โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ชาวออฟฟิศต้องระวัง! นั่งนาน ขยับน้อย เสี่ยงหมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้น

Amarin TV

เผยแพร่ 19 ก.ค. 2568 เวลา 00.00 น.
ชาวออฟฟิศต้องระวัง! นั่งนาน ขยับน้อย เสี่ยงหมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้น

หลายคนอาจคิดว่า "แค่ปวดหลังเล็กน้อย เดี๋ยวก็หาย" แต่รู้หรือไม่ว่า อาการปวดหลังหรือปวดคอเรื้อรัง ที่หลายคนมองข้ามนั้น อาจเป็นจุดเริ่มต้นของโรค "หมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้น" หากปล่อยไว้นานเกินไป อาการจะรุนแรงขึ้นจนยากจะรักษาให้กลับมาเหมือนเดิม

นายแพทย์กิติเดช บุญชัย ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ ชำนาญการด้านโรคกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า หมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้น (Herniated Disc) คือ ภาวะที่หมอนรองกระดูกสันหลังซึ่งทำหน้าที่รองรับแรงกระแทกและช่วยให้กระดูกสันหลังเคลื่อนไหวอย่างยืดหยุ่น เกิดการฉีกขาดหรือเคลื่อนออกจากตำแหน่งปกติ จนไปกดทับเส้นประสาทที่อยู่ใกล้เคียง ทำให้เกิดอาการปวดและชาตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณหลัง คอ สะโพก หรือขา

หมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้นอาจมีอาการที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ปลิ้นและความรุนแรงของการกดทับเส้นประสาท เช่น

• ปวดหลังหรือคอเรื้อรัง โดยเฉพาะเวลาขยับตัวหรือยกของหนัก

• ปวดร้าวไปตามแนวเส้นประสาท เช่น ปวดร้าวลงขา กรณีปลิ้นบริเวณเอว หรือปวดร้าวลงแขน กรณีปลิ้นบริเวณคอ

• อาการชาหรืออ่อนแรง บริเวณขา แขน หรือมือ

• รู้สึกเสียวหรือปวดแปล๊บเหมือนไฟฟ้าช็อต เมื่อมีการขยับหรืออยู่ในท่าบางอย่าง

• กล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือเคลื่อนไหวลำบาก

• หากปล่อยไว้นานโดยไม่รักษา อาจทำให้เกิดอาการรุนแรงขึ้น เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง กล้ามเนื้อฝ่อลีบ ปวดร้าว ชามากขึ้น หรือ มีปัญหาเรื่องการควบคุมปัสสาวะ-อุจจาระ

สาเหตุของหมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้นสามารถเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ เช่น มักพบในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 30-50 ปีขึ้นไป, การใช้งานกระดูกสันหลังผิดท่า เช่น การยกของหนัก การนั่งหรือยืนในท่าที่ไม่ถูกต้อง, อุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บ ที่ส่งผลต่อกระดูกสันหลังโดยตรง, น้ำหนักตัวเกิน (โรคอ้วน) เพิ่มแรงกดที่กระดูกสันหลัง, และขาดการออกกำลังกาย ทำให้กล้ามเนื้อหลังไม่แข็งแรงพอในการพยุงกระดูกสันหลัง

การตรวจวินิจฉัยโรคหมอนรองกระดูกปลิ้นทับเส้นประสาท แพทย์จะวินิจฉัยได้จากการซักประวัติและตรวจร่างกายเป็นหลัก และอาจมีการตรวจเพิ่มเติมเช่น การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ที่จะช่วยในการตรวจวินิจฉัยอาการปวดหลังที่ต้นเหตุได้

สำหรับการรักษาโรคหมอนรองกระดูกปลิ้นในรายที่อาการไม่รุนแรงหรืออยู่ในระยะเริ่มต้น แพทย์อาจพิจารณารักษาด้วยการใช้ยาแก้ปวด กายภาพบำบัด และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต แต่ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นภายใน6 เดือน หรือ มีอาการเปลี่ยนแปลงเป็นมากขึ้นจนรบกวนชีวิต ประจำวัน เช่น ปวดร้าวลงขามาก นอนพักไม่ได้ เดินได้น้อย หรือ มีปัญหาเรื่องการควบคุมปัสสาวะ อุจจาระ การผ่าตัดอาจเป็นทางเลือกหนึ่งของการรักษาโดยปัจจุบันมีเทคนิคการผ่าตัดด้วยกล้อง Endoscope ซึ่งแผลผ่าตัดจะมีขนาดเล็กประมาณ 1 เซนติเมตร ลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อ ส่งผลให้ความเจ็บปวดจากแผลผ่าตัดน้อยลง ใช้ระยะเวลาในการนอนโรงพยาบาลสั้น ทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวและกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติเร็วขึ้น

แม้ว่าเราไม่อาจหลีกเลี่ยงโรคหมอนรองกระดูกปลิ้นที่เกิดจากความเสื่อมตามวัยได้ แต่เราสามารถชะลอการเกิดและลดความรุนแรงของอาการได้ด้วยการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง ทั้งการควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ออกกำลังกายตามความเหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ ไม่สูบบุหรี่ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ นั่ง ยืน ก้ม เงยและยกของหนักในท่าที่ถูกต้อง เปลี่ยนอิริยาบถขณะนั่งทำงานบ่อย ๆ รวมทั้งระมัดระวังการเกิดอุบัติเหตุที่อาจส่งผลกระทบต่อกระดูกสันหลัง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...