โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ผู้ประสบภัยชายแดน ไทย-กัมพูชา ทะลุ 5.2 แสนคน เยียวยา 100 ลบ. 4 จังหวัด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 26 ก.ค. 2568 เวลา 17.02 น. • เผยแพร่ 26 ก.ค. 2568 เวลา 10.02 น.

ยอดผู้ได้รับผลกระทบเหตุการณ์ความรุนแรง ไทย-กัมพูชา ทะลุ 5 แสนราย ปภ.เพิ่มวงเงินช่วยเหลือ สุรินทร์ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ จังหวัดละ 100 ล้านบาท รออนุมัติเพิ่ม 3 จังหวัดจันทบุรี ตราด และสระแก้ว พร้อมเสริมกำลังและเครื่องจักร ระบบเตือนภัย Cell Broadcast หนุน 7 จังหวัดชายแดน

วันนี้ 26 ก.ค. 68 นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึง สถานการณ์ความรุนแรงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ว่าขณะนี้มียอดผู้ได้รับผลกระทบรวมกว่า 520,000 คน โดยมีผู้เสียชีวิตแล้ว 14 ราย บาดเจ็บ 33 คน และประชาชนต้องอพยพกว่า 190,000 ครัวเรือน เข้าพักในศูนย์พักพิงและจุดอพยพที่จัดเตรียมไว้ 229 แห่ง โดยเฉพาะที่จังหวัดสุรินทร์ มีผู้บาดเจ็บมากกว่า 10 ราย และผู้เสียชีวิต 4 ราย

เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย รัฐบาลได้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดยล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบอนุมัติเงินเยียวยาแก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา รายละ 1,000,000 บาท โดยจะเร่งรัดการดำเนินการให้ผู้ได้รับผลกระทบได้รับสิทธิและความช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด

ขณะเดียวกัน นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางได้อนุมัติขยายวงเงินทดรองราชการตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 กรณีภัยอันเนื่องมาจากการกระทำของกองกำลังจากนอกประเทศ โดยเพิ่มวงเงินจากเดิมจังหวัดละ 20 ล้านบาท เป็นจังหวัดละ 100 ล้านบาท สำหรับ 4 จังหวัดแรกที่ได้รับการอนุมัติแล้วเมื่อวานนี้ ได้แก่ สุรินทร์ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี และศรีสะเกษ ส่วนอีก 3 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติมคือ จันทบุรี ตราด และสระแก้ว อยู่ระหว่างการเสนอพิจารณาอนุมัติวงเงินเดียวกัน

นายภาสกรกล่าวเพิ่มเติมว่า ปภ. ได้ติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชามาอย่างต่อเนื่อง และได้สนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัยไปยังจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะการให้ความช่วยเหลือด้านการอพยพ การดูแลภายในศูนย์พักพิงชั่วคราว และการดำรงชีพเบื้องต้น

โดยในวันนี้ได้สั่งการให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 3 ปราจีนบุรี และเขต 17 จันทบุรี ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่จังหวัดตราดและจันทบุรีที่สถานการณ์รุนแรงขึ้น ให้เสริมกำลังสนับสนุนการดูแลประชาชนในพื้นที่

ซึ่งขณะนี้ประชาชนได้อพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวและจุดปลอดภัยที่ทางราชการจัดไว้แล้ว ปภ. ได้กำชับให้ศูนย์ ปภ. เขต เตรียมเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าสนับสนุนพื้นที่เพิ่มเติม เช่น รถดับเพลิงชนิดเคมีโฟม, รถเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย, รถประกอบอาหาร, รถผลิตน้ำดื่ม และรถไฟฟ้าสว่าง

"ได้เน้นย้ำให้ 3 จังหวัดที่มีสถานการณ์เพิ่มเติม ทั้งจันทบุรี ตราด และสระแก้ว หากประเมินแล้วจำเป็นต้องอพยพประชาชนเร่งด่วน และต้องใช้การแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast ให้จังหวัดประสานศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ทันที เพื่อ ปภ. จะได้ส่งแจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ทราบอีกทางหนึ่ง" นายภาสกรกล่าวทิ้งท้าย

พร้อมกำชับให้จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ให้ความช่วยเหลือประชาชนตามระเบียบหลักเกณฑ์อย่างเหมาะสมและเต็มที่ และสามารถประสานมาที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ทันที หากมีความประสงค์จะขอรับการสนับสนุนด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเพิ่มเติม

อัปเดทสถานการณ์ล่าสุด หลัง กัมพูชา เปิดฉากยิงเข้า ไทย ที่ ปราสาทตาเมือนธม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...