โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ชาวกระบุรี ระนอง เดือดร้อนหนัก เหมืองพม่าทำน้ำขุ่น ธุรกิจทำแพต้องปิดตัว-จับสัตว์น้ำกินไม่ได้

MATICHON ONLINE

อัพเดต 30 พ.ค. 2568 เวลา 10.46 น. • เผยแพร่ 30 พ.ค. 2568 เวลา 10.15 น.

ชาวกระบุรี ระนอง เดือดร้อนหนัก เหมืองพม่าทำน้ำขุ่น ธุรกิจทำแพต้องปิดตัว-จับสัตว์น้ำกินไม่ได้

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม จากสภาพน้ำที่ขุ่นข้นตั้งแต่บริเวณปากกระ ม.8 บ้านหาดตุ่น ต.ปากจั่น อ.กระบุรี จ.ระนอง ซึ่งเป็นจุดตัดระหว่างคลองกระนัยซึ่งอยู่ฝั่งไทย ไหลมารวมกับน้ำในลำคลองที่ไหลมาจาก บ้านอาวตะยา จังหวัดเกาะสอง ประเทศเมียนมา สภาพน้ำในลำคลอง ที่ไหลมาจากจังหวัดเกาะสอง มีสภาพขุ่นข้น ในขณะที่น้ำซึ่งไหลมาจากคลองกระนัย มีสภาพใสสะอาด แต่เนื่องจากน้ำจากจังหวัดเกาะสองมีมากกว่า เมื่อไหลมารวมกัน จึงทำให้น้ำยังคงมีสภาพขุ่นข้นไปทั้งลำคลองและไหลต่อเนื่องออกไปยังแม่น้ำกระบุรี

ผู้สื่อข่าว จึงใช้แอพพลิเคชัน Google Earth ไล่ตรวจสอบย้อนกลับเส้นทางน้ำที่แดงขุ่น เข้าไปยังพื้นที่จังหวัดเกาะสอง ราว 11 กิโลเมตร พบมีการเปิดพื้นที่หน้าดินขนาดใหญ่ ซึ่งโอบล้อมไปด้วยสวนปาล์มน้ำมัน คาดว่ามีการทำเหมืองแร่ในจุดดังกล่าว

จากสภาพน้ำที่ขุ่นข้นดังกล่าว ได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง เป็นวงกว้าง ทั้งแหล่งน้ำดิบในการผลิตประปา ประมงพื้นบ้าน วิถีชีวิต และท่องเที่ยวชุมชน

นางนฤมล บุญช่วย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปากจั่น เปิดเผยว่า สภาพน้ำที่ขุ่นข้นมีมายาวนานกว่า 4 ปีแล้ว ทางอบต. ต้องใช้น้ำจากลำคลองนี้ เป็นแหล่งน้ำดิบในการผลิตน้ำประปาของตำบล เพื่อแจกจ่ายให้กับชาวบ้าน 3 หมู่บ้าน รวมกว่า 700 หลังคาเรือน น้ำที่ขุ่นและมีตะกอนขุ่นข้นตลอดทั้งปี ส่งผลให้การผลิตน้ำประปาของอบต. ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีกเกือบ 50% ทั้งค่าสารส้ม ค่าไฟ ไส้กรอง และอื่น ๆ บางครั้งต้องระบายน้ำทิ้งทั้งหมด เนื่องจากมีน้ำดิบที่ขุ่นหลุดเข้ามาในระบบ น้ำขุ่นข้นยังกระทบวิถีประมงพื้นบ้าน การท่องเที่ยวชุมชน และระบบนิเวศในคลองด้วย จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพูดคุยกับประเทศเมียนมา เพื่อป้องกันหรือบำบัดตะกอน ก่อนปล่อยน้ำลงสู่ลำคลองด้วย

นางนฤมล กล่าวต่อว่า ทางอบต.ได้ทำหนังสือถึงสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดระนอง (ทสจ.ระนอง) เพื่อมาตรวจสอบคุณภาพน้ำตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2566 ต่อมาเดือนเมษายน 2566 เจ้าหน้าที่จาก ทสจ.ระนอง และสำนักงานควบคุมสิ่งแวดล้อมและมลพิษที่ 15 ได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างเพื่อตรวจสอบคุณภาพน้ำ โดยมีหนังสือตอบกลับมาเมื่อเดือนมิถุนายน 2566 พบว่าน้ำในคลองกระนัย ในเขตพื้นที่จังหวัดระนองมีคุณภาพดี ในขณะที่น้ำซึ่งอยู่ด้านล่าง หลังจากที่มีไหลรวมกันกับน้ำในคลองจากฝั่งประเทศเมียนมาแล้ว พบมีคุณภาพที่แย่ลงอย่างชัดเจน โดยในหนังสือยังระบุด้วยว่าควรเร่งให้หน่วยงานของไทยพูดคุยกับหน่วยงานของประเทศเมียนมาเพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้

นายพีระพัฒน์ ประสงค์เวศน์ อายุ 63 ปี ชาวบ้านหาดจิก หมู่ 5 ต.ปากจั่น เล่าว่า เมื่อก่อนนี้ ในหมู่บ้านมีการจัดตั้งกลุ่มท่องเที่ยวชุมชน และจัดกิจกรรมล่องแพแลชายแดน โดยจะมีรายได้เข้าสู่ชุมชนราว 1 แสนบาทต่อเดือน แต่ต้องปิดตัวลงไปเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากสภาพน้ำในคลองที่เคยใสสะอาด เปลี่ยนเป็นขุ่นข้นและไม่ปลอดภัยกับนักท่องเที่ยว กุ้งและปลาที่เคยลงไปจับขึ้นมากินได้อย่างง่าย ๆ ปัจจุบันแทบจะไม่เหลืออีกแล้ว น้ำในคลองที่เด็ก ๆ และชาวบ้านในชุมชนลงไปเล่นกันอย่างปลอดภัย ปัจจุบันไม่มีใครกล้าลงไป เพราะถ้าลงไปเล่นจะมีคราบโคลนติดขึ้นมา และมีอาการคันหลังจากลงไปเล่นน้ำด้วย

โดยห้วงระยะเวลาที่ผ่านมา จังหวัดระนองถูกใช้เป็นทางผ่านแร่ดีบุก จากประเทศเมียนมาเพื่อไปยังประเทศที่ 3 ซึ่งการขนส่งแร่ผ่านจังหวัดระนองไม่มีเอกสารรับรองแหล่งที่มาของแร่ จากหน่วยงานของรัฐบาลเมียนมา จึงเป็นเหตุน่าสงสัยและผิดปกติ

เจ้าหน้าที่ ศรชล.จ.ระนอง เคยตรวจค้นและอายัดแร่ดีบุกได้ที่ห้องเช่าแห่งหนึ่งในจังหวัดระนอง เนื่องจากมีความผิดปกติทั้งในเรื่องของการพักคอยสินค้า และเอกสาร รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงจังหวัดระนองเคยสั่งให้รถบรรทุกแร่ดีบุกหยุดเพื่อตรวจสอบ แต่ทุกครั้งจะมีเจ้าหน้าที่ของอุตสาหกรรมจังหวัดระนองและศุลกากรจังหวัดระนองมาตรวจสอบและอนุญาตให้ปล่อยไปได้ทุกครั้ง

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณปากกระ ม.8 บ้านหาดตุ่น ต.ปากจั่น พร้อมด้วย ร.อ.สุรพงษ์ เก็บเกียรติไว้ หัวหน้าฝ่ายการข่าวหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 และ นางยุพิน พินิจศักดิ์ อุตสาหกรรมจังหวัดระนอง เพื่อดูสภาพพื้นที่และผลกระทบต่อประชาชน

ร.อ.สุรพงษ์ เปิดเผยว่า ในทางการข่าวนั้นทราบว่า มีการทำเหมืองแร่ในดินแดนของจังหวัดเกาะสอง ประเทศเมียนมา ซึ่งห่างจากปากกระ บริเวณจุดรวมน้ำแห่งนี้เข้าไปราว 7-8 กิโลเมตร ซึ่งความเดือดร้อนของประชาชนฝั่งไทยจากการที่มีน้ำขุ่นข้นในลำคลอง ได้มีการพูดคุยกันในระดับ TBC และส่งข้อมูลไปยังส่วนกลางแล้ว ซึ่งยังคงต้องรอดำเนินการในขั้นต่อไป

ทางด้าน นางยุพิน พินิจศักดิ์ อุตสาหกรรมจังหวัดระนอง ให้ข้อมูลว่า การขนแร่ผ่านจังหวัดระนองนั้น สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระนอง ทำงานร่วมกับศุลกากรระนอง โดยได้ปฏิบัติตามระเบียบวิธีการในการตรวจสอบในทุกครั้ง ซึ่งข้อมูลจากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระนอง มีแร่ที่ขนผ่านจังหวัดระนองเดือนละราว 18-20 ตัน

จากความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่อำเภอกระบุรีที่เกิดขึ้นจากการทำเหมืองแร่ในฝั่งจังหวัดเกาะสอง ประเทศเมียนมา ซึ่งแร่ที่ได้นั้น มีการขนส่งผ่านจังหวัดระนองเพื่อไปยังประเทศที่สาม โดยที่ไม่ได้มีความรับผิดชอบต่อความเดือดร้อนที่ได้ก่อขึ้นให้กับประชาชนทั้ง 2 ประเทศ โดยเฉพาะประชาชนชาวจังหวัดระนองริมแม่น้ำกระบุรี ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ประชาชนจึงมองว่าหน่วยงานภาครัฐอำนวยความสะดวกให้กับนักธุรกิจที่สร้างความเดือดร้อนมากกว่าประชาชนชาวระนอง ซึ่งความเดือดร้อนของประชาชนที่เกิดขึ้น ควรถูกนำมาเป็นเงื่อนไขในการอนุญาตขนส่งแร่ดีบุกผ่านจังหวัดระนองด้วย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชาวกระบุรี ระนอง เดือดร้อนหนัก เหมืองพม่าทำน้ำขุ่น ธุรกิจทำแพต้องปิดตัว-จับสัตว์น้ำกินไม่ได้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...