ด่านถาวรบ้านคลองลึก จ.สระแก้ว ยังสามารถเดินทางเข้า-ออกปกติ สมาคมฯระบุ หากปิดด่านมีผลกระทบแน่นอน
สระแก้ว – บรรยากาศที่ด่านผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ยังสามารถเดินทางเข้า-ออกปกติ ขณะที่สมาคมไร่อ้อย ระบุ หากปิดด่านมีผลกระทบแน่นอน แต่ปัจจุบันได้รับการยืนยันจากฝ่ายกัมพูชาว่า ยังเปิดปกติเช่นกัน หรือปิดเฉพาะจุดที่มีปัญหาเท่านั้น เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่บริเวณหน้าด่านพรมแดนบ้านคลองลึก ต.คลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นด่านผ่านแดนขนาดใหญ่มีนักท่องเที่ยว ชาวไทยและชาวกัมพูชาเดินทางเข้าออกหนาแน่นตลอดทั้งวันประมาณวันละเกือบ 2 หมื่นคน ยังคงเปิดทำการปกติ โดยมีคนไทยและคนกัมพูชา เดินทางเข้า-ออกประเทศไปทำงานและไปค้าขายกันในพื้นที่ตลาดโรงเกลือ ตลาดการค้าชายแดนเช่นเดิม ซึ่งคนส่วนใหญ่จะเข้า-ออกในช่วงเช้าเป็นจำนวนมาก และก็จะมีเข้า-ออกตลอดทั้งวัน ซึ่งมีการสอบถามกันในกลุ่มคนไทยและกัมพูชาที่เดินทางเข้าออกเป็นประจำ เรื่องกระแสการปิดด่าน 6 แห่งและจุดผ่อนปรน 10 แห่ง ตลอดทั้งวัน
ซึ่ง พ.ต.อ.ณภัทรพงศ สุภาพร ผกก.ตม.จว.สระแก้ว ให้ข้อมูลกรณีนี้ ระบุว่า ขณะนี้ด่าน ตม.อรัญประเทศ จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ยังเปิดปกติ ยังไม่มีคำสั่งปิดด่าน แต่อย่างใด แต่หากมีคำสั่งก็สามารถปฏิบัติได้ทันที ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการปิดด่านแต่อย่างใด ชาวไทยที่เดินทางข้ามไปท่องเที่ยวหรือทำงาน และชาวกัมพูชาที่เดินทางเข้ามาเพื่อค้าขายในตลาดโรงเกลือ ก็ยังสามารถเดินทางเข้า-ออกได้ตามปกติ
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคนที่เดินทางเข้าประเทศไทย ก็ต้องผ่านระบบตรวจคนเข้าเมือง ผ่านระบบศุลกากร และผ่านด่านตรวจทหารพราน กองร้อยทหารพรานที่ 1201 ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 เพื่อป้องกันการลักลอบขนสิ่งของผิดกฎหมายเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งในวันนี้ บรรยากาศในพื้นที่ตลาดโรงเกลือ ก็มีพ่อค้าแม่ค้าเปิดขายของกันปกติ มีนักท่องเที่ยวและพ่อค้าแม่ค้าจากต่างจังหวัด เดินทางมาจับจ่ายซื้อสินค้าไปขายกัน แต่ผู้ค้ายอมรับว่า ยอดขายก็มีลดลงบ้างตามพิษเศรษฐกิจที่ไม่ดีในปัจจุบัน
ทางด้าน นายมนตรี คำพล นายกสมาคมเกษตรกรชายแดนบูรพา หรือสมาคมชาวไร่อ้อยจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยถึงกรณีที่มีกระแสปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชาว่า ได้ประสานตรวจสอบกรณีนี้ไปยังทหารและเจ้าหน้าที่ฝั่งกัมพูชา ซึ่งทางกัมพูชาได้ส่งคลิปเสียงยืนยันมาว่า การปิดด่านในขณะนี้ยังไม่เป็นความจริง เพราะทางฝั่งกัมพูชาได้ปรึกษาหารือกับคณะกรรมการชายแดนไทย-กัมพูชาว่า จะปิดเฉพาะจุดที่มีปัญหา ซ้าย-ขวา 20 กม. เพราะฉะนั้น การเดินทางของคนไทยและกัมพูชา และต่างชาติในด่านอื่น ๆ เป็นปกติ
นายมนตรี กล่าวอีกว่า หากมีการปิดด่านจริง ๆ สมาคมชาวไร่อ้อยฯ เกษตรและผู้ใช้แรงงานชาวกัมพูชา จะประสบปัญหาเช่นกัน เพราะที่ผ่านมาได้ช่วยกันแก้ปัญหาเรื่องการเผาอ้อย ถ้ามีการปิดด่านก็จะสร้างผลกระทบกับพี่น้องชาวไร่อ้อย เพราะพี่น้องชาวไร่อ้อยก็ต้องใช้แรงงาน เรื่องใส่ปุ๋ย เรื่องฉีดยา ซึ่งถ้าปิดด่านก็มีผลกระทบกับชาวไร่อ้อยที่มีเนื้อที่ประมาณ 500,000 ไร่ พอสมควร
สำหรับแนวทางที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องความขัดแย้งตามแนวชายแดนนั้น นายมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับรัฐบาลที่ต้องมีการเจรจา เพราะผลกระทบเกี่ยวข้องระหว่างประเทศ ถ้าเกิดมีปัญหาจะกระทบพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อย ชาวไร่มัน ไร่ข้าวโพด ในเขตพื้นที่จังหวัดแนวชายแดน ซึ่ง ณ วันนี้ตนเองได้ประสานกับฝั่งกัมพูชาในนามองค์กรสมาคมฯ ซึ่งทางกัมพูชาแจ้งมาว่า เขาจะปิดเป็นบางจุด ที่ได้ประชุมหารือกันแล้วในระหว่างประเทศ ไม่ได้ปิดทั่วไปทั้งหมด ตนมองว่า หากปัญหามันเกิดที่ไหนก็ต้องจำกัดในพื้นที่นั้น ถ้าปิดตามแนวชายแดนทั้งประเทศ ก็จะมีผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกรที่ใช้แรงงานกัมพูชาอยู่ในปัจจุบัน
—————————