัส 12 ราย บาดเจ็บเล็กน้อยถึงปานกลาง 26 ราย ส่วนสถานพยาบาลที่ได้รับผลกระทบมีทั้งหมด 20 แห่ง โดยปิดให้บริการ 13 แห่ง และปิดให้บริการบางส่วน 7 แห่ง

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)เปิดเผยว่า สถานพยาบาลได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะบริเวณชายแดนเกือบ 20 แห่ง มีความเสียหายรวมประมาณ 285 ล้านบาท ซึ่งได้มีการเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ไปแล้ว โดยรพ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ เสียหายมากที่สุด ต้องทำใหม่หมดและต้องใช้เวลาฟื้นฟูเป็นปี

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวว่า กระทรวงการคลังได้ออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา 2 ส่วนคือ มาตรการในระดับพื้นที่ และมาตรการของสถาบันการเงินของรัฐ

มาตรการในระดับพื้นที่

  • ขยายวงเงินทดรองราชการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดละ 100 ล้านบาท และพร้อมพิจารณาขยายเพิ่มหากไม่เพียงพอ เพื่อให้จังหวัดสามารถบริหารจัดการได้อย่างคล่องตัวและตอบโจทย์ความต้องการในพื้นที่
  • อำนวยความสะดวกในการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่เกี่ยวข้องกับภารกิจด้านความมั่นคงให้สามารถดำเนินการได้อย่างเร่งด่วน ผ่านวิธีเฉพาะเจาะจง
  • เตรียมมาตรการด้านสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือประชาชนผ่านธนาคารของรัฐ เช่น ธ.ก.ส. โดยจะให้สินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องแก่เกษตรกร รวมถึงสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ (soft loan) สำหรับผู้ได้รับความเสียหาย

มาตรการด้านภาษี

  • เลื่อนเวลาการยื่นแบบและการชำระภาษี ได้แก่ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ จากเดิมระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม-31 สิงหาคม 2568 เป็นภายในวันที่ 30 กันยายน 2568
  • ประชาชนสามารถหักลดหย่อนค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยจากเหตุการณ์ความเสียหายได้ตามจริงไม่เกิน 100,000 บาท และสำหรับยานพาหนะไม่เกิน 30,000 บาท

มาตรการจากสถาบันการเงินของรัฐ

ธนาคาร ออมสิน

  • พักชำระเงินต้นให้กับลูกหนี้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบจนถึงงวดเดือนธ.ค. 68 และจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยบางส่วน
  • สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำไม่ต้องมีหลักประกัน วงเงิน 20,000 บาท/ราย ผ่อนชำระ 12 เดือน ดอกเบี้ย 0.60%/เดือน
  • สินเชื่อเพื่ออาชีพ ผ่อนชำระ 60 เดือน ดอกเบี้ย 0.75%/เดือน
  • สินเชื่อ SMEs ลูกค้าเดิมไม่เกิน 5 ล้านบาท รายใหม่ไม่เกิน 3 ล้านบาท ผ่อนชำระ 7 ปี ดอกเบี้ยปีแรก MLR -2.65%, ปีถัดไป MLR
  • ยกเว้นค่าธรรมเนียม Front End Fee และ Prepayment Fee

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรร์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

  • สินเชื่อฉุกเฉิน วงเงินไม่เกิน 50,000 บาท/ราย ดอกเบี้ย MRR (6.725%) ผ่อน 3 ปี ปลอดดอกเบี้ย 6 เดือน
  • สินเชื่อฟื้นฟูชีวิตและทรัพย์สิน วงเงินไม่เกิน 500,000 บาท ดอกเบี้ย MRR -2% ต่อปี ผ่อนสูงสุด 15 ปี

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)

  • มาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ เช่น ลดดอกเบี้ยเหลือ 0.01% นาน 5 ปี
  • ผู้ที่บ้านเสียหายทั้งหลัง หรือทุพพลภาพ/เสียชีวิต ได้สิทธิอัตราดอกเบี้ย 0.01% ตลอดอายุสัญญา
  • กรณีกู้สร้างบ้านใหม่ ดอกเบี้ย 0% 6 เดือนแรก เดือนที่ 7-12 = 0.50% ต่อปี

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME D Bank)

  • พักชำระเงินต้น ลดค่างวด ขยายเวลา
  • สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เช่น "ปลุกพลัง SME" และ "Beyond ติดปีก SME" ดอกเบี้ย 3% ต่อปี ผ่อน 10 ปี
  • สินเชื่อรีไฟแนนซ์ SMEs เริ่มต้นที่ 2.99%

ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank)

  • ขยายเวลาชำระหนี้ 365 วัน ลดดอกเบี้ยสูงสุด 20%
  • เพิ่มวงเงินชั่วคราว 1 ปี สูงสุด 30 ล้านบาท
  • มาตรการเสริม เช่น เงินทุนหมุนเวียนเพื่อออกงาน, Safe Trade, Export Credit Insurance ฯลฯ

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (IBank)

  • พักชำระเงินต้นและกำไรสูงสุด 6 เดือน ขยายได้อีก 6 เดือน
  • สินเชื่อเพื่อซ่อมบ้าน เริ่มต้น 1.99% ต่อปี วงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาท
  • สินเชื่อฟื้นฟูธุรกิจ เริ่มต้น 3.25% วงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท

บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)

  • โครงการ PGS11 "SMEs ยั่งยืน" ค้ำประกันรายละ 0.5-10 ล้านบาท สูงสุด 7 ปี ยกเว้นค่าธรรมเนียม 3 ปีแรก
  • โครงการ SMEs Micro Biz ค้ำประกัน 10,000-500,000 บาท ยกเว้นค่าธรรมเนียม 3 ปีแรกเช่นกัน
  • เปิดรับคำขอจนถึง 30 ธ.ค. 68

ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)กล่าวว่า พม.เตรียมเสนอมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ขอกู้ยืมเงินกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย -กัมพูชา7 จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี จันทบุรี ตราด และสระแก้ว

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวว่า คปภ.อยู่ระหว่างประสานความร่วมมือกับบริษัทประกันชีวิต บริษัทประกันวินาศภัยและชมรมประกันชีวิตต่างๆ ลงพื้นที่ตามศูนย์พักพิง/หรือศูนย์อพยพต่างๆ เพื่อสำรวจความต้องการของประชาชนที่ได้รับผลประสบจากเหตุการณ์ความไม่สงบระหว่างไทย-กัมพูชา

“ต้องบอกว่า “คนไทย” รวมใจกันดูแลอย่างดีทุกศูนย์ฯ รวมทั้งธนาคารและมูลนิธิต่างไปลงพื้นที่กันมากมาย ซึ่งคปภ.ได้ประสานหน่วยงานเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุการณ์"

ทั้งนี้ วันแรกๆ อาจจะได้ข้อมูลไม่ถึง 1 แสนรายแต่ก็ได้รวมกับทางจังหวัดลงพื้นที่แจกสิ่งของที่จำเป็น เพราะบางคนมาที่ศูนย์อพยพ โดยไม่ได้มีเสื้อผ้าสำรองเลย แม้ไม่มีสาขาหรือสำนักงานตัวแทนในพื้นที่ตอนนี้เร่งทำสำรวจภัย เพราะเรามีฐานข้อมูลอยู่แล้ว

หน้า 1 หนังสือพิมพ์ ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,118 วันที่ 31 กรกฎาคม - 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...